คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 16

กับดักมรณะ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
ติ๊ก… ติ๊ก… ติ๊ก… เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาดิจิทัลสีแดงฉานที่ฝังอยู่บนแผงวงจรเปลือยเปล่าไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณบอกเวลา แต่มันคือเสียงเคาะฝาโลงที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตายอย่างใจเย็น กลิ่นฉุนกึกของดินปืนและน้ำมันสนคละคลุ้งไปกับฝุ่นปูนเก่าคร่ำคร่าภายในตึกร้างใจกลางย่านเมืองเก่า เงาสีดำทะมึนของโครงสร้างเหล็กทอดตัวยาวบิดเบี้ยวราวกับสัตว์ประหลาดที่กำลังหัวเราะเยาะความไร้พลังของมนุษย์ "คุณประเมินเกมนี้ต่ำเกินไป ทนายปารมี" เสียงทุ้มต่ำเจือกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า กันต์ก้าวออกมาจากหลังเสาคอนกรีต เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดจางๆ ทว่าดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกลับประกายแสงระยับด้วยความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายถูกจำกัดด้วยเวลาเพียงสิบห้านาที สถาปนิกหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีวี่แววของความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ปารมีกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังกำบังความสั่นเทาขณะที่เธอกำลังใช้ไขควงปากแบนพยายามงะบานพับตู้เซฟฝังผนัง ซึ่งซ่อนเอกสารลับที่อาจเป็นกุญแจดอกเดียวในการไขคดีฆาตกรหน้ากากหิน—และเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถล้างมลทินให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ได้ "ถ้าฉันประเมินต่ำไป คุณก็คงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อต่อว่าฉันหรอกค่ะ, คุณกันตพัฒน์" ปารมีตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "ถอยไป ฉันต้องดึงฮาร์ดไดรฟ์นี้ออกมาก่อนที่ระบบระบายความร้อนจะตัดวงจร" "คุณทำไม่ได้หรอก" กันต์ก้าวเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "รหัสผ่านนั่นถูกเข้ารหัสแบบไดนามิก ถ้าใส่ผิดแม้แต่ครั้งเดียว แผงวงจรทั้งหมดจะลัดวงจรและระเบิดทันที… รวมถึงพวกเราด้วย" ปารมีชะงักมือที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างกันและกันใกล้เสียจนเธอมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเทาคู่นั้น ดวงตาที่มักจะซ่อนความลับดำมืดเอาไว้เบื้องหลังเสมอ ในสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับเปลวไฟที่โหมกระพือท่ามกลางสายฝน "ทำไมคุณถึงรู้กลไกของตึกนี้ดีนัก?" ปารมีหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด สัญชาตญาณนักกฎหมายและผู้พิทักษ์ความยุติธรรมกรีดร้องเตือนภัย "ตึกนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นสิบปี แต่โครงสร้างความปลอดภัยกลับเป็นเทคโนโลยีล่าสุด… อย่าบอกนะคะว่าคุณเป็นคนออกแบบมันตั้งแต่แรก" มุมปากของกันต์กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเสน่ห์อันน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวยาวของเขายื่นเข้ามาใกล้ แตะลงบนหลังมือของเธอที่ถือไขควงอยู่ แรงสัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่มันกลับทำให้ลมหายใจของปารมีสะดุดไปชั่วขณะ "ความจริงมักจะน่ากลัวกว่าที่คุณคิดเสมอ, ทนายสาว" กันต์กระซิบชิดริมหู เสียงของเขาต่ำพร่าราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "แต่ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเอาชนะผมในชั้นศาล… ปล่อยมือจากตรงนั้น แล้วเชื่อใจผมสักครั้ง" ติ๊ก… ติ๊ก… เสียงนาฬิกาดิจิทัลกระโดดเปลี่ยนตัวเลข จากสิบนาทีสุดท้าย ลดลงเหลือเพียงเก้า นาที ความกดอากาศในห้องเริ่มลดต่ำลงจนหูอื้อ กลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้าเริ่มโชยมาแตะจมูกชัดเจนขึ้น ปารมีมองหน้าเขานิ่ง สมองอันชาญฉลาดกำลังประมวลผลความเสี่ยงทั้งหมด ความไว้วางใจเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดสำหรับคนที่เคยสูญเสียทุกอย่างในอดีต แต่แววตาของกันต์ในวินาทีนี้ไม่มีร่องรอยของการโกหก มีเพียงความมุ่งมั่นบางอย่างที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ในใจของเธอ "สามนาที" ปารมีเอ่ยเสียงเฉียบขาด "ถ้าคุณไขรหัสไม่ได้ เราตายด้วยกัน" "ดีล" กันต์ยิ้มรับ มือใหญ่เข้ากุมมือเธอแน่นขึ้น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงผ่านฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อ เขาใช้ความรู้เชิงสถาปัตยกรรมและรหัสโครงสร้างที่เขาเป็นคนออกแบบมันขึ้นมาเองเมื่อหลายปีก่อน พิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแผงควบคุมด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ จนแก้วหูแทบแตก หน้าจอสีแดงฉานเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เสียงระเบิดกัมปนาทจะดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นหลุดจากห้องควบคุมตกลงไปสู่กองโฟมกันกระแทกชั่วคราวที่ซ่อนอยู่ชั้นล่าง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ปารมีหอบหายใจโยนตัวลุกขึ้นจากซากปรักหักพัง ผมเผ้าหลุดลุ่ย เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น เธอกวาดสายตาหาคนข้างกายอย่างรวดเร็ว และพบว่ากันต์กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ไกลนัก มีคราบเลือดไหลซึมออกจากศีรษะของเขา "กันต์!" ปารมีร้องเรียกด้วยน้ำเสียงที่หลุดจากความเยือกเย็นเป็นครั้งแรก เธอรีบคลานเข้าไปหาร่างนั้น พลิกตัวเขาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล กันต์ลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากที่เปื้อนฝุ่น เขายื่นมือข้างที่ถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชูขึ้นตรงหน้าเธอ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกเขากล่าวหาว่าสูญหายไปตลอดกาล "ผมบอกแล้ว… ว่าเราจะรอด" เขาพูดเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลงหมดสติไปในอ้อมแขนของเธอ ปารมีกอดร่างของชายหนุ่มไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ หวาดกลัว และ… ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงคိုးกแคกของตึกที่กำลังจะพังถล่มลงมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแว่วมาจากทางบันหนีไฟด้านหลัง *ก๊อก… ก๊อก…* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสารวัตรธนาที่ควรจะมาถึง แต่เป็นจังหวะการเดินที่คุ้นเคยอย่างน่ากลัว… จังหวะการเดินของบุคคลที่สวมหน้ากากหิน ซึ่งควรจะถูกขังอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด! ปารมีหันขวับไปมองความมืดเบื้องหลัง แสงไฟฉายสาดส่องกระทบกับรองเท้าหนังขัดเงาและปลายเสื้อกันหนาวสีดำตัวยาว ร่างสูงโปร่งก้าวพ้นเงาสลัวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่บนหน้ากากหินศิลาแลงโบราณ—หน้ากากที่กำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขาด้วยแววตาสีเทาคู่เดียวกันกับคนที่นอนหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเธอ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%