กลิ่นอับชื้นของซากปูนเก่าและฝุ่นผงที่ทับถมกันมานานนับทศวรรษ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กในบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันต์ที่ดังอยู่ใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัย
ปารมีขยับสันปกเสื้อโค้ดสีดำสนิทของเธอเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของค่ำคืนในเขตรกร้างชานเมือง หากแต่เป็นเพราะแรงกดดันทางจิตวิทยาจากพื้นที่เบื้องหน้าที่กำลังกรีดร้องความทรงจำสีเลือดออกมาทีละน้อย โรงงานทอผ้าเก่าแก่แห่งนี้คือหลุมศพทางกฎหมายที่ปิดตายคดีสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน และในเวลานี้ เธอกำลังยืนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของความมืดมิดนั้น โดยมีผู้ต้องสงสัยที่อันตรายที่สุดในชีวิตยืนอยู่เคียงข้าง
"คุณแน่ใจหรือคะว่าเราควรเข้ามาในนี้โดยไม่มีแม้แต่ไฟฉายสำรอง" น้ำเสียงของทนายสาวราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตางอนงาม เธอยืนนิ่งอยู่ใต้ซุ้มคานคอนกรีตที่ผุกร่อน ดวงตาคู่คมกวาดมองความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง
กันต์หยุดเดิน เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดที่แตกละเอียด ทอดมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าประชิดตัวเธอทีละน้อย จนปารมีต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว—แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาปูนเย็นเฉียบ
"ถ้าคุณกลัวความมืด... ปารมี คุณก็ไม่ควรพาตัวเองเดินตามเงาของอดีตเข้ามาตั้งแต่แรก" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบa ทว่าก้องกังวานในความเงียบ เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านขึ้นในอากาศราวกับกระแสไฟฟ้าสถิต กันต์ยกมือขึ้นวางทาบกับเสาปูนกั้นขวางทางด้านข้างของเธอ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่จำกัดโดยไม่ต้องสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่น้อย "หรือที่จริงแล้ว... คุณกลัวความจริงที่จะได้เจอมากกว่ากันแน่"
ปารมีไม่หลบสายตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความเยือกเย็นถูกหยิบมาใช้เป็นเกราะคุ้มกันอีกครั้ง หัวใจที่เต้นรัวด้วยความรู้สึกซับซ้อนถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ฉันไม่เคยกลัวความจริงค่ะ กันต์... สิ่งที่ฉันกลัว มีเพียงอย่างเดียวคือการที่คนบางคนพยายามใช้ความจริงครึ่งๆ กลางๆ มาบิดเบือนความยุติธรรม" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือของเขาเบาๆ ไม่ได้เป็นการผลักไส แต่เป็นการบังคับให้เขารักษาระยะห่าง "ถอยไปค่ะ เรามีเวลาจำกัด ก่อนที่สารวัตรธนาจะรู้ตัวว่าฉันแอบหนีออกมากับคุณ"
รอยยิ้มของกันต์จางหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น เขาลดมือกลบเกลื่อนความใกล้ชิดเมื่อครู่ลงอย่างเสียดาย ก่อนจะพยักพยักเพยิดไปยังโถงกลางของโรงงานร้าง ซึ่งโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นสนิมตั้งตระหง่านราวกับโครงกระดูกของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์
"ตรงนั้นแหละ..." กันต์กล่าวเสียงต่ำ ทอดสายตาไปยังจุดที่เคยเป็นสายพานการผลิต "ห้องใต้ดินที่เชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำทิ้ง... ตำรวจสรุปสำนวนคดีเมื่อสิบปีก่อนว่าเหยื่ออุบัติเหตุพลัดตกเครื่องจักร แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ผมเพิ่งแกะรอยได้เมื่อวาน บอกว่าร่องรอยการงัดแงะที่คานเหล็กด้านบน เกิดจากคานเหล็กถ่วงน้ำหนัก ไม่ใช่แรงกระแทกจากอุบัติเหตุ"
ปารมีขมวดคิ้วน้อยๆ สัญชาตญาณนักกฎหมายและทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาญาทำงานทันที เธอก้าวเท้าตามเขาไปยังจุดเกิดเหตุเก่าแก่ ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นตามจังหวะการเดิน
"ถ้ามีคนจงใจจัดฉากให้เป็นการตายของอุบัติเหตุ..." ปารมีพึมพำกับตัวเอง วิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลในหัว "หมายความว่าฆาตกรในคดีเมื่อสิบปีก่อน กับฆาตกรหน้ากากหินในปัจจุบัน คือคนๆ เดียวกัน... หรือไม่ก็มีผู้สืบทอดอุดมการณ์เดียวกัน"
"ฉลาดมากครับ ทนายปารมี" กันต์หันมามองเธอด้วยแววตาสื่อความหมายลึกซึ้ง "และจุดที่น่าสนใจที่สุดก็คือ..."
เขาก้มตัวลงใช้ปลายรองเท้าเขี่ยเศษซากอิฐปรักหักพังบริเวณฐานเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า เผยให้เห็นแผ่นโลหะสลักลวดลายประหลาดฝังอยู่กับเนื้อปูน ลวดลายนั้น... เป็นสัญลักษณ์รูปงูกัดหางตัวเอง Ouroboros ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุคดีล่าสุดของทนายความรุ่นพี่ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา
ปารมีทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อพิจารณาวัตถุโบราณนั้นให้ชัดเจนขึ้น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตะลึง มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมเลียนแบบ แต่มันคือร่องรอยของ "องค์กร" หรือ "กลุ่มบุคคล" ที่ฝังรากลึกอยู่ในโครงสร้างอำนาจของเมืองนี้มาอย่างยาวนาน
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสรอยสลักบนแผ่นโลหะ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังแว่วมาจากทางเข้าด้านหน้าของโรงงานร้าง พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืดสลับไปมา
"ปารมี! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!" เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวของสารวัตรธนาสะท้อนก้องไปทั่วโถงกว้าง "ถอยห่างจากมันเดี๋ยวนี้! คุณกำลังเล่นกับไฟ!"
ปารมีสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับไปมองทางต้นเสียง ทว่าเมื่อเธอกลับมามองที่จุดเดิมเพื่อจะเรียกให้กันต์ช่วยดูหลักฐาน... พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
กันต์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในความมืด ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
เหลือเพียงความเย็นยะเยือกของสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างแตกๆ และแผ่นโลหะสลักสัญลักษณ์งูกัดหางที่เริ่มมีรอยร้าวปริแตกออกทีละน้อย เผยให้เห็นวัตถุลึกลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในช่องว่างใต้พื้นคอนกรีต—มันคือ "แฟลชไดรฟ์" สีดำสนิทที่มีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ และสลักชื่อย่อของบุคคลที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... บิดาบังเกิดเกล้าของปารเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เงาจันทราลี้ลับ
คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 15
เบาะแสจากโรงงานร้าง
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!