หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 25

ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์

ผลงานโดย บันทึกคนจร
แฟ้มเอกสารหนาปึกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพรมราคาแพงระยับ ทว่าอคินทร์กลับไม่หลงเหลือสติปัญญาพอจะสนใจความเสียหายตรงหน้า เสียงลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ทุกลมหายใจที่สูดเข้าไปช่างหนักหน่วงและแผดเผาช่องอกจนปวดร้าว ภาพในความทรงจำเมื่อครู่ยังคงสั่นคลอนโลกทั้งใบของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน รินรดาในยามนี้… ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับความชอกช้ำบนเตียงนอนหลังใหญ่อันโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มที่เธอส่งให้ชายแปลกหน้าผู้สวมสูทเนี๊ยบเฉียบคมคนนั้น เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว เต็มไปด้วยความมั่นใจ และเปล่งประกายจนบาดลึกเข้ามาในดวงตาของอคินทร์ รอยยิ้มแบบนั้น… เขาไม่เคยได้รับมันเลยตลอดเวลาสามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา "ท่านประธานครับ เอกสารสรุปยอด..." เลขานุการหนุ่มชะงักฝีเท้ากึกเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงานแล้วพบเจ้านายยืนนิ่งค้างดั่งรูปปั้น ดวงตาคมกริบของอคินทร์แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ จนน่ากลัว "ออกไป..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นระคนขมขื่น อคินทร์ไม่ได้ไล่ด้วยความเกรี้ยวกราด ทว่ามันคือแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้คนฟังต้องรีบถอยกรูดออกไปปิดประตูเงียบเชียบ อคินทร์ก้าวเท้าเดินไปที่กระจกใสบานยักษ์ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพของย่านธุรกิจใจกลางเมืองเบื้องล่าง ด้านล่างนั้น… รถยนต์คันหรูจอดเทียบท่า รินรดากำลังก้าวขึ้นรถโดยมีชายหนุ่มคนเดิมคอยโอบประคองแผ่นหลังให้อย่างทะนุถนอม มือหนาของมันแตะลงบนเอวบางคอดกิ่วอย่างสนิทสนม ภาพนั้นกระชากสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของอคินทร์ให้ขาดผึ่ง ความหึงหวงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดอย่างรวดเร็ว รสชาติฝาดเฝื่อนเอ่อล้นในปาก หัวใจบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ นี่หรือคือสิ่งที่เขาต้องชดใช้? การเฝ้ามองผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเขา เดินไปอยู่ในอ้อมแขนของคนอื่นอย่างสง่างาม โดยที่ตัวเขาเองไม่มี ‘สิทธิ์’ แม้แต่จะเอ่ยปากห้ามปราม สิทธิ์เหรอ? ใช่… เขานี่เองที่เป็นคนโยนสิทธิ์นั้นทิ้งลงถังขยะด้วยมือของตัวเอง ในวันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย และผลักไสเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี รถยนต์คันนั้นเคลื่อนตัวออกไปไกลจนลับสายตา แต่อารมณ์คุกรุ่นในอกของอคินทร์กลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลง เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมไหลผ่านรอยเล็บ ทว่าความเจ็บทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอกที่กำลังแผดเผา ไม่… เขาไม่มีวันยอมให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป สัปดาห์ต่อมา ณ งานนิทรรศการศิลปะและการกุศลชื่อดัง แสงไฟนวลตาจากแชนเดอเลียร์ระยิบระยับสะท้อนบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ผู้คนในชุดราตรีและสูทสากลเดินสนทนากันด้วยเสียงนุ่มนวล ทว่าท่ามกลางความหรูหรานั้น สายตาคู่คมของอคินทร์กลับกวาดมองหาเพียงเป้าหมายเดียว เขาย่างกรายเข้ามาในงานนี้โดยไม่ได้รับเชิญ แต่ด้วยอิทธิพลและบารมี ไม่มีใครกล้าขวางทางท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล แล้วเขาก็พบเธอ… รินรดาสวมชุดเดรสยาวเข้ารูปสีมรกต ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา เธอกำลังยืนจิบแชมเปญและพูดคุยอย่างออกรสกับชายคนเดิม—ปกรณ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทเครือโรงแรมชื่อดัง ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับภาพวาดในนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ อคินทร์ก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบดั่งเสือร้ายที่กำลังคุมเชิงเหยื่อ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราศจะทะลุออกมานอกอก ยิ่งเห็นปกรณ์โน้มตัวเข้าไปใกล้รินรดาเพื่อกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างจนเธอยิ้มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข อคินทร์ก็รู้สึกราวกับมีไฟสุมอยู่ในทรวงอก มันเป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และจริงใจ… รอยยิ้มที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตแต่งงาน "ดูท่าทางคุณรินรดาจะมีความสุขดีนะครับช่วงนี้" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นแทรกกลางระหว่างบทสนทนารื่นรมย์ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหวานชะงักค้าง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเสียง แววตาที่เคยทอประกายความสุขแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบ เย็นชา และห่างเหินในเสี้ยววินาที ปกรณ์ขยับตัวเข้ามาบังหน้าหญิงสาวไว้เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง "ขอโทษนะครับ คุณคือ...?" "ผมคื ออดีตสามีของเธอ" อคินทร์เน้นย้ำทุกพยางค์ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของรินรดา ราวกับต้องการค้นหาเศษเสี้ยวเยื่อใยในอดีต "และดูเหมือนว่าคุณ... จะเข้ามาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของภรรยาเก่าผมมากเกินไปหน่อยนะครับคุณปกรณ์" มุมปากของรินรดาเหยียดยิ้มเย็นชา เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของปกรณ์ สบตากับอคินทร์อย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ความอ่อนแอในอดีตถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวผู้ทรงพลังและเด็ดเดี่ยว "คุณอคินทร์คงจะเข้าใจอะไรผิดไปกระมังคะ" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คำว่า 'ภรรยาเก่า' มันสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่ากันแล้วค่ะ และฉันในตอนนี้ เป็นอิสระจากคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ จะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร หรือจะให้เกียรติใคร มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน... ไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาเดือดร้อน" คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจอคินทร์อย่างจัง จนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ "ริน..." อคินทร์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาไหววับฉายความเจ็บปวดออกมาชั่วขณะ "ผมแค่อยากคุยกับคุณ... เรื่องของเรา" "ไม่มีเรื่องของเราอีกแล้วค่ะ" รินรดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น "ถ้าคุณมาร่วมงานเพื่อดื่มฉลอง ดิฉันก็ยินดีต้อนรับในฐานะแขกคนหนึ่ง แต่ถ้าคุณมาเพื่อแสดงความหึงหวงไร้สาระแบบนี้... กรุณาให้เกียรติสถานที่และตัวคุณเองด้วยค่ะ" ปกรณ์มองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ เขาตบไหล่อคินทร์เบาๆ ด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาททางสังคม "ดูเหมือนคุณอคินทร์จะมีเรื่องส่วนตัวต้องสะสาง งั้นผมขอตัวพาคุณรินรดาไปพบแขกท่านอื่นก่อนนะครับ" ภาพที่ปกรณ์ยื่นมือไปโอบเอวรินรดาเพื่อนำทางเดินเลี่ยงออกไป ทำให้อคินทร์แทบคลั่ง สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวเอาไว้แน่นทันที! "ปล่อยฉันนะคะ!" รินรดาหันขวับมาตวาดด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยฉายแววโกรธเคืองอย่างปิดไม่มิด "ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น ริน... เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง" อคินทร์ดึงข้อมือเธอเข้ามาหาตัวด้วยแรงที่มากเกินไปจนรินรดานิหน้าด้วยความเจ็บ ปกรณ์ชะงักฝีเท้าและเตรียมจะเข้ามาแทรกแซง ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วราวกับระฆังแก้วก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "คุณแม่คะ! น้องลันตาหิวน้ำจังเลยค่ะ!" ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่ด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อ ก่อนที่ดวงตากลมคู่นั้นจะเบนมามองหน้าอคินทร์ที่กำลังยืนแข็งค้างเป็นหิน ทุกลมหายใจของอคินทร์หยุดชะงักลงอีกครั้ง สมองขาวโพลนเมื่อได้สบตากับเด็กหญิงตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียยิ่งกว่าพิมพ์เดียวกัน ดวงตา จมูก ริมฝีปาก... ราวกับส่องกระจกเงาเห็นตัวเองในวัยสองขวบไม่มีผิดเพี้ยน! รินรดารีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของอคินทร์ทันทีที่เขาเผลอคลายมือ เธอก้มลงอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาแนบอกอย่างปกป้อง ดวงตาคมกวาดมองอคินทร์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อสายตา "รู้จักเด็กคนนี้ไหมคะ..." รินรดากระซิบเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เอ่ยประโยคที่ทำให้อคินทร์รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล "ลูกสาววัยสองขวบของฉัน... เด็กที่คุณเคยบอกว่า... ไม่มีวันอยากมีร่วมกับฉันยังไงล่ะคะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันสาสมนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%