แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับถูกเปิดผ่านอย่างไร้ความใส่ใจ แต่ทว่าดวงตาคมกริบของอคินทร์กลับหยุดนิ่งสนิท เมื่อหน้าจอสมาร์ตโฟนส่วนตัวที่วางอยู่ข้างกันสว่างวาบขึ้นด้วยการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสนทนา
ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่ถูกส่งเข้ามาจากเลขานุการส่วนตัวเพื่อรายงานความคืบหน้าบางประการ กลายเป็นสิ่งเดียวที่ดึงดูดสมาธิทั้งหมดของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านให้อยู่ในภวังค์
อคินทร์ขยับตัวเข้าใกล้หน้าจอ ชายหนุ่มโน้มตัวลงต่ำราวกับต้องการกลืนกินภาพตรงหน้าเข้าไปในความทรงจำ ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดชีวิตกลับกระหน่ำรัวราฃเสียงกลองศึกที่ไร้ระเบียบ
ในภาพนั้นคือเด็กหญิงตัวน้อยวัยราวสองขวบ เส้นผมสีดำสนิทหยักศกเล็กน้อยรับกับดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ ทว่าสิ่งสะดุดตาที่สุดจนทำให้มือหนาที่ถือปากกาอยู่ถึงกับสั่นเทา คือโครงหน้าช่วงคาง โคนคิ้วที่เฉียงขึ้นเล็กน้อยยามเจ้าตัวเล็กยิ้มกว้าง และโดยเฉพาะรอยบุ๋มเล็กๆ ที่ข้างแก้มขวาข้างนั้น—มันคือสำเนาถูกต้องของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน
"นี่มัน..." อคินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว รินรดาในวันที่เธอยังเป็นภรรยาผู้เงียบขรึมและยอมก้มหัวให้เขาในทุกเรื่อง หญิงสาวผู้เคยถูกเขาตราหน้าว่าเป็นเพียง "ภรรยาไร้ค่าที่แต่งเข้ามาเพราะผลประโยชน์" วันที่เธอหอบกระเป๋าใบเล็กเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังจากการหย่าร้างสิ้นสุดลง เธอนัยน์ตาว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ ถ้าเด็กคนนี้มีอายุราวสองขวบ... นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาที่รินรดากำลังตั้งครรภ์ ท้องของเธอกำลังใหญ่ขึ้น และเธอกำลังเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว... คือช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี และปล่อยให้เธอต้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง
"ท่านประธานครับ เอกสารสัญญาโครงการใหม่พร้อมให้ท่านตรวจสอบแล้วครับ..."
เสียงเคาะประตูก่อนที่ผู้ช่วยหนุ่มจะก้าวเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายหนุ่มที่ซีดเผือดราวกับคนเพิ่งเห็นภูตผี ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน
"ออกไปก่อน..." อคินทร์เอ่ยเสียงต่ำ รlบคำสั่งนั้นเฉียบขาดจนผู้ช่วยต้องรีบถอยหลังกลับออกไปและปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่อุณหภูมิรอบตัวกลับลดฮวบลงจนน่าใจหาย อคินทร์ใช้ปลายนิ้วเลื่อนดูภาพถ่ายอื่นๆ ที่ถูกส่งตามมาทีละภาพ รินรดาในชุดทำงานเรียบง่ายกำลังอุ้มเด็กหญิงคนนั้นเข้าร้านเบเกอรี รอยยิ้มของอดีตภรรยาที่เขามีโอกาสได้เห็นเพียงน้อยนิดตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกัน กลับเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดยามเธอก้มลงมองเด็กหญิงในอ้อมแขน
ความรู้สึกผิดที่เคยเป็นเพียงแค่สะเก็ดไฟในใจ บัดนี้กลับลุกลามกลายเป็นเปลวเพลิงกองใหญ่ที่แผดเผาอกข้างซ้ายจนแทบแหลกสลาย เขาเคยคิดว่าการหย่าคือการปลดปล่อยพันธนาการ เขาเคยคิดว่าเงินก้อนโตที่ชดเชยให้เธอคือความยุติธรรมสูงสุด แต่ในวินาทีนี้... เขากลับตระหนักได้ว่า ตัวเองได้ทำลายครอบครัวที่แท้จริงด้วยมือของตนเอง และที่ร้ายแรงที่สุดคือ เขากำลังปฏิเสธสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอย่างไร้เยื่อใย
อคินทร์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกโกรธตัวเองพุ่งพล่านผสมปนเปไปกับความหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต ความกลัวที่ว่า... เขาอาจไม่มีวันได้รับโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำว่าขอโทษ
โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วแกร่งกดหมายเลขโทรออกอย่างรวดเร็ว ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงระάดระแวงและลังเลของคนสนิทที่ถูกส่งไปสืบเรื่องนี้
"สืบให้ละเอียดที่สุด..." อคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกเล็กน้อยจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุม "ทุกอย่างเกี่ยวกับเด็กคนนั้น โรงเรียนที่แกแกแก้วตาไป ชื่อเล่น ชื่อจริง และที่สำคัญที่สุด..."
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองภาพหน้าจอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
"...โรงพยาบาลที่เด็กคนนี้เกิด เอาประวัติการรักษาทั้งหมดมาให้ฉันภายในหนึ่งชั่วโมงนี้!"
สั่งการเสร็จสรรพ อคินทร์ก็โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปที่กระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าพริบพราวราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่ในใจของเขากลับมืดมนไร้ทางออก
ภาพรอยยิ้มของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีเค้าโครงหน้าของเขาเองยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด และภาพแววตาเด็ดเดี่ยวของรินรดายามหันหลังให้เขาก็ตามมาหลอนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อคินทร์แค่นหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเองในอดีต สามปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอยู่บนความเย่อหยิ่งและคิดว่าตนเองเป็นผู้กุมเกมทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขากำลังเป็นผู้แพ้ราบคาบให้กับความเย็นชาของตนเอง
ในขณะที่อคินทร์กำลังจมดิ่งอยู่กับความสำนึกผิดและแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่กำลังจะพลิกชีวิตของเขานั้น ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง รินรดากำลังนั่งมองลูกสาวตัวน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียงนอนด้วยแววตาอ่อนโยน มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกน้อยอย่างทะนุถนอม พร้อมกับเสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงที่สว่างวาบขึ้นมาพอดี
หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์แปลกปลอมที่ไม่ปรากฏชื่อ ทว่าลางสังหรณ์บางอย่างกลับทำให้รินรดารู้สึกได้ทันทีว่า ความสงบสุขที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า... เมื่ออดีตสามีผู้ไม่เคยเหลียวแล กำลังจะก้าวเข้ามาทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 14
รอยร้าวในใจอดีตสามี
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!