หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 27

ผลตรวจที่เปลี่ยนโลก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กระดาษแผ่นเล็กๆ บนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องประชุมลับของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กำลังส่งเสียงกรีดร้องในความเงียบ เสียงนั้นไม่ได้ดังด้วยโสตประสาท แต่ดังสะเทือนลึกเข้าไปถึงโคนประสาทความรู้สึกของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดในโลกหล้า อคินทร์จ้องมองตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ทางพันธุศาสตร์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววเย็นชาและเด็ดขาดมาตลอดชีวิต ยามนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือหนาที่เอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ความจริงที่ถูกปิดตายด้วยความหยิ่งทะนงและความเข้าใจผิดมาเนิ่นนาน บัดนี้ได้ถูกกางออกประจักษ์แก่สายตาอย่างไม่มีทางปฏิเสธ ร้อยละ 99.99... เปอร์เซ็นต์ตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่แค่ผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจของชายผู้เคยคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าในทุกเกมชีวิต อคินทร์หลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทับซ้อนราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่รินรดาเดินหันหลังออกไปจากชีวิตพร้อมกับรอยย้ำเตือนด้วยน้ำตา วันที่เขาเคยเอ่ยปากไล่นางด้วยถ้อยคำอันแสนเลือดเย็นอย่างไร้เยื่อใย โดยปราศจากความเฉลียวใจเลยว่า สภาพร่างกายที่อ่อนล้าในวันนั้น แท้จริงแล้วกำลังอุ้มชูสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองเอาไว้ "คุณอคินทร์ครับ..." เสียงของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์ดังขึ้นแผ่วเบาด้วยความเกรงใจ เมื่อเห็นท่าทีนิ่งค้างดั่งรูปปั้นหินของท่านประธานหนุ่ม "ทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมายและมาตรฐานทางการแพทย์ทุกประการ ตัวอย่างเส้นผมและกระพุ้งแก้มของเด็กหญิงลันตา ตรงกับคุณทุกประการครับ" อคินทร์ยังคงนิ่งเงียบ เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาสั่นระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ระหว่างความปีติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้ กับความรู้สึกผิดบาปที่โถมซัดเข้ามาประหนึ่งคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจของเขา ลูกสาว... เด็กน้อยวัยสองขวบผู้มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มบริสุทธิ์ที่เคยวิ่งชนขาเขาในร้านกาแฟวันนั้น เด็กน้อยที่เขาเคยแสดงความเย็นชาใส่เพราะคิดว่าเป็นลูกของชายอื่น เด็กคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง เด็กหญิงผู้เป็นดวงใจของรินรดา ผู้หญิงที่เขาเคยทำลายหัวใจป่นปี้ด้วยมือของตนเอง "ขอบคุุณมากครับคุณหมอ" น้ำเสียงของอคินทร์แหบพร่าและต่ำลึกจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทราคาแพงดูราวกับจะหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตาเมื่อแบกรับความจริงอันหนักหน่วงนี้ไว้ ในขณะเดียวกัน ที่มุมร้านกาแฟสไตล์มินิมอลไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก รินรดากำลังนั่งมองบุตรสาวตัวน้อยกำลังใช้ช้อนพลาสติกตักพุดดิ้งรสสตรอว์เบอร์รีเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าหวานที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน ความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวคนใหม่ที่ไม่ใช่รินรดาผู้อ่อนแอคนเดิมที่ยอมให้อคินทร์เหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกต่อไป "คุณแม่ขา อร่อยจังเลยค่ะ คำนี้ให้คุณแม่นะ" น้องลันตาเอ่ยด้วยเสียงใสแจ๋ว พร้อมกับยื่นช้อนที่มีพุดดิ้งติดอยู่มาตรงหน้ามารดา รินรดาก้มลงรับความใส่ใจนั้นด้วยดวงตาที่เอ่อคลอด้วยความรักอันล้นปรี่ มือเรียวบางลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ "ขอบคุณค่ะคนเก่งของแม่ ลันตานี่แหละคือรางวัลชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแม่แล้ว" ทว่า ความสงบสุขในยามบ่ายกลับถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงมาบนโต๊ะ รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เมื่อเธเงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความรู้สึกนึกคิดมากมายที่เอ่อล้นทะลัก อคินทร์ยืนอยู่ตรงนั้น ลมหายใจของเขาหอบถี่ ร่างกายที่เคยสง่างามและเย่อหยิ่งยามนี้สั่นเทาเล็กน้อย เขามองหน้าเด็กหญิงลันตาก่อนจะเบนสายตามาสบตากับอดีตภรรยา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเวทนาต่อตนเอง ความสำนึกผิด และความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน "ริน..." เสียงของเขาเรียกชื่อเธอเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงนั้นจะแตกสลายหายไปในอากาศ รินรดาวางช้อนในมือลง ชักสีหน้าเรียบเฉยและตั้งการ์ดป้องกันทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังและเย็นชาใส่เขาอย่างไม่ปิดบัง "คุณมาทำไมที่นี่ อคินทร์? ระหว่างเรามันจบลงไปนานแล้ว และฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไร2ต้องคุยกันอีก" อคินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้นอย่างลืมตัว มือหนายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมไปคว้ามือเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวที่เธอมองกลับมา มันเป็นสายตาที่ประกาศชัดเจนว่า กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมานั้นสูงและแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะปีนป่ายข้ามกลับไปได้ง่ายๆ "ผมรู้แล้ว..." อคินทร์กลืนก้อนสะอื้นลงคอ น้ำเสียงของเขาแหบแห้งและสั่นเครือจนคนฟังถึงกับขมวดคิ้ว "ผมรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว... ริน" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดระแวง แต่เธอก็ยังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี "คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ" อคินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากอกเสื้อ วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา ราวกับสิ่งนั้นคือวัตถุอันตรายที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "ผลตรวจ DNA ของลันตา..." อคินทร์เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นสะท้อนลึกถึงวิญญาณ "แกเป็นลูกของผม... ลูกแท้ๆ ของผม ทำไม... ทำไมคุณถึงปิดบังเรื่องนี้กับผมมาตลอด ริน?" รินรดาก้มมองซองเอกสารนั้น หัวใจของเธอชาวาบไปชั่วขณะ แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ความเจ็บปวดในอดีตก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นในอก เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะด้วยความสมเพชเวทนาต่อท่าทีของอดีตสามี "ปิดบังงั้นเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบจนอคินทร์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก "ในวันที่ฉันพยายามจะบอกคุณ ในวันที่ฉันคุกเข่าขอร้องให้คุณรับฟังและเห็นใจฉันบ้าง คุณทำอะไร คุณผลักไสฉัน ไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมาแถมยังหยิบยื่นใบหย่าใส่หน้าฉัน พร้อมกับตราหน้าว่าฉันเป็นผู้หญิงสำส่อน!" อคินทร์สะอึกราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ คำพูดของเธอแต่ละคำเหมือนคมมีดที่กรีดแทงซ้ำลงบนแผลเดิมที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง "ริน... ผมขอโทษ ผมมันโง่เอง ผม..." "ใช่ คุณมันโง่!" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมและทรงพลัง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปประจันหน้ากับเขาโดยไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย "และตอนนี้ ต่อให้คุณจะรู้ความจริงแล้วมันยังไงล่ะอคินทร์? เด็กคนนี้คือลูกสาวของฉัน ฉันอุ้มท้องเลี้ยงดูเขามาด้วยหยาดเหงื่อและความยากลำบาก ในวันที่คุณสุขสบายบนกองเงินกองทอง คุณเคยสนใจไหมว่าเราสองแม่ลูกจะอยู่อย่างไร? และตอนนี้... คุณคิดจะมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อโดยใช้ผลตรวจกระดาษแผ่นเดียวเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ!" รินรดาเอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารบนโต๊ะ แล้วโยนมันกลับไปใส่ตัวเขาอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก "ลันตา เราไปกันเถอะลูก ที่นี่อากาศไม่ค่อยดี มีหมาบ้าแถวนี้คอยเห่าส่งเสียงน่ารำคาญ" "ค่ะคุณแม่" เด็กน้อยเอียงคอรับคำอย่างไม่รู้ประสา อคินทร์ยืนนิ่งงั้น มองดูอดีตภรรยาที่อุ้มลูกสาวเดินผ่านตัวเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ความรู้สึกพ่ายแพ้และสูญเสียตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เขารู้ดีว่าความผิดที่ตนเองก่อไว้นั้นมันใหญ่หลวงเกินกว่าจะได้รับการอภัยโดยง่าย แต่เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้ลูกและอดีตภรรยาหลุดมือไปเด็ดขาด ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นประตูร้าน อคินทร์ก็หมุนตัวกลับแล้วตะโกนไล่หลังด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและสั่นเครือ "ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน หรือพยายามหนีผมไปไกลสุดขอบโลกแค่ไหนก็ตาม... รินรดา!" อคินทร์สูดหายใจเฮือกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันยอมแพ้ "จำเอาไว้... ผมจะไม่ยอมสูญเสียลูกสาวของผมไปเป็นครั้งที่สองแน่ ต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไถ่บาป ผมก็จะทำ!" รินรดาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคประกาศกร้าวจากชายผู้เคยหยิ่งทะนง เธอยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่โดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากร้านอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้อคินทร์ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางความเงียบงันของบรรยากาศรอบตัว แต่ทว่า... ในขณะที่อคินทร์กำลังจะเดินตามออกไปเพื่อรั้งพวกเธอไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือเลขานุการส่วนตัวที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงปลายสายละลลักละลี้จนแทบฟังไม่รู้เรื่อง "มีคนส่งเอกสารลับเกี่ยวกับหุ้นบริษัททั้งหมดไปให้สำนักข่าวและตลาดหลักทรัพย์แล้วครับ ตอนนี้หุ้นของเรากำลังดิ่งลงเหว และ... และ..." อคินทร์หน้าถอดสี "และอะไรวะ พูดให้มันเคลียร์!" "และคนที่อยู่เบื้องหลังการฮุบหุ้นทั้งหมด... คือคนที่คุณคาดไม่ถึงที่สุดในโลกนี้ครับ!" (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันสาสมนี้ด้วยกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%