เอกสารแผ่นบางในแฟ้มสีน้ำชาบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีน้ำหนักราวกับขุนเขาที่ถล่มลงมาทับร่างของชายผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้ อคินทร์จ้องมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับหวังว่าความเหนื่อยล้าจะทำให้เขาตาฝาดไป แต่ไม่เลย... ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร และทุกถ้อยคำแพทย์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนจนไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ
ผลการตรวจ DNA ระหว่างเขากับเด็กหญิงลันตา
อัตราความเข้ากันได้ร้อยละ 99.99 เปอร์เซ็นต์
ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหรานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ หัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา คล้ายถูกบดขยี้ด้วยมือที่มองไม่เห็น เขารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกกระชากหายไปจากปอด เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาดิก ภาพวันวานที่เขาร2เอ่ยปากไล่รินรดาออกจากบ้านหลังโต โดยปราศจากการเหลียวแล ภาพที่เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสิ้นหวัง ย้อนกลับมาทุบซ้ำเติมความโง่เขลาของเขาอย่างไม่ปรานี
"เธอ... มีลูกกับผม ตั้งแต่ตอนนั้น..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม อคินทร์พึมพำกับความว่างเปล่า ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสอย่างไม่อาจควบคุม
เขานึกถึงรอยยิ้มสดใสของเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบ ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน และเสียงเจื้อยแจ้วที่เรียกหา "คุณแม่" ทุกครั้งที่หวาดกลัว... ในขณะที่เขา คนที่เป็นพ่อแท้ๆ กลับเคยผลักไส เคยใช้คำพูดเชือดเฉือน และเคยมองเด็กคนนั้นเป็นเพียง "ภาระ" หรือเครื่องมือชิ้นหนึ่งในการแก้แค้น
ความสำนึกผิดพุ่งทะยานเข้ากัดกินหัวใจราวกับฝูงมดพิษ มันรุนแรงเสียจนเขาทนยืนหยัดต่อไปไม่ไหว
ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลองไปกับพื้นพรมราคาแพง เข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินลงกระทบกระดาษ สร้างรอยด่างพร้อยบนตัวหนังสือพิมพ์ดีด ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันลบเลือน ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งที่รินรดาเคยได้รับ บัดนี้มันย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาเป็นร้อยเท่าทวีคูณแล้ว
"ริน... ผมขอโทษ..."
คำขอร้องที่สายเกินไปถูกเอื้อnนออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา อคินทร์ซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่กว้างสั่นสะเทือนตามแรงสะอื้นไห้ของผู้ชายที่เพิ่งตระหนักว่า ตัวเองได้ทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือคู่เดิม
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้าน รินรดากำลังจัดเตรียมเสื้อผ้าตัวเล็กๆ ของน้องลันตาลงในกระเป๋าเดินทาง ใบหน้าหวานที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนฉายแววเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ความเจ็บปวดในอดีตได้ถูกหลอมรวมให้กลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง เธอจะไม่ยอมหวนกลับไปเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมภายใต้เงาของใครอีกแล้ว
"คุณแม่คะ เราจะไปไหนกันหรอคะ?" เสียงใสๆ ของน้องลันตาเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับเอียงคอมองมารดาด้วยความสงสัย มือป้อมๆ ถือกตุ๊กตากระต่ายเน่าคู่ใจไว้แน่น
รินรดาสดับฟังเสียงนั้นแล้วระบายยิ้มอ่อนโยน เธอวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกสาว ก้มลงจูบหน้าผากมนด้วยความรักทั้งหมดที่มีในหัวใจ
"เราจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันค่ะลูก ที่ที่พวกเราจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง" รินรดากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่าอคินทร์คงไม่ยอมรามือจากพวกเธอง่ายๆ หลังจากที่เขารู้ความจริงทั้งหมด
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะรูดซิปกระเป๋าเดินทางใบสุดท้าย เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็สะท้อนขึ้นจากหน้าห้อง ราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามพังมันเข้ามาด้วยความร้อนรนและสิ้นสติ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"รินรดา! เปิดประตูให้ผมเถอะนะ... ได้โปรด..." เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันเต็มไปด้วยความแตกสลาย ความเวทนา และความเจ็บปวดเจียนตาย ซึ่งรินรดาไม่เคยได้ยินจากผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยในชีวิต
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ขณะที่น้องลันตาขยับเข้ามาซุกตัวหลบหลังมารดาด้วยความหวาดกลัวต่อเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันสาสมนี้ด้วยกันนะครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 28
ความช็อกและสำนึกผิด
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!