กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มแห่งอคินทร์กรุ๊ปผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เอกสารนับร้อยหน้าที่กองสุมอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงถูกผลักไปกองรวมกันไว้มุมหนึ่ง เปิดทางให้แฟ้มประวัติส่วนตัวสีน้ำตาลอ่อนเล่มบางที่ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าสุดท้าย... หน้าที่มีรูปถ่ายของเด็กหญิงวัยสองขวบ ดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
อคินทร์นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่ ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ชีวิตชีวา ทว่าภายในอกกลับร้อนรุ่มราวกับมีถ่านแดงๆ สุมอยู่ตลอดเวลา ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันสะท้อนถึงความฟุ้งซ่านในใจที่ไม่อาจควบคุมได้ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งรินรดาให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม
ในอดีต เขาคิดว่าการหย่าขาดจากผู้หญิงที่ผู้ใหญ่จัด 00ให้จะเป็นการปลดปล่อยตัวเองจากพันธะไร้สาระ เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี เคยบอกว่าเธอเป็นได้แค่ภรรยาในนามที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องความใส่ใจ แต่วันนี้... วันที่เธอเดินจากไปพร้อมกับพยานรักที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง โลกทั้งใบที่เคยอยู่ในกำมือของเขากลับพังทลายลงไม่เป็นท่า
"คุณอคินทร์ครับ เอกสารชุดที่ให้ตรวจสอบเรื่องที่ดินแปลงริมแม่น้ำสำหรับโครงการใหม่... เรียบร้อยแล้วครับ" เลขานุการหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พร้อมกับวางแฟ้มงานอีกเล่มลงบนโต๊ะ
"ยังไม่ต้องพูดเรื่องงานตอนนี้..." อคินทร์ยกมือขึ้นห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ภาพของเด็กน้อยในแฟ้มลับ "สืบเรื่องที่ฉันสั่งไปถึงไหนแล้ว โรงเรียนอนุบาลที่รินรดาพาแกไปสมัคร... ได้ความว่าอย่างไรบ้าง"
"เอ่อ... ทางนั้นแจ้งว่า คุณรินรดาดูแลน้องลันตาด้วยตัวเองตลอดเวลาครับ และ... และดูเหมือนว่าเธอระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษ คุณอคินทร์ครับ ผมต้องเรียนตามตรงว่า การที่เราจะเข้าไปเข้าหาเด็กโดยตรงในตอนนี้ อาจจะทำให้คุณรินรดาไหวตัวทันและพาเด็กย้ายที่อยู่อีกนะครับ"
คำเตือนนั้นเปรียบเสมือนน้ำ冷สาดเข้าหน้า แต่อคินทร์หาได้สนใจไม่ ความอดทน ความเย่อหยิ่ง และศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอเขามาตลอดหลายปีถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าของลูกสาว วันนี้เขาไม่เหลือมาandความน่าเกรงขามใดๆ อีกแล้ว เหลือเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไถ่บาป และเพื่อดึงรั้งผู้หญิงกับลูกที่เขาเคยทอดทิ้งให้กลับคืนสู่อ้อมอก
"ฉันไม่สนใจว่าเธอจะระวังตัวแค่ไหน" อคินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเลขาธิการด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและกร้าวแกร่งจนอีกฝ่ายต้องหลบสายตา "สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่การไปแอบมองจากที่ไกลๆ อีกต่อไปแล้ว... แผนการที่เราคุยกันไว้เมื่อวาน เริ่มดำเนินการได้เลย"
"แต่ว่า... การใช้วิธีนั้น มันอาจจะทำให้คุณรินรดาเกลียดคุณอคินทร์มากกว่าเดิมนะครับ"
"ปล่อยให้เธอเกลียดเถอะ..." รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "อย่างน้อย การที่เธอยังมีความรู้สึกโกรธแค้นฉัน มันก็ยังดีกว่าการที่เธอมองฉันเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไร้ตัวตน... ฉันทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะต้องชดใช้... แม้ว่าการชดใช้ครั้งนี้จะต้องแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีก็ตามที"
ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์สไตล์โมเดิร์นย่านใจกลางเมือง รินรดากำลังยืนมองลูกสาวตัวน้อยกำลังนั่งวาดรูปเล่นบนพรมห้องนั่งเล่นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มือเรียวบางลูบไล้กรอบรูปครอบครัวที่มีเพียงเธอกับลูกน้อยด้วยความรู้สึกที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิม มรสุมชีวิตที่ผ่านมาสอนให้เธอรู้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเสมอไป และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว
"คุณแม่คะ ลันตาดอกไม้สีชมพูให้คุณแม่ค่ะ" เสียงใสแจ๋วของน้องลันตาดังขึ้น พร้อมกับชูแผ่นกระดาษที่มีรอยสีเทียนยุ่งเหยิงขึ้นมาอวด
รินรดานั่งยองๆ ลงตรงหน้าลูกสาว รับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักท่วมท้น เธอกดจูบลงบนแก้มป่องๆ ของลูกน้อยฟอดใหญ่ "ขอบคุณค่ะคนเก่งของคุณแม่ สวยที่สุดในโลกเลยค่ะ"
ทว่า รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ส่งเสียงแ이다สั่นเตือน หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ทว่ากลับสร้างความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดให้กับเธอ รินรดาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีค่ะ..."
"สวัสดีครับ คุณรินรดา..." ปลายสายทักกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เธอจำได้แม่นยำ แม้จะไม่ได้ยินมันมานานแรมปี น้ำเสียงของอคินทร์ อดีตสามีผู้เย็นชาและเลือดเย็นคนนั้น
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกโกรธเกลียดและบาดแผลในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่อก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อยแต่เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "คุณเอาเบอร์ฉันมาจากไหน และโทรมาทำไม เราไม่มีเรื่องอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ"
"เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะมากครับริน... โดยเฉพาะเรื่องของ 'ลูกสาว' ของเรา" น้ำเสียงปลายสายหนักแน่นและเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ผมรู้ว่าคุณโกรธผม รู้ว่าคุณเกลียดผมแค่ไหน แต่คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างผม"
"พ่อ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนแทบแหลกสลาย "คุณเพิ่งจำได้หรอคะว่าตัวเองเป็นพ่อ วันที่คุณบอกให้ฉันเซ็นใบหย่า วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านทั้งๆ ที่ฉันท้องอยู่... คุณเคยคิดถึงคำว่าพ่อบ้างไหมคะคุณอคินทร์!"
"ผมรู้ตัวว่าผมเลวแค่ไหน และผมไม่เคยคิดจะแก้ตัวครับ..." อคินทร์ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของสายผ่อนลมหายใจยาวด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเสียงสะื้นเบาๆ จากอดีตภรรยา "แต่ผมยอมรับความผิดพลาดนั้นแล้ว และผมจะไม่ยอมเดินถอยหลังอีกต่อไป... ฟังผมให้ดีนะรินรดา ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เตรียมตัวรับมือกับผมให้ดี เพราะผมจะทำทุกวิถีทาง... เพื่อทวงทั้งคุณและลูกกลับคืนมาเป็นของผมคนเดิมให้ได้"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกไป เสียงสัญญาณตัดสายก็ดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงเคาะประตูกระจกห้องชุดชั้นบนสุดที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่น ราวกับมีคนจงใจมารออยู่หน้าห้องของเธอตั้งแต่แรกแล้ว
รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอค่อยๆ วางลูกสาวไว้ในมุมที่ปลอดภัย ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูห้องด้วยฝีเท้าที่สั่นเทา มือบางเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูช้าๆ แล้วผลักมันเปิดออก...
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างสูงโปรดของอคินทร์ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู พร้อมด้วยช่อดอกไม้สีขาวในมือ และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นระคนสำนึกผิด ขณะที่ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่และเอกสารทางกฎหมายกองโต ที่พร้อมจะพลิกชีวิตของเธอให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันสาสมนี้ด้วยกันนะครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 29
วางแผนทวงคืน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!