หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 35

อุปสรรคจากคนรอบข้าง

ผลงานโดย บันทึกคนจร
สัญชาตญาณของความเป็นแม่นั้นดุร้ายและเปราะบางเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก รินรดากระชับอ้อมแขนที่โอบกอดร่างเล็กของน้องลันตาแน่นจนเนื้อตัวแนบชิด แรงสั่นสะเทือนจากความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับมาเนิ่นนานแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วที่จิกเข้ากับเนื้อผ้าของบุตรสาว ดวงตาคู่คมที่เคยอ่อนแสงลงตามกาลเวลา บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความหวาดระแวงและพร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาแตะต้องแก้วตาดวงใจของเธอ ภาพของอคินทร์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง—ชายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและทิ้งขว้างเธออย่างไร้เยื่อใย—ในยามนี้กลับพยายามเอื้อมมือสั่นเทามาแตะชายกระโปรงของเด็กน้อย ภาพนั้นช่างน่าสมเพชและน่าสะอิดสะเอียนในเวลาเดียวกัน "ถอยไปครับ คุณอคินทร์" น้ำเสียงของรินรดานิ่งเรียบ แต่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ามันกลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ภายใน เธอก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากพรานล่าสัตว์ "อย่าได้แม้แต่จะคิดใช้มือสกปรกคู่นั้นแตะต้องลูกของผม... อ้อ ไม่สิ ลูกของฉันต่างหาก" อคินทร์ชะงักค้างกลางอากาศ ปลายนิ้วที่หวังจะได้สัมผัสผิวแก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อยสั่นระริก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้แดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขายันกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ความสูงตระหง่านของเขาไม่ได้สร้างความเกรงขามให้รินรดาอีกต่อไป ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำในอดีตที่เขาเคยใช้เหยียบย่ำเธอ "ริน... ผมแค่อยาก..." อคินทร์พยายามเค้นคำพูดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความรู้สึกผิดราวกับก้อนหินหนักอึ้งที่ถ่วงดึงหัวใจของเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อนั้นครับ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอก้มลงมองน้องลันตาที่ซุกใบหน้าตื่นกลัวเข้ากับซอกคอของตน มือเล็กๆ กำเสื้อของเธอแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดที่เห็นลูกต้องมาหวาดกลัวกับความวุ่นวายที่ผู้ชายคนนี้เป็นคนสร้างขึ้น "ความสัมพันธ์ของเรามันขาดสะบั้นลงตั้งแต่สามปีที่แล้ว บนกระดาษแผ่นเดียวที่คุณเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ไยดี จำไม่ได้หรือครับ ท่านประธานผู้สูงส่ง" คำพูดแทงใจดำเหล่านั้นกรีดลึกFลงในความรู้สึกของอคินทร์ราวกับคมมีด เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์แก้ตัว ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องขอความเห็นใจ แต่ทว่า... สายตาที่เขาแอบมองเสี้ยวหน้าของเด็กน้อยเมื่อครู่ มันตอกย้ำความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลย โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกรั้นนิดๆ และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากเขาและรินรดารวมกันอย่าง Sท-Cท ยิ่งกว่าภาพสะท้อนในกระจก เด็กคนนี้... คือสายเลือดของเขาอย่างแท้จริง ทว่า บรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุลระหว่างคนทั้งสอง กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเร่งรีบ ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินของคฤหาสน์ตระกูลอคินทร์ "เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโวยวายอะไรกันตรงนี้!" เสียงทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความถือตัวดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'คุณหญิงมณีรัตน์' มารดาผู้สูงศักดิ์ของอคินทร์ ตามด้วย 'กานดา' หญิงสาวตระกูลดังที่ถูกวางตัวไว้ให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของอคินทร์ ทั้งสองก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและแววตาสرجนเดียดฉายชัดเจน คุณหญิงมณีรัตน์กวาดสายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับกำลังมองแมวขยะที่หลงเข้ามาในเขตหวงห้าม ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนของหญิงสาว "นี่มันเรื่องอะไรกันตาคิน ทำไมถึงปล่อยให้ผู้หญิงชั้นต่ำ... และเด็กสกปรกที่ไหนไม่รู้เข้ามารingวุ่นวายในบ้านของเราได้" คุณหญิงมณีรัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "แล้วนั่นอุ้มเด็กอะไรมา หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง... อ้อ หรือว่าคิดจะเอาเด็กมาเรียกร้องความสนใจ ไถเงินจากลูกชายฉันอีกใช่มั้ย รินรดา!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อมีบุคคลที่สามเข้ามาเติมเชื้อเพลิง การดูถูกเหยียดหยามที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของอดีตแม่ยายคนนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ครอบครัวนี้ก็ยังคงเป็นห้องขังที่เต็มไปด้วยอคติและชนชั้นอยู่ดี "รบกวนคุณหญิงช่วยใช้คำพูดให้เกียรติคนอื่นด้วยนะครับ" รินรดายืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม แม้ในมือจะอุ้มลูกอยู่ก็ตาม เธอมองตอบคุณหญิงมณีรัตน์ด้วยแววตาที่เยือกเย็นและไร้ความเกรงกลัว "ลูกของผม ไม่ใช่เด็กสกปรก และพวกเราก็ไม่ได้อยากมาเหยียบย่ำสถานที่อัปמงคลแห่งนี้สักนิด ถ้าลูกชายสุดที่รักของคุณไม่ตามตื้อและราวีพวกเราก่อน!" "นัง... นังเด็กสามหาว!" คุณหญิงมณีรัตน์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนต่อปากต่อคำ "กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ตาคินเคยเขี่ยทิ้งเหมือนเศษขยะ ทำไม? เห็นว่าลูกชายฉันตอนนี้รุ่งเรือง เลยคิดจะอุ้มท้องเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาแอบอ้างว่าเป็นสายเลือดตระกูลอคินทร์เพื่อหวังฮุบสมบัติอย่างนั้นสินะ!" "คุณแม่ครับ! พอได้แล้ว!" อคินทร์ตวาดลั่นด้วยความเหลืออด ใบหน้าคมสันบิดเบี้ยวด้วยความเครียดจัด เขาไม่เคยกล้าขึ้นเสียงใส่บารมีมารดาเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แต่คำพูดที่ดูถูกรินรดาและโดยเฉพาะเด็กน้อยในอ้อมแขน กลับทำให้หัวใจของเขาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา กานดาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ รีบเข้ามาจับแขนของคุณหญิงมณีรัตน์เบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางรินรดา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตที่แฝงไปด้วยพิษสง "นั่นสิคะคุณป้า ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ คินเขาอาจจะแค่ถูกผู้หญิงคนนี้หลอกลวงก็ได้ ใครจะไปรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกใคร หน้าตาอาจจะไปคล้ายใครตามข้างถนนก็ได้นะคะ คนสมัยนี้ยิ่งเก่งเรื่องการสร้างภาพอยู่ด้วย" กานดาจงใจเน้นเสียงสูง เพื่อตอกย้ำความสงสัยในสายเลือดของเด็กน้อย รินรดารู้สึกชาไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะคำดูถูกของกานดา แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก หากคนพวกนี้รู้ความจริงว่าน้องลันตาคือสายเลือดแท้ๆ ของอคินทร์ พวกเขาจะต้องพยายามแย่งชิงแก้วตาดวงใจดวงนี้ไปจากเธออย่างแน่นอน! สัญชาตญาณการปกป้องลูกน้อยทำให้เธอต้องรีบถอยหลังก้าวหนี และเตรียมตัวจะหันหลังเดินหนีออกไปจากนรกขุมนี้ทันที "ถอยไปครับ ผมจะกลับ" รินรดาเอ่ยเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวหลบอคินทร์ที่ก้าวเข้ามาขวางทาง "ริน... อย่าเพิ่งไป" อคินทร์คว้าแขนเรียวไว้ด้วยความลืมตัว สัมผัสที่คุ้นเคยแม้จะเจือด้วยความหวาดหวั่น แต่มันกลับทำให้รินรดาสะบัดออกอย่างแรงราวกับโดนของร้อน "อย่ามาแตะต้องตัวผม! ปล่อย!" "ตาคิน! แกทำอะไร! ปล่อยมือสกปรกนั่นเดี๋ยวนี้เลยนะ!" คุณหญิงมณีรัตน์กรีดร้องด้วยความไม่พอใจที่ลูกชายแสดงท่าทีปกป้องผู้หญิงคนนั้น "ถ้าแกยังกล้าสนใจนังนี่กับเด็กนั่นอีกละก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" ความชุลมุนและเสียงโต้เถียงกันระเบิดขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก อคินทร์ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างมารดาผู้ให้กำเนิด ผู้หญิงที่เขาเคยทำลายชีวิต และเด็กหญิงตัวน้อยผู้เป็นสายเลือดแท้ๆ ที่เขาเพิ่งค้นพบ ความขัดแย้งภายในครอบครัวและบาดแผลในอดีตกำลังบีบคั้นให้เขาต้องเลือกทางเดินที่ยากลำบากที่สุด ในวินาทีที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับการปะทะคารม รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นอุ้มน้องลันตากระชับแน่นแล้วหันหลังวิ่งพุ่งตัวมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกอย่างรวดเร็ว "แม่จ๋า... ลันตากลัว..." เสียงเล็กๆ เอ่ยอย่างสั่นเครือ ทำเอารินรดาน้ำตาคลอเบ้า แต่ฝีเท้าของเธอกลับยิ่งเร่งเร็วกว่าเดิม "ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี แม่จะปกป้องหนูเอง..." "ริน! เดี๋ยวสิ!" อคินทร์ผุดลุกขึ้นจะวิ่งตามไปทันที แต่ทว่า... กึก! เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูทางออก ขวางกั้นเส้นทางหนีของรินรดาไว้อย่างพพอดี ทำให้หญิงสาวต้องชะงักกึกและเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจมาจากคุณหญิงมณีรัตน์อย่างไม่ผิดเพี้ยน—'อัคคี' พี่ชายต่างมารดาของอคินทร์ หรือประธานบริหารร่วมคนปัจจุบันของอาณาจักรอคินทร์กรุ๊ป ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาคมปลาบของอัคคีมองกวาดตั้งแต่รินรดาลดลงมาที่เด็กน้อยในอ้อมแขน ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกย่องขึ้นอย่างน่ากลัว "อ้าว... นี่มันอดีตภรรยาที่หนีคดีหย่าไปนี่นา..." อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าขนลุก "แล้วเด็กนี่... หน้าตาละม้ายคล้ายน้องชายฉันซะเหลือเกิน หรือว่าตระกูลอคินทร์ของเรากำลังจะมีทายาทลับๆ โผล่มาเพิ่มกันแน่นะ?" หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่า... อุปสรรคที่เธอกำลังเผชิญอยู่ บัดนี้มันไม่ได้มีแค่สามีเก่าผู้สำนึกผิดและแม่สามีใจร้ายเสียแล้ว แต่มันกำลังจะกลายเป็นสงครามแย่งชิงสายเลือดที่ดุเดือดที่สุดในตระกูลอคินทร์ ซึ่งมีพี่ชายผู้ไร้ความปรานีของอคินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างสมบูรณ์แบบ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "บันทึกคนจร" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%