กระดาษทิชชูแผ่นบางในมือของรินรดายับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เช่นเดียวกับหัวใจของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธอในเวลานี้ อคินทร์ ประธานหนุ่มผู้เคยถือดีและใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบังตัวตน ทว่าในวันนี้ ภาพลักษณ์อันสง่างามและน่าเกรงขามเหล่านั้นได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่กำลังยอมลดทอนศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เพื่อแลกกับโอกาสในการไถ่บาปที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตัวเอง
"ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้คุณคืนทะเบียนสมเราที่ฉีกทิ้งไป... และไม่ได้มาเพื่ออ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อโดยไม่ละอายใจ" น้ำเสียงของอคินทร์สั่นพร่า ดวงตาคมกริบที่เคยราบเรียบไร้ความรู้สึก บัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด เขาคุกเข่าลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบต่อหน้ารินรดา ท่ามกลางสายตาของพนักงานในร้านกาแฟกึ่งสตูดิโอศิลปะที่เธอใช้เป็นสถานที่ทำงานในยามบ่าย
รินรดากวาดสายตามองชายผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าและความหยามเหยียด เธอยกกาแฟแก้วโปรดขึ้นจิบช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไหววั่น ไม่ใช่เพราะความรักที่หลงเหลือ แต่เป็นเพราะความรู้สึกเจ็บปวดที่มันฝังรากลึกจนยากจะลบเลือน
"คุณอคินทร์ครับ..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังสะท้าน "การคุกเข่าตรงนี้ มันไม่ได้ทำให้รอยแผลเป็นในใจของฉันจางลงเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่คุณทำกับฉันในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกแล้วถูกคุณขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใย มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่สามารถลบล้างได้ด้วยคำว่า 'ขอโทษ' เพียงไม่กี่คำ"
อคินทร์สะอึกในลำคอ มือหนาที่วางอยู่บนเข่ากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันช่างสาสมแล้วกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอในอดีต เขารู้ดีว่าความไว้วางใจที่ถูกทำลายลงไป ไม่ต่างอะไรกับแจกันแก้วที่แตกละเอียด ต่อให้พยายามประกอบกลับเข้าด้วยกันอย่างไร รอยร้าวก็ยังคงอยู่และบาดล้ำลึกทุกครั้งที่สัมผัส
"ผมรู้... ริน" อคินทร์เค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก "ผมรู้ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณเลยสักนิด ตลอดสองปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้อง ชีวิตของผมก็ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น บ้านที่เคยว่างเปล่า... เตียงนอนที่ไม่มีแม้แต่เงาของคุณ... ทุกอย่างมันย้ำเตือนผมว่า ผมคือคนที่ทำลายครอบครัวของเราด้วยความโง่เขลาของตัวเอง"
"ครอบครัว?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยัน "คุณเพิ่งจะนึกถึงคำนี้ออกงั้นเหรอครับ? ตอนที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน คุณเคยเห็นหัวฉันบ้างไหม? คุณเคยสนใจไหมว่าผู้หญิงคนนี้กินอยู่อย่างไรในวันที่คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีถึงในบ้าน? วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้า คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงน่ารำคาญที่เกาะคุณกินไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมของอคินทร์ จนเขาต้องหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้นอย่างจำนน เขาไม่มีสิทธิ์แก้ตัว ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้น
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง..." อคินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเวทนาแกมวิงวอน "จะให้ผมชดใช้ด้วยอะไรก็ได้ ขอแค่เพียงให้ผมได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ได้ทำหน้าที่พ่อให้ลันตา และ... ได้ดูแลคุณในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่อยากไถ่โทษ"
"ลันตาไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาเยียวยาความรู้สึกผิดของคุณนะอคินทร์" รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อมองลงมายังชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยต้องแหงนมองด้วยความหวาดกลัว "ลูกเป็นแก้วตาดวงใจของฉัน เป็นคนที่ฉันต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องในวันที่คุณเหยียบย่ามเราอย่างไร้ความปรานี และตอนนี้... ฉันดูแลลูกด้วยลำแข้งของตัวเองได้เป็นอย่างดี โดยที่ไม่เคยต้องรบกวนเงินแม้แต่บาทเดียวจากตระกูลอัครเดชาโชติของคุณ"
ความเด็ดเดี่ยวและสง่างามในตัวของรินรดา ทำให้รังสีความน่าเกรงขามของอคินทร์ถูกบดบังจนหมดสิ้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแค่อากาศธาตุในสายตาของเธอ ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายในอดีต บัดนี้ได้กลายเป็นเกราะเหล็กที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะเจาะทะลวงเข้าไปได้ง่ายๆ
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..." อคินทร์พยายามอธิบาย น้ำตาผู้ชายไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน "ผมแค่อยากให้โอกาสตัวเองได้ทำเพื่อลูกบ้าง... แค่วันละนิดก็ยังดี ริน... ได้โปรด"
"กลับไปเถอะครับ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ เจือปน "การที่คุณมานั่งคุกเข่าตรงนี้ มันไม่ได้ทำให้ฉันใจอ่อนหรอกครับ มันมีแต่จะทำให้ฉันสมเพชคุณมากกว่าเดิม และถ้าคุณยังมายุ่มย่ามกับชีวิตของเราอีก ฉันคงต้องใช้กฎหมายเข้ามาจัดการเพื่อความสงบสุขของลูกสาวฉัน"
ประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนประกาศิตที่ตัดขาดทุกเยื่อใย รินรดากวักมือเรียกพนักงานเก็บเงิน ก่อนจะหยิบกระเป๋าถือขึ้นสะพายไหล่เตรียมเดินเลี่ยงออกไปทางประตูด้านข้างของร้าน โดยไม่แม้แต่จะชายหางตาเหลียวกลับมามองอคินทร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นอีก
อคินทร์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างคนหมดแรง หัวใจของเขาชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกาย ภาพของรินรดาที่เดินจากไปอย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยว ตอกย้ำให้เห็นว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้และปล่อยให้ความมืด
เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กวัยสองขวบก็ดังขึ้นมาจากมุมห้องสตูดิโอ
"หม่ามี๊ขา! คุณตาซื้อไอติมให้กินด้วยยย!"
เสียงใสแจ๋วที่คุ้นเคยทำให้อคินทร์สะارتชะงัก เขารีบเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ท่ามกลางความตกตะลึง เมื่อร่างเล็กป้อมในชุดเดรสลายดอกไม้สีชมพูวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในร้าน โดยมีชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานเดินตามหลังมาติดๆ
และชายสูงวัยคนนั้น... คือคุณพ่อของรินรดา หรือก็คืออดีตพ่อตาที่เคยประกาศตัดขาดกับเขาอย่างเด็ดขาดในวันที่เกิดเรื่อง
อคินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยหยุดยืนตรงหน้าเขาพอดี ดวงตากลมโตแก้มป่อง และรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน เงยขึ้นมองชายแปลกหน้าที่กำลังนั่งร้องไห้บนพื้นด้วยความสงสัยไร้เดียงสา
"คุณลุง... ร้องไห้ทำไมคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
น้องลันตาเอียงคอถามด้วยความซื่อประสาเด็ก พร้อมกับยื่นลูกอมรสสตรอว์เบอร์รีในมือป้อมๆ ออกไปข้างหน้า เพื่อจะปลอบใจชายแปลกหน้าคนนี้ โดยไม่รู้เลยว่า... ชายที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ คือผู้ชายคนเดียวกับที่แม่ของเธอกำลังพยายามหนีให้ห่างที่สุด
อคินทร์ตัวแข็งทื่อ มือสั่นเทาเอื้อมไปรับลูกอมจากมือเล็กๆ นั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อปลายนิ้วของเขาบังเอิญสัมผัสโดนมืออวบอิ่มของลูกสาวแท้ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต
ทว่า... ก่อนที่อคินทร์จะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงตะโกนด้วยความตกใจของรินรดาก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
"ลันตา! ลูกมาทางนี้กับแม่เร็วจ๊ะ อย่าไปคุยกับคนแปลกหน้า!"
รินรดาพุ่งเข้ามาคว้าตัวลูกสาวเข้าสู่อ้อมอกทันที พร้อมกับส่งสายตาดุดันและเต็มไปด้วยความระแวงมายังอคินทร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่แทบเท้าของลูกน้อย บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของตัวละครนะครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 34
ความเจ็บปวดที่มากกว่าแค่คำขอโทษ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!