หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 33

คำสารภาพบาป

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงคุกเข่ากระแทกพื้นปูนขัดมันในห้องรับรองแขกไม่ได้หนักหนaา แต่มันดังก้องกังวานเสียดแทงไปถึงโสตประสาทของทุกคนในห้องนั้นราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง อคินทร์ ประธานกรรมการบริหารแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเดินเหินด้วยท่าทีองอาจราวกับโลกใบนี้หมุนรอบตัวเขา บัดนี้กำลังทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่สั่งสมมาทั้งชีวิตลงแทบเท้าของหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี รินรดาไม่ได้ขยับหนี เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาตัวยาว สายตานิ่งสนิทมองร่างสูงใหญ่ที่ยอมลดตัวลงต่ำกว่าเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมอยู่ ณ ที่นั้นหนาแน่นเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังฟังดูราวกับเสียงก้อนหินกระทบกัน "คุณทำอะไรของคุณ ลุกขึ้นเถอะครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความยินดี และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้อคินทร์เจ็บปวดเจียนตาย "ไม่... ริน ผมจะไม่ลุกจนกว่าคุณจะได้ยินในสิ่งที่ผมควรพูดมาตั้งนานแล้ว" อคินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและสายตาดูแคลน บัดนี้แดงก่ำ มีหยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ริมขอบตาอย่างน่าเวทนา ใบหน้าที่เคยคมคายไร้ที่ติโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด หนวดเคราที่ไม่ได้โกนมาหลายวันขับเน้นให้เขาดูเหมือนคนสิ้นเนื้อประดาตัว มากกว่าจะเป็นท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีต เธอยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบรสชาติขมฝาด ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ อย่างใจเย็น "คำขอโทษเหรอครับ? หรือว่าน้ำตา? คุณคิดจริงๆ เหรออคินทร์ ว่ากาลเวลาสามปีที่ผ่านมา มันจะถูกลบล้างได้ด้วยเข่าสองข้างของคุณตอนนี้" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้อสด อคินทร์สะท้านเฮือก มือหนาที่วางอยู่บนเข่าทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความจริงที่ว่าเขาสมควรได้รับทุกถ้อยคำเชือดเฉือนนี้ ทำให้เขาแม้แต่จะอ้าปากเถียงก็ยังทำไม่ลง "ผมรู้ว่ามันไม่พอ... ริน ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณและลูก มันไม่มีวันชดใช้ได้หมด" เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือหลุดรอดมาจากลำคอที่แหบผาก อคินทร์กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าความรักคือความอ่อนแอ บัดนี้กลับต้องมานั่งคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากเศษเสี้ยวความรู้สึกที่เขาเคยเหยียบย่ำ "วันที่คุณไล่ผมออกจากบ้านคืนนั้น... วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของคุณ... วันที่คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าผมสักนิด..." รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอทอดสายตามองลงมายังผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตให้ "คุณจำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหมครับ อคินทร์?" อคินทร์ตัวชาดิ่ง ความทรงจำในคืนหิมะโปรยปรายเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพของหญิงสาวร่างบางที่ท้องแก่ใกล้คลอด หอบกระเป๋าใบเล็กๆ ฝ่าความหนาวเหน็บออกไปจากชีวิตของเขาโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้ มีเพียงแววตาว่างเปล่าที่ตายด้านไปแล้ว ภาพนั้นคอยหลอกหลอนเขาในยามค่ำคืนมาตลอดสามปีเต็ม เป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น "ผมเลว..." อคินทร์พึมพำ น้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงกระทบพื้นปูน "ผมมันตาบอด... ผมปล่อยให้ความระแวงและอีโก้โง่เง่าทำลายครอบครัวของเรา ผมคิดว่าอำนาจเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง แมกระทั่งความรู้สึกของคน แต่พอวันที่ผมไม่มีคุณกับลูก... บ้านหลังนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับนรกดีๆ นี่เอง ริน" รินรดานิ่งเงียบ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในนั้นเป็นของจริง ความสำนึกผิดนั้นไม่ได้เสแสร้ง แต่มันสายเกินไป... สายเกินกว่าที่หัวใจที่ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่จากเศษซากความร้าวรานจะกลับไปหลอมรวมกับเขาได้อีก "ลุกขึ้นเถอะครับ อคินทร์ การมาทำตัวน่าสมเพชแบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้น้องลันตากลับมามีพ่อที่สมบูรณ์แบบได้หรอกครับ และที่สำคัญที่สุด... ลูกของผม ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาเยียวยาความรู้สึกผิดของคุณ" ชื่อของ 'น้องลันตา' ถูกเอ่ยขึ้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจอคินทร์ เด็กหญิงวัยสองขวบผู้มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขา ดวงตากลมโตที่มองเขาด้วยความหวาดระแวงในวันที่เขาพยายามเข้าหา คือบทลงที่สาสมที่สุดที่ฟ้าดินมอบให้ "ผมไม่ได้มองว่าลูกเป็นเครื่องมือ... ริน ผมแค่อยากมีโอกาส... โอกาสแค่สักนิดเดียวที่จะได้ทำหน้าที่พ่อ ได้กอดเขา ได้บอกเขาว่าพ่อรักเขา... และขอร้องล่ะ ริน ให้โอกาสผมได้ชดใช้ให้คุณบ้าง" อคินทร์เอื้อมมือสั่นเทาหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง การปฏิเสธที่ไร้ซึ่งการสัมผัสตัวนั้น ทำให้อคินทร์รู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกทั้งดวง เขาคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน เป็นภาพสะท้อนที่น่าเวทนาของความหยิ่งทะนงที่พังทลายลงด้วยน้ำมือของตนเอง ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวคิกคักใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก *ก๊อปแก๊ป... ก๊อปแก๊ป...* ร่างป้อมของเด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรอง ดวงตากลมโตใสแป๋วเบิกกว้างด้วยความสงสัย เมื่อเห็นผู้ชายตัวโตคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้น รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบหันไปมอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนกังวล "คุณแม่ขา..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียก พร้อมกับที่น้องลันตาเอียงคอมองอคินทร์ด้วยความสนใจ ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ อคินทร์ชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเด็กน้อยก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขาอีกสองก้าว เอื้อมมือเล็กๆ ป้อมๆ ออกไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ พลางเอียงหน้าถามด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "คุณลุง... ร้องไห้ทำไมคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเอ่ย?" คำถามซื่อใสจากปากของเลือดเนื้อเชื้อไข ทำให้อคินทร์ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดพรั่งพรูออกมาในวินาทีนั้น เขาอ้าแขนสั่นเทา หมายจะโอบกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้ แต่ทว่า... *พรึบ!* รินรดาก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเขากับลูกสาวอย่างรวดเร็ว ปลายสายตาส่งเสียงเตือนและระแวดระวังภัยอย่างชัดเจน เธอดึงตัวน้องลันตาเข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันลูกน้อยจากอดีตสามีราวกับแม่เสือหวงลูก แต่อคินทร์ไม่ได้มองรินรดา สายตาของเขาค้างเติ่งอยู่ที่รอยแผลเป็นเล็กๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังใบหูซ้ายของเด็กหญิง... รอยแผลเป็นเดียวกับที่เขามีตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นความลับที่รินรดาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเขามีมัน! ความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายมาตลอดสามปีพังทลายลงในพริบตา... และสิ่งที่อยู่ในซองเอกสารสีน้ำตาลที่เขายังไม่ได้เปิดดูบนโต๊ะทำงานที่บ้าน ก็อาจจะเปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปตลอดกาล -------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครของผมเสมอมานะครับ "บันทึกคนจร"
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%