กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรและเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กวัยเตาะแตะ เป็นสิ่งสุดท้ายที่รินรดาคาดว่าจะได้พบเห็นในพื้นที่ส่วนตัวของอคินทร์ ชายผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยนิยามคำว่า 'ครอบครัว' ด้วยความเงียบงันและความว่างเปล่า
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าในยามบ่ายของวันที่ฝนตกพรำ กลับสร้างรอยร้าวเล็กๆ ในกำแพงน้ำแข็งที่เธียรสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองมาโดยตลอด
อคินทร์ ในชุดสูทราคาแพงที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเนกไทและกระดุมเม็ดบนถูกปลดออก กำลังนอนราบลงบนพรมขนสัตว์เนื้อนุ่มอย่างไร้มาดท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล สองมือใหญ่ประคับประคองตัวต่อเลโก้สีสันสดใสที่พังลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามแรงกระแทกของนิ้วมือเล็กๆ ป้อมๆ ของน้องลันตา ลูกสาววัยสองขวบที่กำลังสนุกสนานกับการได้แกล้งคุณพ่อมือใหม่
"ไม่ใช่ตรงนี้ครับ ตัวสีแดงต้องต่อไว้ข้างบนแบบนี้ ถึงจะเป็นหลังคาร้านไอศกรีมที่ลูกอยากได้ไงครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยียบเย็นและเต็มไปด้วยคำสั่งเฉียบขาด บัดนี้กลับอ่อนโยนลงจนน่าใจหาย เขากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเจรจากับเจ้าตัวน้อยที่มีสมาธิสั้นตามวัย
"ไม่อาวว... ลันตาจะเอาอันนี้" เด็กหญิงส่ายหัวจนเปียเส้นน้อยไหวระรัว ดวงตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากมารดาไม่มีเพี้ยนมองค้อนอكبرินทร์อย่างเอาแต่ใจ แต่แปลกที่ท่านประธานผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับยอมยกมือขึ้นยอมแพ้ด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่รินรดาไม่เคยได้เห็นตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตูห้องนั่งเล่น มือเรียวที่ถือถาดผลไม้บีบขอบถาดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตแล่นย้อนกลับมาเตือนสติ ภาพที่เธอนั่งรอเขาอยู่ลำพังบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืด ภาพที่เธออุ้มท้องแก่ใกล้คลอดไปหาหมอตามลำพังเพราะเขาติดประชุมสำคัญ ภาพที่ความพยายามจะสร้างครอบครัวของเธอกลายเป็นเพียงเสียงสะท้อนในห้องกว้าง
แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันนี้กำลังนั่งอยู่บนพื้นห้อง คุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสจากลูกสาว และเผื่อแผ่สายตาเวทนาแกมสำนึกผิดมายังเธอ
"ริน..." อคินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา หญิงสาวชะงักเมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและความไม่มั่นใจในแววตาคู่นั้น เขาไม่ได้ใช้อำนาจเงินหรืออิทธิพลมาบีบบังคับเธอเหมือนก่อนอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอยื่นใบหย่าและพาเลือดเนื้อเชื้อไขหนีออกมา เขาก็ถอดรื้อตัวตนที่หยิ่งผยองทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้ที่จะรัก และเรียนรู้ที่จะไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองเคยทำลายลงด้วยมือ
"คุณควรกลับไปได้แล้วค่ะ... เอ่อ หมายถึง คุณควรกลับไปได้แล้วครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดเก่าๆ ออกมาตามความเคยชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นแววตาไหววูบของเขา
อคินทร์ค่อยๆ พยุงร่างสูงใหญ่ของตัวเองลุกขึ้นยืน เขารอให้น้องลันตาหันไปสนใจตุ๊กตาตัวโปรดเสียก่อน จึงค่อยเดินเข้ามาใกล้รินรดาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน... แต่ผมแค่อยากให้คุณได้พักบ้าง ริน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า สายตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ล้นปรี่จนแทบจะหยดออกมาเป็นหยาดน้ำตา "ผมเห็นรินไม่ได้นอนมาสองคืนแล้วเพราะลันตาไม่สบาย ให้ผมได้ช่วยเถอะครับ อย่างน้อยก็ในฐานะ... พ่อของลูก"
รินรดาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น เธอกลัว... กลัวว่าความอ่อนโยนที่จอมปลอมหรืออาจจะจริงจังนี้ จะไปสะกิดรอยแผลเก่าให้กลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง
"ที่คุณทำอยู่มันคืออะไรกันแน่อคินทร์? สำนึกผิด? หรือแค่ทำเพราะรู้สึกเสียหน้าที่มีภรรยาขอหย่า?" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แม้พยายามจะควบคุมให้มันมั่นคงที่สุดก็ตาม "ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตามองแกด้วยซ้ำ คุณบอกว่าเด็กมันน่ารำคาญ คุณบอกว่าภาระหน้าที่ของคุณมันสำคัญกว่าเสียงร้องไห้ของลูก... แล้วตอนนี้ล่ะ มาทำเป็นเล่นเป็นพ่อตัวอย่าง ทำไมคะ? คิดว่าทำแบบนี้แล้วอดีตมันจะถูกลบหายไปได้หรือไง"
คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่การตะคอก แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ของอคินทร์ ชายหนุ่มหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้นไว้ทุกพยางค์ เขารู้ดีว่าไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ที่จะลบล้างความผิดพลาดในอلاดีตได้ ความโง่เขลาและความเย็นชาของเขาในวันนั้น คือต้นทุนราคาแพงที่เขาต้องจ่ายด้วยการสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก
"ผมรู้ว่ามันสายไป..." อคินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่ไหล่บางของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักและชักมือกลับไปวางไว้ข้างลำตัวดังเดิมอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว "ผมไม่อาจแก้ไขอดีตได้ ริน... แต่ผมขอร้อง ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งได้ไหมครับ ไม่ใช่ในฐานะสามีเก่าที่คุณเกลียดชัง แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะตายแทนคุณกับลูกได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นชั่วขณะ มีเพียงเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของน้องลันตาที่เคลิ้มหลับไปบนพรม รินรดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอคินทร์ แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเว้าวอนและความจริงจังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ลึกเข้าไปในมุมมืดของหัวใจ รินรดารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง... ความพยายามของเขาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการแอบส่งยาและของใช้จำเป็นมาให้โดยไม่แสดงตัว การยืนรออยู่หน้าบ้านนานหลายชั่วโมงท่ามกลางสายฝนเพียงเพื่อดูว่าลูกปลอดภัยดีไหม หรือแม้แต่ความอดทนอดกลั้นต่อคำพูดถากถางของเธอ
ทุกอย่างมันหลอมรวมกันจนเธอยากที่จะปฏิเสธว่า... ผู้ชายคนนี้กำลังเปลี่ยนไปจริงๆ
*หรือบางที... คนเราอาจจะสมควรได้รับโอกาสครั้งที่สองจริงๆ?* ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว ทำให้รินรดารู้สึกใจหายวาบ เธอรีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งทันทีด้วยการหันไปจัดแจงเก็บถาดผลไม้บนโต๊ะ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา
"คุณกลับไปเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว" รินรดาเอמהเสียงเรียบ ปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "ส่วนเรื่องพรุ่งนี้... ฉันจะพาลันตาไปตรวจสุขภาพตามนัดเอง คุณไม่ต้องมาหรอกค่ะ"
อคินทร์มองท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นกำแพงอีกครั้งของเธอ เขารู้ดีว่าไม่ควรเร่งรัด ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปช้าๆ "ครับ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน พรุ่งนี้ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ"
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฟังเสียงปิดประตูห้องที่ดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากThe Residence ของเธอ ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่วันนี้... หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบเหมือนเก่า
เธอเดินกลับมาที่ห้องนอนเด็ก ห่มผ้าให้ลูกสาวตัวน้อยที่นอนหลับพริ้มอย่างมีความสุข รินรดาก้มลงจูบหน้าผากมนเบาๆ น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกระหว่างความเจ็บปวดในอดีตกับความพยายามที่น่าใจหายของอคินทร์
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับออกไปจากห้อง สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ข้างชั้นวางของเล่นของน้องลันตา
มันเป็นกระดาษรายงานผลการตรวจสุขภาพประจำปีของอคินทร์ ที่สำนักงานทนายความเพิ่งส่งมาให้เขาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร... รินรดาก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น
กระดาษในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นพรม เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เมื่อความจริงอันน่าตกตะลึงที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้รอยยิ้มและความพยายามทั้งหมดของอคินทร์ กำลังปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสรอยแผล และส่งกำลังใจให้ "บันทึกคนจร" เสมอมาครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 36
ความรักที่เริ่มก่อตัวในใจแม่
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!