ความเงียบงันท่ามกลางห้องทำงานที่โอ่อ่ากว้างขวาง ดูราวกับมีน้ำหนักนับพันชั่งกดทับลงบนบ่าของอคินทร์ กระดาษแผ่นบางในมือสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศ หากแต่เกิดจากคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ตัวอักษรบนใบผลตรวจสุขภาพของเด็กหญิงลันตา และโดยเฉพาะผลการวิเคราะห์ระดับพันธุกรรมที่ปรากฏเด่นหรี่อยู่เบื้องสายตา ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกพิมพ์ธรรมดา แต่มันคือค้อนเหล็กอันมหึมาที่ทุบทำลายกำแพงแห่งความเย่อหยิ่งทระนงที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตจนพังทลายไม่เป็นท่า
ชื่อบิดาที่ระบุไว้... แม้จะถูกปกปิดด้วยรหัสลับทางกฎหมาย แต่วิเคราะห์จากเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันได้ของดีเอ็นเอที่สูงถึงร้อยละเกวดเก้าจุดเก้าเก้า มันคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำสารภาพจากปากของรินรดาเสียอีก
ดวงตาสีเข้มของท่านประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในแวดวงธุรกิจ บัดนี้กลับไหวระริก ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยแก้มป่อง นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย และรอยยิ้มที่เคยทำให้หัวใจของเขาชะงักงันในยามที่บังเอิญพบกันตามสถานที่ต่างๆ ผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ มันไม่ใช่ความบังเอิญที่หน้าตาของเด็กคนนั้นจะถอดแบบมาจากเขาเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก... มันคือสายเลือด มันคือเนื้อนาบุญที่เขาเคยผลักไสและมองข้ามมันไปอย่างเลือดเย็น
ประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบางของหญิงสาว รินรดาเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาทอประกายความระแวดระวังทันทีที่เห็นอคินทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงจุดที่เธอวางแฟ้มเอกสารไว้
"คุณกำลังทำอะไร..."
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว รินรดารีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วคว้าเอกสารแผ่นนั้นกลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว สายตาของอคินทร์จับจ้องมาที่เธอ นิ่งสนิท เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นจนแทบจะทะลักออกจากอก
"ริน..." อคินทร์เอ่ยชื่อภรรยาเก่าด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก "เด็กคนนั้น... ลันตา เป็นลูกของผมใช่ไหม"
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม แต่ด้วยเกราะป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดในอดีต เธอจึงรีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยซีดเผือดกลับเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกที่กำลังกัดกินข้างใน
"คุณกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่ อคินทร์" รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "เอกสารนี่ก็แค่ผลตรวจสุขภาพทั่วไป คุณจะเอาอะไรมาจินตนาการอีก"
"อย่าโกหกผมอีกเลย รินรดา!" อคินทร์ขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น เขาขยับเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เขาเคยคุ้นชินโชยแตะจมูก ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดโหมกระหน่ำ "ผมเห็นผลตรวจพันธุกรรม... ผมไม่ใช่คนโง่ ริน! เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนผมขนาดนั้น และผลตรวจนั่นก็ยืนยันชัดเจน ทำไมคุณถึงต้องปกปิดเรื่องนี้ ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมนัก!"
คำว่า "ใจร้าย" หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขมขื่น จนอคินทร์ถึงกับชะงัก
"ใจร้ายงั้นเหรอ?" รินรดาทวนคำ น้ำตาคลอเบ้าแต่เธอพยายามกักเก็บมันไว้ไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "คนที่ใจร้ายและเหี้ยมโหดที่สุดในห้องนี้รบกวนช่วยส่องกระจกดูตัวเองด้วยนะ อคินทร์ วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่มีค่าอะไรเลยเพราะมันเกิดมาจากผู้หญิงที่คุณไม่ได้รัก... คุณจำมันไม่ได้แล้วหรือไง!"
ถ้อยคำบาดลึกแต่ละคำพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของอคินทร์ราวกับคมหอก เขาหน้าซีดเผือด ตัวชาวาบไปทั้งร่าง ย้อนนึกถึงคำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นใส่เธอในวันที่เธออุ้มท้องลูกของเขาด้วยความโดดเดี่ยว
"วันนั้น... ฉันเกือบจะสูญเสียลูกไปเพราะความเย็นชาของคุณ!" รินรดาตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นทะลักขอบตา "ฉันต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง ต้องเผชิญกับความกลัว ความยากลำบาก และความโดดเดี่ยวตามลำพังโดยที่คุณไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแล! แล้ววันนี้คุณเป็นใคร ถึงมีหน้ามาทòiสิทธิ์ความเป็นพ่อ มาทวงถามหาเลือดเนื้อเชื้อไขที่คุณเคยเหยียบย่ำมันลงกับพื้นดิน!"
"ริน... ผมขอโทษ..." อคินทร์เอื้อมมือหมายจะคว้าแขนเธอด้วยความรู้สึกผิดที่ล้นทะลัก แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอประกาศกร้าว แววตาแข็งกร้าวคู่นั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฟังให้ดีนะ อคินทร์... ลันตาเป็นลูกของฉัน เป็นแก้วตาดวงใจของฉันคนเดียว คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกแม้แต่นิดเดียว เอกสารบ้าพอยต์นั่น... ถ้าคุณคิดจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร ล่ะก็... ฝันไปเถอะ!"
รินรดารวบรวมเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะเก็บใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ หัวใจเธอดิ่งวูบด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะใช้กำลังหรืออำนาจที่มีแย่งลูกไปจากอก เธอกลัว... กลัวที่สุดคือการสูญเสียลันตา เด็กน้อยผู้เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้
อคินทร์ยืนนิ่งงัน เขาเห็นความหวาดระแวงและความเกลียดชังที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของอดีตภรรยา มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีดลงบนเนื้อเสียอีก เขารู้ซึ้งแล้วว่า บาปกรรมที่เขาได้ก่อขึ้นในอดีต มันช่างใหญ่หลวงและยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยโดยง่าย แต่ถึงกระนั้น... เมื่อรู้ว่าเด็กหญิงลันตาคือสายเลือดของเขา หัวใจของความเป็นพ่อก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีวันดับ
"ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน ริน..." อคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น แววตาคมกริบมองตรงไปยังเธอด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอน "ต่อให้คุณจะพยายามหนีผมไปสุดขอบโลกแค่ไหนก็ตาม... แต่ความจริงที่ว่าผมเป็นพ่อของลันตา มันไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้"
รินรดาชะงักกึก หันกลับมามองเขาด้วยความตื่นตระหนก เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "คุณคิดจะทำอะไร..."
"ผมจะไม่ยอมพรากลันตาไปจากอกคุณ... แต่ผมก็จะไม่ยอมถอยจากการทำหน้าที่พ่อเช่นกัน" อคินทร์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เตรียมตัวรับมือกับผมได้เลย รินรดา... เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ผมจะทวงคืนทั้งภรรยาและลูกกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของผมให้ได้"
ความกดอากาศภายในห้องราวกับลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ เธอรู้ดีว่าอคินทร์เป็นคนพูดจริงทำจริง และเมื่อเขาประกาศกร้าวเช่นนี้แล้ว สงครามระหว่างเธอกับเขา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สחาม-สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลชารายงานด้วยน้ำเสียงหอบเหนี่ยวนำ "คุณแม่บ้านโทรมาจากคฤหาสน์... แจ้งว่าตอนนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง บุกรุกเข้าไปอุศุเคราะห์ตัวคุณหนูลันตาถึงในบ้าน และยืนกรานว่าจะไม่ยอมออกจนกว่าจะได้พบกับคุณครับ!"
อคินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "ใครกล้าบุกรุกเข้าไปในบ้านของฉัน?"
เลชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้ทั้งอคินทร์และรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
"คนที่บุกเข้าไป... คือคุณหญิงแม่ของท่านประธาน... และเธอกำลังอุ้มคุณหนูลันตาเตรียมจะพาตัวขึ้นรถออกไปแล้วครับ!"
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับทุกหยดน้ำตาและรอยแผลเป็นในบทนี้นะครับ
- บันทึกคนจร -
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 16
ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!