แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสในห้องรับรองพิเศษเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงถึงกับสั่นระริก ของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนขอบจานรอง รินรดาไม่ได้สะดุ้งตกใจกับกิริยาป่าเถื่อนนั้นแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง สายตาคู่สวยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้า ผู้ซึ่งกำลังหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา
"เธอคิดว่าทำตัวสูงส่งขึ้นมาแล้ว จะลบล้างอดีตอันสกปรกของตัวเองได้งั้นเหรอ รินรดา!"
เสียงแหลมสูงของพิมพ์พรรณบาดแก้วหู เธอคือศัตรูเก่าผู้ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ อดีตเพื่อนร่วมสังคมไฮโซที่เคยร่วมหัวจมท้ายในวงสังคมจอมปลอม และเป็นคนที่คอยเหยียบย่ำรินรดาในวันที่เธอย่ำแย่ที่สุด ทว่าวันนี้ รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ก้มหน้ารับความชอกช้ำอีกต่อไปแล้ว
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันทรงพลังพอกที่จะทำให้พิมพ์พรรณสติหลุดได้ทันที
"อดีตจะสกปรกหรือสะอาด อย่างน้อยฉันก็สร้างมันขึ้นมาจากลำแข้งของตัวเอง ไม่ได้เที่ยวไปแย่งชามข้าวใครกินเหมือนสุนัขจรจัดแถวนี้หรอกนะฃครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึงคุณพิมพ์พรรณต่างหาก" รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน
"นี่เธ! ปากดีนักนะ!" พิมพ์พรรณตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแขกคนอื่นในเลานจ์หันมามอง "คิดว่ามีอคินทร์คอยตามเช็ดตามล้างให้แล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าหรือไง อย่าลืมสิว่าผู้ชายคนนั้นเขาเกลียดเธอเข้าไส้ เขาสลัดเธอทิ้งเพราะความน่าสมเพชต่างหาก!"
คำพูดนั้นสะเทือนใจรินรดาเพียงชั่วเสี้ยววินาที... บาดแผลจากอดีตที่อคินทร์เคยฝากไว้ยังคงทิ้งร่องรอย แต่มันถูกเคลือบด้วยความแข็งแกร่งจนหนาเตอะ เธอสูญเสียลูกสาวไปชั่วขณะหนึ่ง สูญเสียศักดิ์ศรี และเกือบสูญเสียแม้กระทั่งลมหายใจในวันที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลใหญ่ ความเจ็บปวดเหล่านั้นถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะป้องกัน ไม่ใช่รอยร้าวให้คนเช่นพิมพ์พรรณมาเหยียบซ้ำ
"ถ้าเขาจะเกลียดฉัน มันก็เรื่องของเขาครับ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท พลางหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ "แต่ดูเหมือนว่า คนที่ร้อนรนจนต้องวิ่งเต้นทำเรื่องสกปรก จะไม่ใช่ฉันนะ"
พิมพ์พรรณหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เธอหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ เปิดแฟ้มเอกสารในมือออกแล้วดันมันไปตรงหน้ารินรดา
"ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะรินรดา... รู้ไหมว่าในนี้คืออะไร? มันคือรายงานจากสำนักงานสวัสดิการสังคม และภาพถ่ายชุดใหญ่ที่จะพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า 'คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว' อย่างเธอ มีพฤติกรรมเสี่ยงและไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงดูเด็กวัยสองขวบ!"
ดวงตาของรินรดาหรี่ลงเล็กน้อย เธอก้มมองเอกสารในแฟ้ม ภาพถ่ายหลายใบแสดงให้เห็นน้องลันตากำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ โดยมีเธอยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร และยังมีภาพตัดต่อที่ทำให้ดูเหมือนว่าเธอปล่อยปละละเลยลูกสาวในสถานที่อโคจร
นี่คือแผนการสกปรก... พวกมันต้องการเล่นงานจุดอ่อนที่สุดในชีวิตเธอ นั่นคือน้องลันตา แก้วตาดวงใจที่เธอเพิ่งทวงคืนกลับมาได้ด้วยหยาดน้ำตาและเลือดเนื้อ
"เธอคิดจะทำอะไร?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาทีละน้อย
"ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!" พิมพ์พรรณแสยะยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ "แต่มีคนตาดีส่งหลักฐานพวกนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่แล้ว ในฐานะพลเมืองดีที่ไม่อยากเห็นเด็กตาดำๆ ต้องอนาคตพังเพราะแม่ใจแตกอย่างเธอ พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นบ้านของเธอ และถ้าพบความบกพร่อง... เด็กคนนั้นจะถูกส่งเข้าสถานสงเคราะห์เพื่อความปลอดภัย จนกว่ากระบวนการพิจารณาคดีสิทธิ์การเลี้ยงดูจะสิ้นสุดลง"
พิมพ์พรรณหัวเราะร่าอย่างสะใจ เธอรู้ดีว่าการพรากลูกไปจากอกแม่คือความตายทั้งเป็น และเธอกำลังจะลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะนั้นอีกครั้ง หลังจากที่เคยพลาดท่าให้อคินทร์ตามเก็บกวาดเรื่องราวในอดีต
รินรดานั่งนิ่งเงียบ เธอมองหน้าผู้หญิงตรงด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและยากจะหยั่งถึง ความโกรธเกรี้ยวไม่ได้ปะทุออกมาเป็นหยาดน้ำตาหรือเสียงกรีดร้อง แต่มันถูกเก็บกดไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ กลายเป็นพลังงานอันมืดมนและเด็ดเดี่ยว
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของเลานจ์อีกด้านหนึ่ง อคินทร์ในชุดสูทสีเข้มราคาแพงยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน สายตาคมกริบมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านเงาสะท้อนของกระจกเงา เขาติดตามรินรดามาตลอดตั้งแต่เธอออกจากคฤหาสน์ เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัยโดยที่เธอไม่รู้ตัว และเขาก็ได้ยินทุกถ้อยคำ ทุกแผนการชั่วร้ายที่พิมพ์พรรณพ่นออกมาอย่างชัดเจน
เส้นเลือดที่ขมับของอคินทร์เต้นตุบๆ มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกผิดบาปที่เขาเคยทำร้ายผู้หญิงคนนี้ในอดีตย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาอย่างรุนแรง และตอนนี้... มีคนกล้าแตะต้องสายเลือดของเขา กล้าแตะต้องผู้หญิงที่เขาคุกเข่าขอร้องให้เธอยกโทษให้
พิมพ์พรรณคิดว่าตัวเองฉลาด แต่เธอกำลังเล่นกับไฟนรกที่แม้แต่นรกยังต้องหลีกทางให้
รินรดาค่อยๆ ปิดแฟ้มเอกสารลงช้าๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ แม้จะเผชิญหน้ากับพายุร้าย แต่แผ่นหลังของเธอกลับตรงแหน่ว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณสำหรับเอกสารนี้นะครับคุณพิมพ์พรรณ" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "มันทำให้ฉันรู้ว่า... ศัตรูของฉันโง่เขลาแค่ไหนที่คิดจะใช้วิธีตื้นๆ แบบนี้"
"เธอหมายความว่ายังไง?!" พิมพ์พรรณหน้าเสียเมื่อเห็นว่ารินรดาไม่มีอาการตื่นตระหนกอย่างที่คาดไว้
"หมายความว่า... ของขวัญที่คุณเตรียมมาให้ฉันวันนี้ ฉันจะส่งต่อให้ 'เจ้าของตัวจริง' ที่เขากำลังรอคิดบัญชีกับคนที่กล้ามายุ่งกับลูกของเขาอยู่พอดี"
รินรดาหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไป แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพ้นจากโต๊ะรับรอง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทของอคินทร์ก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน แววตาของประธานหนุ่มเต็มไปด้วยความดุดันและอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนเป็นจุล ขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปที่พิมพ์พรรณด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบทันที
"ไม่ต้องลำบากเอาไปส่งให้ใครหรอกริน..." อคินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตาคมกริบไปยังพิมพ์พรรณที่หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี "เพราะฉันยืนอยู่ตรงนี้... และคนที่คิดจะแตะต้องลูกภรรยาของฉัน มันต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่มันมี"
- บันทึกคนจร -
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 17
แผนการร้ายของตัวอิจฉา
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!