"จำใส่กะโหลกไว้ให้ดีว่าต่อให้เธอจะคลานกลับมาอ้อนวอนแทบเท้าฉันและไอ้เด็กนี่ สิทธิ์ความเป็นแม่ของเธอมันก็เป็นได้แค่กระดาษชำระที่ใช้แล้วทิ้ง!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวในร้านอาหารกึ่งไพรเวทสุดหรู ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อหลายคนที่หันมามองเป็นตาเดียว ร่างผอมบางในชุดสูททำงานเข้ารูปของรินรดาสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์ที่พยายามกดขี่ข่มเหงจากอดีตคนเคยใกล้ชิดอย่าง "กิตติภัทร" สามีใหม่ของพี่สาวต่างแม่ผู้จงเกลียดจงชังเธอเข้าไส้
บนเก้าอี้เด็กข้างกาย ร่างป้อมของน้องลันตากำลังสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจจากเสียงคำรามนั้น ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแจ๋วริมฝีปากจิ้มลิ้มเบะออกเตรียมจะร้องไห้โฮ รินรดารีบดึงลูกสาวเข้าสู่อ้อมอกทันที มือเรียวสั่นเทาแต่ยังคงลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลมหัวอกคนเป็นแม่ ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแอในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวอย่างที่กิตติภัทรไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่ลูกฉัน... และกรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ" เสียงของรินรดานุ่มนวลแต่มั่นคง ราวกับคมมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง
"เหอะ! ลูกเธอเหรอ? ลูกชู้รึเปล่าก็ไม่รู้ ปล่อยให้มันเร่รอนกัดก้อนเกลือกินตามประสาคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ายังจะดีเสียกว่า พามาเดินห้างหรูแบบนี้หวังจะเกาะใครกินล่ะสิ นากรีนสารเลว!"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าของกิตติภัทรดังสนั่นจนหน้าหัน รินรดาไม่ได้เป็นฝ่ายลงมือ แต่เป็นแรงกระชากจากด้านหลังที่รุนแรงและเด็ดขาดจนทุกคนในเหตุการณ์ต้องกลั้นหายใจ
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนไปกับบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก อคินทร์ ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ยืนจ้องมองกิตติภัทรด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบราวกับพญาราชสีห์ที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลกคามือ สันกรามของเขานูนเด่นจากการขบกรามแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
กิตติภัทรที่เพิ่งตั้งหลักได้ เงยหน้าขึ้นเตรียมจะด่ากราด แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันทีราวกับคนเห็นผี "คุณ... คุณอคินทร์!"
"ปากเน่าๆ แบบนี้ สมควรแล้วหรือที่เอามาพ่นใส่ผู้หญิงและเด็ก?" อคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่ากลัวจนน่าขนลุก เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดมือข้างที่เพิ่งตบหน้ากิตติภัทรราวกับว่ามันแปดเปื้อนสิ่งสกปรก ก่อนจะโยนผ้าผืนนั้นทิ้งลงบนพื้นอย่างไร้เยื่อใย
"ทะ... ท่านประธานอคินทร์ครับ คือผม..." กิตติภัทรละล่ำละลัก หน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
"ผมไม่ได้มาฟังคำแก้ตัวจากเศษสวะ" อคินทร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "จำใส่กะโหลกของคุณไว้ให้ดีว่า ผู้หญิงคนนี้... และเด็กคนนี้ อยู่ในความคุ้มครองของผม ถ้าผมยังเห็นหรือได้ยินว่าหมาตัวไหนกล้ามาเห่าหอนใส่พวกเขาอีก บริษัทของคุณเตรียมตัวเป็นบุคคลล้มละลายได้เลยภายในสามวินาที ไสหัวไป!"
แรงกดดันมหาศาลทำให้นักธุรกิจหนุ่มผู้กร่างเมื่อครู่ถึงกับขาอ่อน กิตติภัทรไม่กล้าแม้แต่จะสบตา รีบเก็บกระเป๋าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีหายไปจากร้านท่ามกลางความเงียบงันของทุกคน
บรรยากาศรอบโต๊ะตกอยู่ในความเงียบงัด รินรดากอดน้องลันตาแน่นขึ้น หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ ตกใจ และ... หวาดกลัว การปรากฏตัวของอคินทร์ในยามวิกฤตินี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน และเาไม่ต้องการติดค้างหนี้บุญคุณอะไรกับอดีตสามีผู้ใจร้ายคนนี้อีกแล้ว
"ขอบคุณค่ะ... สำหรับความช่วยเหลือ แต่เราไม่ได้ต้องการให้คุณมายุ่ง" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธออุ้มลูกสาวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้น
ทว่า อคินทร์กลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้ ร่างสูงใหญ่ยืนบังแสงไฟจนเกิดเงาทอดทับร่างของเธอ ดวงตาคมเข้มทอดมองหญิงสาวที่เขาเคยละเลยและทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนสะท้อนผ่านแววไหวระริกในดวงตาคู่นั้น
"ริน... เธอสบายดีใช่ไหม?" เสียงของอคินทร์สั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงสั่งการของท่านประธานผู้ทรงอำนาจ แต่มันคือเสียงของสามีผู้สำนึกผิดที่กำลังพยายามเอื้อมมือคว้าเศษเสี้ยวความสัมพันธ์ที่แตกสลาย
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยื่นมืออีกข้างดันอกแกร่งไว้ไม่ให้เขารุกล้ำเข้ามาใกล้มากกว่านี้ "อย่ามาทำเป็นห่วงในวันที่มันสายไปเลยค่ะคุณอคินทร์ สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต มันไม่มีวันลบเลือนหายไปได้หรอกค่ะ หลบไปค่ะ ฉันจะกลับ"
"ให้ผมไปส่งนะ... ริน ลันตา เขา..." อคินทร์ชะوะสายตาไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอ ทว่าก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ร่างป้อมของน้องลันตาก็หันมามองหน้าเขา ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนที่เด็กน้อยจะเอียงคอด้วยความสงสัย แล้วยื่นมือเล็กๆ ป้อมๆ ออกไปแตะที่แก้มสากของชายหนุ่มเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงอือออในลำคอราวกับคุ้นเคย
อคินทร์ชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ ลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอเมื่อปลายนิ้วเล็กๆ นั้นสัมผัสโดนผิวแก้ม ใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้... โครงหน้า จมูก และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น ช่างถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา
หัวใจของท่านประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความจริงบางอย่างที่เขาเคยปฏิเสธมาตลอดพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับคลื่นสึนามิ
ในจังหวะที่อคินทร์กำลังจะเอ่ยปากถามคำถามที่ค้างคาใจ รินรดากลับรีบคว้ามือเล็กของลูกสาวกลับมาทันทีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แววตาของเธอฉายชัดถึงความหวาดกลัวสุดขีด กลัวว่าเขาจะล่วงรู้ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต
"อย่ามองลูกฉันด้วยสายตาแบบนั้น!" รินรดาตวาดเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า "ต่อให้คุณจะฉลาดแค่ไหน... ก็ไม่มีวันได้ในสิ่งที่คุณคิดหรอกค่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็เบี่ยงตัวหลบแล้วกึ่งวิ่งอุ้มลูกสาวหนีหายไปจากร้านทันที ทิ้งให้อคินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางผู้คน ใบหน้าคมสันซีดเผือกราวกับคนไร้
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวตามหลังเธอไปนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้น อคินทร์หยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านบรรทัดแรกของเอกสารลับที่เลขาคนสนิทเพิ่งส่งตรงมาให้ มือหนาก็สั่นสะท้านจนแทบถือเครื่องไว้ไม่อยู่
ภาพถ่ายใบเสร็จการฝากครรภ์เมื่อสองปีก่อน... และตัวเลขกรุ๊ปเลือดที่ตรงกับเขากับรินรดาอย่างไร้ที่ติ ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับข้อความบรรทัดสุดท้ายที่สั่นประสาทคนอ่านยิ่งกว่าสิ่งใด:
*"เรียน ท่านประธาน... ผลตรวจ DNA ระหว่างคุณลันตากับท่าน ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด... 100% เต็มครับ"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 18
อคินทร์ยื่นมือเข้าช่วย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!