หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 21

อคินทร์เริ่มสงสัยเรื่อง DNA

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“ถอยไปครับ อคินทร์ คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกสาวของผม” รินรดาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่แววตาของผู้หญิงที่ยอมอ่อนข้อให้เขาเหมือนในอดีตอีกต่อไป มันคือสายตาของแม่เสือที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่คิดจะมาพรากแก้วตาดวงใจไปจากอ้อมอก มือของเธอโอบกอดร่างเล็กของน้องลันตาไว้แน่น จนคนตัวน้อยซุกหน้าลงกับลาดไหล่ของมารดาอย่างตื่นกลัว อคินทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูด้านหลังของร้านอาหารหรู กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนกายเขาดูจะกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดในความรู้สึกของรินรดา ชายหนุ่มไม่ได้ขยับกายหนี แต่เขากลับจ้องมองเด็กน้อยในอ้อมแขนรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ผมแค่จะขอคุยด้วยดีๆ รินรดา... เรื่องเมื่อครู่ เด็กคนนี้... ผมแค่รู้สึกว่าเรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันให้ชัดเจน” อคินทร์พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะสั่นไหวจนแทบจะควบคุมไม่ได้ “เรื่องที่ต้องสะสางของเรามันจบไปตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินแล้วครับ และโปรดจำไว้ด้วยว่า สำหรับคุณ ลันตาเป็นเพียงเด็กแปลกหน้าคนหนึ่ง อย่าได้เอาศักดิ์ศรีของคุณมาปนเปกับชีวิตของลูกผม” เธอกระแทกประโยคเหล่านั้นใส่เขา ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้อคินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนกรวดมาอุดอยู่ในลำคอ ความทรงจำเมื่อครู่ที่เขาเห็นเสี้ยวหน้าของเด็กน้อยชัดๆ ตอนที่เธอหันมามองเขา... มันคือความรู้สึกที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ โครงหน้าแบบนั้น ดวงตาคู่ที่ดูเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนเงาของเขาในวัยเด็กออกมาอย่างไร้ที่ติ อคินทร์ก้มลงมองพื้นตรงจุดที่รินรดาเพิ่งเดินผ่านไป สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเศษผมเส้นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าประตู เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวลงหยิบเส้นผมสีดำสนิทเหล่านั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาไม่ใช่คนโง่ และเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ยอมปล่อยให้ความสงสัยกัดกินหัวใจไปวันๆ *** ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดสนิทอยู่ในมุมมืด อคินทร์นั่งกำซองพลาสติกขนาดเล็กในมือแน่น ในนั้นมีเส้นผมของน้องลันตาที่เขาเพิ่งได้มาอย่างไม่ตั้งใจ ความคิดในหัวของเขาตีกันยุ่งเหยิงราวกับพายุโหมกระหน่ำ หากเด็กคนนี้คือลูกของเขา... นั่นหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคือคนโง่ที่ทำร้ายภรรยาตัวเองอย่างแสนสาหัส และทำลายครอบครัวของตัวเองด้วยมือของเขาเองงั้นหรือ? เขานึกถึงแววตาที่ว่างเปล่าของรินรดาในวันที่เขาเซ็นใบหย่าให้เธอด้วยความสะใจ วันนั้นเขาคิดว่าเขาได้รับชัยชนะ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังพ่ายแพ้ให้กับความโง่เขลาของตัวเองอย่างย่อยยับ “คุณต้องเป็นลูกของผม... หรือไม่อย่างนั้น คุณก็เป็นแค่เครื่องมือที่เธอกำลังใช้ปั่นหัวผม” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความคาดหวังที่เขายังไม่กล้ายอมรับ เสียงโทรศัพท์ในรถดังขึ้นทำลายความเงียบ อคินทร์กดรับสายโดยไม่ลังเล “จัดการให้เร็วที่สุด ผมต้องการผลลัพธ์ภายในคืนนี้ ไม่ว่าเงินจะมากแค่ไหนก็ตาม และอย่าให้เรื่องนี้ถึงหูใครเด็ดขาด” เขาวางสายด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ อคินทร์มองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นเงาร่างของรินรดาที่กำลังอุ้มลูกสาวขึ้นรถแท็กซี่ไป ความห่างไกลนั้นเปรียบเสมือนกำแพงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ กำแพงที่ตอนนี้เขากำลังพยายามทุบมันทิ้งด้วยความลนลาน ในขณะที่รินรดาอยู่บนรถ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าหัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างประหลาด ราวกับมีลางบอกเหตุบางอย่างว่าความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสองปี กำลังจะถูกกระชากออกมาเผชิญกับแสงสว่าง “แม่ขา... คนใจร้ายคนนั้น จะกลับมาหาเราอีกไหมคะ?” เสียงเล็กๆ ของลันตาดังขึ้นเบาๆ รินรดากอดลูกแน่นขึ้น “ไม่มีใครทำอะไรลันตาได้ทั้งนั้นครับลูก... แม่จะปกป้องหนูด้วยชีวิต” แต่ในใจของเธอเล่า? เธอจะปกป้องความลับนี้ไปได้นานแค่ไหน ในเมื่ออคินทร์ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะปล่อยให้มีอะไรติดค้างอยู่ในใจ โดยที่เขาไม่ได้คำตอบที่พอใจ *** เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน ณ ห้องทำงานส่วนตัวภายในคฤหาสน์ของอคินทร์ แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูอิดโรยและเคร่งเครียด อคินทร์จ้องมองเอกสารซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า มันเพิ่งถูกส่งมาถึงมือเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาหลังจากที่เขากดดันคนของเขาอย่างหนัก เขารู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก ทุกครั้งที่มือของเขายื่นไปแตะที่ขอบซอง เขารู้สึกเหมือนกำลังเปิดประตูสู่ความจริงที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล หรือไม่ก็อาจจะทำลายมันลงไม่เหลือซาก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะฉีกซองนั้นออกด้วยมือที่สั่นเทา สายตาของเขาไล่เรียงอ่านตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างช้าๆ ทุกบรรทัดที่อ่านผ่านตาดูเหมือนจะกรีดลงไปบนหัวใจของเขาอย่างโหดร้าย “ไม่... เป็นไปไม่ได้...” เสียงอุทานหลุดออกมาจากปากของเขา เมื่อดวงตาหยุดลงที่บรรทัดสุดท้ายของผลการทดสอบทางพันธุกรรม ทุกอย่างในห้องดูเหมือนจะหมุนคว้างไปชั่วขณะ ความจริงที่เขาสงสัยมาตลอด... ความจริงที่เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ... บัดนี้มันประทับตราลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างชัดเจนจนไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป เขาเงยหน้าขึ้นมองภาพถ่ายของรินรดาที่เขาวางไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ภาพถ่ายใบเดียวที่เขายังเก็บไว้หลังจากหย่าร้าง... ภาพที่เธอไม่ได้ยิ้มให้เขา แต่มันกลับเป็นภาพที่เขารู้สึกโหยหาที่สุดในชีวิต อคินทร์ลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เขามองไปที่นาฬิกาบนฝาผนัง ก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและร้อนรน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเสียใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว นี่คือเวลาที่เขาต้องทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเขา... สิ่งที่เขาเกือบจะทำลายมันทิ้งไปตลอดกาล เขาก้าวเท้าออกไปนอกห้องด้วยความเร็วราวกับคนเสียสติ โดยที่ไม่ทันสังเกตเห็นว่า... บนโต๊ะทำงานของเขานั้น มีเงาร่างของใครบางคนยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงมุมมืดของประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ และเงาร่างนั้น... คือคนเดียวกับที่รินรดาหวาดกลัวที่สุด ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการค้นหาความจริงในตอนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากท่านมีความรู้สึกร่วมอย่างไร คอมเมนต์บอกเล่ากันได้เสมอ ผมจะรออ่านทุกข้อความด้วยความใส่ใจครับ บันทึกคนจร ครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%