"คุณคิดว่าความผิดพลาดตลอดสามปีที่ผ่านมา มันล้างบางด้วยคำว่า 'เสียใจ' ของคุณได้จริงๆ หรือครับคุณอคินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือ แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา เธอนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องประชุมขนาดกะทัดรัดของสำนักงานกฎหมาย ร่างเพรียวบางในชุดสูทสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ผ่านพ้นเพลิงไหม้แห่งความเจ็บปวด และหลอมละลายตนเองขึ้นมาใหม่เป็นเหล็กกล้า ไร้ซึ่งร่องรอยของภรรยาผู้ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไป
ตรงข้ามกับเธอ อคินทร์ ท่านประธานหนุ่มผู้เคยควบคุมทิศทางธุรกิจนับหมื่นล้านด้วยปลายนิ้ว กลับนั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวม สายตาของเขาไม่ได้มองเอกสารข้อตกลงหย่าร้างที่กางอยู่ตรงหน้า แต่มันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีตัวตนในสายตา
ห้องประชุมเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา กลิ่นกาแฟจางๆ ลอยปะปนกับบรรยากาศตึงเครียดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
"ริน... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้าย" อคินทร์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขามีร่องรอยความแหบพร่าที่เกิดจากการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน ดวงตาคมกราบกรานด้วยความเหนื่อยล้าและสำนึกผิด "ผมปล่อยให้ความเย็นชาและความทิฐิครอบงำจนมองไม่เห็นคุณค่าของคนที่อยู่ข้างกาย... แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขมันเถอะครับ เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะ"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้หัวใจคนมอง กลับทำให้หนาวเยือกถึงไขกระดูก เธอประสานมือทั้งสองข้างวางไว้บนโต๊ะ ท่าทีสง่างามและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีที่เธอเพิ่งทวงคืนกลับมา
"เริ่มต้นใหม่?" เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่หรือครับ คุณอคินทร์? ความสัมพันธ์ของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย และโยนเศษเงินก้อนโตใส่หน้าฉัน เพื่อแลกกับการไล่ฉันออกจากชีวิตของคุณแล้วไม่ใช่หรือครับ"
"วันนั้น... วันนั้นผมหน้ามืดตามัว ผมถูกความเข้าใจผิดครอบงำ..."
"ไม่ใช่ความเข้าใจผิดหรอกครับ" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอทรงพลังจนอคินทร์ต้องชะงัก "แต่มันคือความ arrogance—ความถือดีและเหยียดหยามที่คุณมีต่อฉันมาตลอด คุณไม่เคยคิดว่าฉันเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ คุณคิดว่าฉันเป็นแค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งในคฤหาสน์หลังนั้น ที่จะอยู่หรือไปก็ไม่มีค่าอะไรทั้งสิ้น"
ถ้อยคำเหล่านั้นบาดลึกเข้า Zไปในอกของอคินทร์ราวกับคมหอก อคินทร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาหลายเดือนทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ราวกับจะใช้ความใกล้ชิดนี้ทลายกำแพงที่เธอก่อขึ้น
"แล้วลูกล่ะริน! คุณจะไม่คิดถึงอนาคตของลูกบ้างเลยหรือ ลันตากำลังจะอายุครบสองขวบ แกต้องการพ่อ ต้องการครอบครัวที่อบอุ่น คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากผมคนเดียวนะ!"
การพูดถึง "น้องลันตา" เปรียบเสมือนการกดปุ่มระเบิดในใจของรินรดา ร่างกายที่เคยสงบนิ่งพลันสั่นสะท้อนด้วยเพลิงโทสะ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเย็นชา บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ซากปรักหักพังของชีวิตคู่
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับอดีตสามีโดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว แรงกดดันจากตัวเธอกลับทำให้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
"สิทธิ์เหรอครับ?" รินรดาเค้นหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว "วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่เราสองแม่ลูกออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี คุณเคยจำคำว่า 'พ่อ' ได้ไหม? วันที่ลูกป่วยนอนซมและคุณกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงสังคม คุณอยู่ที่ไหน? วันที่ฉันต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินก้อนแรกมาตั้งตัว คุณเคยเหลียวแลบ้างไหมว่าเราจะตายหรือเปล่า!"
น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่สวย แต่เธอไม่มีวันยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอเด็ดขาด เธอเชิดหน้าขึ้น หยาดน้ำตาถูกสะกดให้กลับคืนสู่เบ้าด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ตอนนี้พอลูกโตขึ้น เริ่มรู้ความ และคุณบังเอิญเห็นความน่ารักของแก คุณถึงวิ่งแจ้นมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่ออย่างนั้นหรือครับ? น่าสมเพชจริงๆ อคินทร์... คนอย่างคุณไม่สมควรได้รับแม้แต่คำว่าโอกาสด้วยซ้ำ!"
อคินทร์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น คำพูดทุกคำของรินรดาราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะ เขารู้ดีว่าทุกสิ่งที่เธอพูดคือความจริง—ความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ จะลบล้างความผิดบาปนี้ได้
"ริน... ผมยอมรับทุกอย่างที่คุณด่า" อคินทร์เสียงสั่นเครือ เขายอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ "คุณจะตบ จะตี จะระบายความแค้นใส่ผมอย่างไรก็ได้ ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดใช้ความผิดบาปที่ผมทำไว้... ผมขอร้องล่ะ"
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ มือหนายื่นออกไปหมายจะกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่วินาทีนั้นเอง รินรดากลับชักมือหลบราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสของเขามาแปดเปื้อนเนื้อตัวเธออีกต่อไป
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชัง "จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะอคินทร์ ว่าลูกคนนี้เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ส่วนคุณ... เป็นได้แค่คนแปลกหน้าที่มีสายเลือดเดียวกันทางชีววิทยาเท่านั้น และต่อให้คุณใช้เงินทั้งหมดที่มีซื้ออำนาจมาบีบเรา ฉันนี่แหละที่จะสู้กับคุณจนตัวตาย!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด อคินทร์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสม The ปนเปกันทั้งความรัก ความเสียดาย และความสิ้นหวัง เขารู้แล้วว่าการซื้อใจผู้หญิงคนนี้ด้วยเงินหรืออำนาจนั้นเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
แต่ก่อนที่อคินทร์จะได้เอื้อnเอวาคำใดเพื่อยื้อยุดสถานการณ์ เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหนุ่มสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มละล่ำละลักพูดขณะก้าวเข้ามาโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุ "คุณปู่... เอ๊ดเวิร์ด ส่งคนไปที่คฤหาสน์ และตอนนี้... ตอนนี้พวกเขากำลังพาตัว 'น้องลันตา' ไปจากคุณแม่บ้านแล้วครับ!"
หัวใจของรินรดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สีหน้าของเธอซีดเผือดลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อลูกสาวแก้วตาดวงใจตกอยู่ในอันตราย
อคินทร์หันขวับไปมองเลขาด้วยแววตาดุดัน ก่อนที่สายตาของเขาจะหันกลับมาสบเข้ากับร่างของอดีตภรรยาที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตระกูล—ผู้ซึ่งไม่มีทางยอมรับสายเลือดนอกสมรสเด็ดขาดหากยังไม่ผ่านการพิสูจน์ความจริง!
รินรดาลุกพรวดขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอคินทร์ด้วยความหวาดระแวงขั้นสุดยอด พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ที่กำลังสั่นในมือของเขามากดรับเปิดสปีกเกอร์โฟนทันทีท่ามกลางความตกใจของชายหนุ่ม
เสียงทุ้มแหบพร่าแต่ทรงอำนาจของประธานใหญ่ตระกูลอคินทร์ดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึกในทันที
*"อคินทร์... หลานรัก แกจงมาที่คฤหาสน์ใหญ่เดี๋ยวนี้... เพื่อพาแม่เด็กและเด็กคนนั้นมาตรวจ DNA ต่อหน้าฉัน... ถ้าผลตรวจบอกว่าหลอดเลือดของแกไม่ได้แปดเปื้อนเลือดชั้นต่ำ ฉันจะเป็นคนรับเด็กคนนี้เข้าตระกูลเอง... แต่ถ้าไม่ใช่... เตรียมตัวส่งศพเด็กคนนั้นกลับแม่มันได้เลย!"*
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมาครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 12
การปะทะคารมที่บีบคั้น
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!