หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 5

เวลาผ่านไป ความเจ็บปวดเริ่มจาง

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดออร์แกนิกอบอวลไปทั่วสตูดิโอออกแบบภายในขนาดกะทัดรัดย่านใจกลางเมือง ทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา รินรดายืนพิจารณาแบบร่างสามมิติของบ้านพักตากอากาศริมทะเลบนหน้าจอแท็บเล็ต แววตาของเธอนิ่งสงบแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยปล่อยยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างทะมัดทะแมงในทรงหางม้าสูง สะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวรุ่นใหม่ผู้เป็นเจ้าของกิจการที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากสองมือของตนเอง สามปี... สามปีเต็มๆ ที่ตัวเลขบนปฏิทินหมุนผ่านไป พร้อมๆ กับหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง "คุณแม่ขา... ลันตาระบายสีตัวนี้เสร็จแล้วค่ะ สวยไหมคะ?" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา รินรดาละสายตาจากหน้าจอทันที รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในรอบวันระบายขึ้นบนใบหน้าสวยหวาน เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอกับลูกสาว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักได้รูป ช่างถอดแบบมาจากใครบางคน... คนที่รินรดาพยายามลบเลือนออกไปจากความทรงจำตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดอันเกิดจากรอยแผลในอดีตก็เริ่มจางหาย เหลือไว้เพียงความภาคภูมิใจที่เธอสามารถปกป้องดวงใจดวงนี้ไว้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง "ไหนให้คุณแม่ดูหน่อยซิคะ... โอ้โห ฝีมือดีขึ้นเยอะเลยนะคะเนี่ย น้องลันตาของแม่ระบายสีไม่เลอะขอบเลยสักนิด เก่งที่สุดเลยค่ะคนนี้" รินรดากล่าวชมพร้อมกับใช้นิ้วเรียวเกลี่ยแก้៑นยุ้ยของลูกสาวเบาๆ ด้วยความรักท่วมท้น "เพราะคุณแม่สอนนี่คะ ลันตาอยากเก่งเหมือนคุณแม่ค่ะ โตขึ้นลันตาจะเป็นสถาปนิกออกแบบบ้านสวยๆ ให้คุณแม่หลังใหญ่ๆ เลยค่ะ" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ช่างเจรจา และเต็มไปด้วยพลังบวก ซึ่งนี่คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของรินรดาให้มีแรงก้าวเดินต่อในทุกๆ วัน ในโลกใบนี้... รินรดาไม่ต้องพึ่งพาเงาของใครอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องคอยก้มหน้ารับชะตากรรมในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นอีกต่อไป ทรัพย์สินเงินทองที่เธอแบ่งมาจากการหย่าร้าง แม้จะไม่มากมายเท่ามรดกตระกูลใหญ่ของอดีตสามี แต่มันก็มากพอที่จะเป็นทุนตั้งต้นให้เธอกับลูกสร้างชีวิตใหม่ได้อย่างสง่างาม และปัจจุบัน 3 ปีผ่านไป บริษัทออกแบบภายใน "Rin Decor" ของเธอก็กำลังไปได้สวย มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจ ทว่า... แม้เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจให้ตกสะเก็ดและจางลงไปมาก แต่รินรดาก็รู้ดีว่า โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับพวกเธอตลอดไป ในค่ำคืนเดียวกัน ณ เพนต์เฮوسท์สุดหรูใจกลางเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า อคินทร์ในวัยสามสิบปลายๆ ยืนถือแก้ววิสกี้ชั้นดีทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉย บัดนี้มีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าและความเคร่งเครียดปรากฏชัดเจนขึ้นตามกาลเวลา ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและโหยหาบางสิ่งที่ไม่มีวันเรียกคืน สามปีแล้วที่เขาใช้ชีวิตราวกับคนตายทั้งเป็น หลังจากวันที่รินรดาทิ้งใบหย่าและก้าวเดินออกไปจากชีวิตของเขาพร้อมกับความลับเรื่องการตั้งครรภ์ที่เขาเพิ่งมารู้ทีหลัง อคินทร์ก็เหมือนสูญเสียวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง อำนาจ เงินทอง และชื่อเสียงที่เขามี ไม่สามารถซื้อความสุขหรือลบเลือนความผิดบาปที่เขาได้กระทำลงไปในอดีตได้เลย เขาตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน แต่รินรดากลับซ่อนตัวตนอย่างไร้ร่องรอย ราวกับอากาศธาตุ "ท่านประธานครับ... เอกสารโครงการรีสอร์ทใหม่ที่ภูเก็ต เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วครับ" เลขานุการหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยท่าทีสำรวม ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง อคินทร์พยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องออกไปนอกกระจกใสบาน "อ้อ... แล้วก็มีอีกเรื่องครับคุณอคินทร์ ทางบริษัทเราได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในให้กับโครงการคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านเอกมัย ซึ่งบริษัทที่ชนะการประมูลออกแบบและคว้าโปรเจกต์นี้ไปครองได้อย่างเฉียดฉิว ก็คือบริษัทออกแบบภายในรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง... 'Rin Decor' ครับ" ชื่อนั้น... ทำให้ร่างสูงที่ยืนนิ่งสงบชะงักไปทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านสันหลัง อคินทร์หันขวับกลับมามองหน้าเลขานุการด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่หลับใหลไปนานถูกกระชากให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง "Rin Decor งั้นหรือ..." อคินทร์ทวนชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง "ครับ... เจ้าของบริษัทเป็นผู้หญิงครับ ชื่อคุณรินรดา... เป็นสถาปนิกฝีมือดีที่เพิ่งตีตลาดขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เองครับ เห็นว่ามีลูกสาววัยไล่เลี่ยกันด้วยคนหนึ่ง... เอص คุณอคินทร์ครับ จะให้ผมประสานงานขอเข้าไปดูผลงานเบื้องต้นของพวกเขาไหมครับ?" อคินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น มือหนาที่ถือแก้ววิสกี้สั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้ ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนหลั่งไหลย้อนกลับมาประเดประดอนในสมอง ภาพของหญิงสาวผู้เคยบอบช้ำที่เขาเคยมองข้าม ภาพที่เธอเคยเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ... ทุกอย่างมันชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ รินรดา... เธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เธออยู่ใกล้แค่นี้เองอย่างนั้นหรือ? มุมปากของท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ในเมื่อสวรรค์เมตตาเปิดโอกาสให้เขาได้พบเธอกับลูกอีกครั้ง มีหรือที่ผู้ชายอย่างอคินทร์จะปล่อยให้มันหลุดลอยไป เกมการไถ่บาปและการทวงคืนสิ่งที่รักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้เขาเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%