หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 6

โชคชะตาที่เล่นตลก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงเปียโนบรรเลงเพลงคลาสสิกแผ่วเบาคลอเคลียไปกับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วไวน์กระทบกันในห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาวับวาว ขับเน้นให้บรรยากาศของงานประมูลการกุศลประจำปีเต็มไปด้วยความหรูหราและหน้ากากเข้าสังคมที่สวมทับกันไว้อย่างแนบเนียน รินรดายืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักรับรอง เธอสำรวจความเรียบร้อยของชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มคัตติ้งเนี้ยบ เนื้อผ้าไหมอิตาลีทิ้งตัวแนบไปกับสัดส่วนที่เข้ารูปอย่างสง่างาม ดีไซน์เรียบหรูไร้ลวดลายฉูดฉาดแต่ทรงพลังในตัวเอง บนเรียวหูประดับด้วยต่างหูเพชรเม็ดเล็กที่ส่องประกายยามขยับตัว ทว่าสิ่งที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเครื่องประดับราคาแพงลิบลิ่วเหล่านั้น คือแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความมั่น and เด็ดเดี่ยว ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักในอดีตได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว เหลือเพียง "รินรดา" นักธุรกิจสาวผู้บริหารกองทุนการกุศลและนักลงทุนอิสระผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ "คุณรินครับ ได้เวลาเตรียมตัวลงไปด้านล่างแล้วครับ ท่านประธานกรรมการมูลนิธิรออยู่ทางนั้นแล้วครับ" เลขาส่วนตัวหนุ่มเอ่ยเตือนด้วยความสุภาพ รินรดากวาดสายตามองภาพสะท้อนของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุขล้นปรี่ แต่เป็นรอยยิ้มของความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโลกใบเดิมด้วยหัวใจดวงใหม่ที่แข็งแกร่งดั่งหินผา "ค่ะ... เอ่อ ขอโทษทีครับ ผมพร้อมแล้ว ไปกันเถอะครับ" เธอเผลอใช้สรรพนามคุ้นชินแต่รีบแก้คำพูดในใจอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เลชาหนุ่มไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ อคินทร์ยืนพิงเสาหินอ่อนทรงโรมัน มือหนาถือแก้วทรงสูงบรรจุไวน์แดงวินเทจราคาแพง สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองผ่านฝูงชนที่กำลังเดินขัดแย้งกันไปมาด้วยความเบื่อหน่าย งานประมูลการกุศลคืนนี้จัดขึ้นเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ทว่าสำหรับเขาแล้ว มันเป็นเพียงพิธีกรรมทางสังคมที่น่าเบื่อหน่าย เต็มไปด้วยนักธุรกิจหน้าเนื้อใจเสือและผู้หญิงที่พยายามเข้าหาเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่ทว่า... หัวใจที่เคยด้านชาและว่างเปล่าของเขากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงอย่างไร้สาเหตุ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เสียงประกาศขานชื่อแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญดังขึ้น "ขอปรบมือต้อนรับ คุณรินรดา ประธานกรรมการบริหาร บี.เค.เอส. กรุ๊ป และผู้สนับสนุนหลักของค่ำคืนนี้ครับ" สิ้นเสียงพิธีกร ทั่วทั้งห้องโถงที่เคยมีเสียงจอแจพลันเงียบลงชั่วขณะ สายตานับร้อยคู่พากันหันขวับไปมองยังทางเข้าด้านหน้า และอคินทร์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ร่างระหงในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าเรียวรูปไข่สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเปิดให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจและเสน่ห์อันเย้ายวนที่ผู้หญิงในสังคมไฮโซทั่วไปไม่มีทางเลียนแบบได้ อคินทร์รู้สึกคล้ายกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางอก ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ผู้หญิงคนนี้... รินรดาภรรยาเก่าที่เขาเคยเฉดหัวไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสองปีก่อน คนที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ เปราะบาง และไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง คนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงภรรยาตกกระพลอยโจนที่เกาะเขาKINกินไปวันๆ นี่น่ะหรือ... รินรดาคนที่เขารู้จัก? ความงดงามที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจต่อรองนี้ ร่างสูงก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลลากจูงเขาให้เข้าไปใกล้ ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาเป็นฉากๆ วันที่เธอถือใบหย่าเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลอัคร วาณิชย์โดยไม่หันกลับมามอง วันที่แผ่นหลังบางนั้นสั่นเทาด้วยหยาดน้ำตาแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น และวันนี้... เธอกลับยืนอยู่ ณ จุดที่สูงส่ง ทัดเทียม หรืออาจจะเหนือกว่าเขาในบางแง่มุมด้วยซ้ำ "ท่านครับ ทางประธานสภาหอการค้าต้องการจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับแขกคนสำคัญทางโน้น..." บอดี้เกิร์ดคนสนิทก้าวเข้ามาสะกิดกระซิบบอกเบาๆ ข้างกาย แต่อคินทร์โบกมือปัดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างเพรียวบางที่กำลังเดินทักทายกับเหล่าผู้ทรงเกียรติด้วยท่าทีคล่องแคล่วและเป็นกันเอง รอยยิ้มของเธอ รingแววตาของเธอ ทุกอิริยาบถล้วนทรงพลังจนทำให้หัวใจที่ด้านชาของอคินทร์ปวดหนึบขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกลบฝังไว้ใต้กองงานและอำนาจเงินตลอดสองปีที่ผ่านมา บัดนี้มันกลับปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ ความว่างเปล่าในอกขยายวงกว้างจนแทบหายใจไม่ออก เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า... เขาสูญเสียเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่งและความโง่เขลาของตัวเอง รินรดาเดินมาหยุดยืนอยู่ที่มุมห้องใกล้กับเปียโนแกรนด์เพอร์คัชชัน เพื่อรับเครื่องดื่มจากบริกร เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1เพื่อเรียกความมั่นคงให้กับตัวเอง แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งเพียงใด แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็ยังมีความกังวลอยู่บ้างที่จะต้องกลับมาเหยียบสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงสังคมเดิมๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... โอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้น ทว่า ราวกับโชคชะตาเล่นตลก เมื่อหางตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ รัศมีคุกคามอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอคินทร์ทำให้อุณหภูมิรอบตัวเธอลดฮวบลงทันที รินรดากำแก้วไวน์ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่เธอก็ไม่ได้หลบหนี เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ช้อนสายตาขึ้นสบประสานกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกตะลึง โหยหา และเจ็บปวด ที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้มเสแสร้ง มีเพียงความเงียบงันที่ดังยิ่งกว่าเสียงดนตรีรอบตัว "ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่... ริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาจนเฉือนเนื้อคนฟัง บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยชื่อเธอ รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ไร้ซึ่งความยินดี ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด แต่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด "โลกนี้แคบออกค่ะคุณอคิน... และดิฉันคิดว่า ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะยืนอยู่ทุกที่บนโลกใบนี้ เช่นเดียวกับคุณ" คำพูดเรียบเฉยแต่คมคายบาดลึกถึงขั้วหัวใจทำให้อคินทร์ถึงกับพูดไม่ออก เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก กำมือแน่นข้างลำตัวด้วยความรู้สึกอัดอั้น เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะสารภาพความผิดบาปทั้งหมด อยากจะคุกเข่าขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม ทว่า ก่อนที่อคินทร์จะได้เปล่งคำพูดใดๆ ออกมาเพื่อรั้งเธอไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเลขาของรินรดาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ เลขาหนุ่มกดรับสาย ฟังข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มกระซิบบอกผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงร้อนรน "คุณรินครับ... ทางพี่เลี้ยงโทรมาแจ้งด่วนครับ น้องลันตาตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้หาคุณไม่ยอมหยุดเลยครับ ไข้เริ่มกลับขึ้นมานิดหน่อยด้วยครับ..." ชื่อ "ลันตา" หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเลขา แม้จะเบาหูเพียงใด แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของอคินทร์ราวกับเสียงระฆังมรณะ ดวงตาคมกริบของอคินทร์เบิกกว้างขึ้นทันที ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน ลมหายใจสะดุดกึก ลันตา? เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้น... ใครคือน้องลันตา? และทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นระรัวราวกับกลองศึกเมื่อได้ยินชื่อนี้? รินรดาสบตากับอคินทร์ที่กำลังมองเธอด้วยแววตาตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยคำถามนับร้อยพัน สีหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขั้นสุด เธอกลับหลังหันเตรียมจะก้าวเดินผละออกไปจากตรงนั้นทันที เพื่อปกป้องความลับที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ แต่อคินทร์ไวเท่าความคิด มือหนาพุ่งออกไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ เขาจะสูญเสียเธอและบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล "เดี๋ยวก่อนริน... เด็กที่ชื่อลันตา... เขาคือใคร?" อคินทร์เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากเย็น แววตาสั่นระริกด้วยความสงสัยที่กำลังแผดเผาจิตวิญญาณ รินรดาสบตากับเขา นัยน์ตาทรงอำนาจฉายแววเย้ยหยัน เธอบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอดีตสามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ จนทำให้ร่างสูงถึงกับทรุดฮวบลงในใจ "เด็กคนนั้น... คือลูกสาวของฉัน... และจำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะอคินทร์... ว่าเขาไม่มีทางเป็นลูกของคุณ... ไม่มีวัน!" พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อคินทร์ยืนแข็งค้างอยู่กลางงานเลี้ยง ราวกับถูกพิษร้ายแช่แข็งไว้ทั้งเป็น ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ประเดประดอนเข้ามาในหัวราวกับพายุเฮอร์ริเคน และก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอยไป ภาพถ่ายใบน้อยที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อของเลขาที่ทำตกไว้บนพื้น ก็ปลิวมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของอคินทร์พอดี ก้มลงมองภาพถ่ายเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน... ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%