กลิ่นไออ็บของยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้นขนาดกะทัดรัดไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอึดอัดภายในอกของรินรดาเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะข้างเตียงมีซองกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ราวกับมันเป็นตัวแทนของคำพิพากษาที่เพิ่งถูกตัดสินจากโลกภายนอก โลกที่เธอเคยยอมก้มหัวให้ด้วยความยินยอมพร้อมใจ แต่วันนี้... ประตูบานนั้นถูกปิดตายด้วยน้ำมือของเธอเองแล้ว
รินรดายกมือขึ้นสัมผัสหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างเหม่อลอย ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่นึกถึงคำพูดของแพทย์หญิงวัยกลางคนเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
*"คุณรินรดาตั้งครรภ์ได้ราวสัปดาห์ที่ห้าแล้วครับ... แต่ดูจากภาวะความเครียดและความดันโลหิตที่ตกวูบเมื่อครู่ ร่างกายค่อนข้างบอบช้ำมากทีเดียว อยากให้ระมัดระวังเรื่องสภาพจิตใจเป็นพิเศษนะครับ"*
เด็ก... เลือดเนื้อเชื้อไขอีกคนกำลังก่อกำเนิดขึ้นมาในวันที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอคินทร์ขาดสะบั้นลงอย่างไร้เยื่อใย
หญิงสาวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยหยาดน้ำตาและความร้าวราน ช่างเป็นตลกร้ายเสียจริง ในวันที่เธียรุะอุตsaห์ร้องขอเศษเสี้ยวความใส่ใจจากสามีทางนิตินัย เขากลับมองว่ามันคือความน่ารำคาญ เป็นภาระที่ถ่วงรั้งความทะเยอทะยานในโลกธุรกิจของเขา แต่วันนี้ วันที่เธอหลุดพ้นจากกรงทองอันหนาวเหน็บนั้นมาได้ เขากลับส่งเสียงคำรามก้องผ่านทนายความเพื่อทวงคืน "น้องลันตา" แก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวไปจากอก
แล้วถ้าเขาบังเอิญล่วงรู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกอีกคนของเขาอยู่ล่ะ?
ความคิดนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวอย่างรวดเร็ว ไม่มีทาง... อคินทร์จะไม่ทีวันได้รับรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ผู้ชายคนนั้นเห็นลูกเป็นเพียงเครื่องมือต่อรอง เป็นทายาทที่จะเชิดชูตระกูล ไม่ใช่ด้วยความรักความอบอุ่นอย่างที่มนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งสมควรจะได้รับ หากเขารู้ เขาคงกระชากเด็กคนนี้ออกจากอกเธอไปอีกคน เหมือนกับที่เขาเคยพยายามพรากลันตาไปจากอ้อมกอดของเธอด้วยอำนาจเงินและอิทธิพลมืด
"แม่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากลูกไปจากอ้อมกอดนี้อีกเด็ดขาด..."
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่ซีดเซียว รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความตระหนักรู้ที่ว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอมิได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว โลกใบนี้เหลือเพียงเธอกับลูกน้อยทั้งสองคน และเธอจะต้องยืนหยัดให้ได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่ใช่ในฐานะ "เงา" ของอคินทร์อีกต่อไป
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงโปรดของทนายความอาวุโสประจำตระกูลเก่าแก่ ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาช่วยดูแลคดีความส่วนตัวให้เธอ
"คุณรินรดาครับ อาหารเย็นมาส่งแล้วครับ หน้าตาคุณดูไม่ค่อยสู้ดีเลย มีอะไรให้ผมช่วยเพิ่มเติมไหมครับ" ทนายธนาเอ่ยถามด้วยน้ำสุภาพและแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างจริงใจ
รินรดารີบดึงสติกลับมา เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ระกรอบหน้าอย่างลวกๆ พยายามคลี่Yิ้มบางเบาที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดส่งให้ชายชราผู้มีพระคุณ
"ขอบคุณมากค่ะคุณอา ดิฉันแค่... พักผ่อนน้อยไปหน่อยน่ะค่ะ" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว
"เรื่องเอกสารการหย่าและข้อตกลงเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูน้องลันตา ทางฝั่งคุณอคินทร์ยังไม่มีท่าทีประนีประนอมใดๆ ครับ พวกเขาเตรียมทีมทนายมือฉกาจไว้สู้คดีเต็มที่... คุณรินรดาแน่ใจแล้วนะครับว่าจะไม่ใช้วิธีเจรจาร่วมกันอีกสักครั้ง? การต่อสู้กับคนที่มีอิทธิพลขนาดนั้น..." ธนาเว้นจังหวะไปนิด สายตาคมกริบมองลอดแว่นสายตาประเมินสถานการณ์
"ดิฉันแน่ใจค่ะคุณอา" รินรดาตัดบทน้ำเสียงหนักแน่น แววตาไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ต่อให้ต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้าย ดิฉันไม่มีวันยอมยกน้องลันตาให้อคินทร์เด็ดขาดค่ะ เขาอยากฟ้อง อยากใช้เงินซื้อความยุติธรรมแค่ไหน เชิญตามสบายเลยค่ะ ดิฉันจะสู้จนถึงที่สุด"
ธนาพยักหน้ารับช้าๆ อย่างเข้าใจในความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นรินรดาเติบโตและอดทนมาตลอดหลายปีที่แต่งงานกับอคินทร์ ความอดทนนั้นไม่ได้สูญเปล่า แต่มันถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะเหล็กที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะมาทำลายได้ง่ายๆ
"ถ้าเช่นนั้น อาจะจัดการเรื่องพินัยกรรมและสิทธิ์การดูแลทรัพย์สินส่วนตัวที่คุณรินรดาเพิ่งโอนย้ายให้เรียบร้อยนะครับ พรุ่งนี้เราจะย้ายออกจากเมืองนี้ไปยังบ้านพักที่ต่างจังหวัดตามที่คุณอาวางแผนไว้"
"รบกวนคุณอาด้วยนะคะ"
คล้อยหลังทนายธนาเดินออกไป รินรดากลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง ความเงียบงันภายในห้องทำให้เสียงหัวใจเต้นดังก้องอยู่ในโสตประสาท เธอลูบไล้หน้าท้องตัวเองเบาๆ ราจะปลอบโยนชีวิตน้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ความลับนี้... จะต้องถูกเก็บฝังไว้ให้ลึกที่สุด จนกว่าเธอจะมีอำนาจมากพอที่จะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ด้วยมือของตัวเอง
ตัดภาพมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง...
ค่ายรถยนต์ซูเปอร์คาร์นำเข้าและตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ อคินทร์ยืนมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ชั้นที่ห้าสิบ แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนไม่สามารถขับไล่ความหนาเหน็บในอกของเขาให้จางลงได้เลย บนโต๊ะทำงานราคาแพงมีแฟ้มเอกสารการหย่าที่ลงนามเรียบร้อยแล้ววางอยู่ แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กที่มองไม่เห็น
นี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หรือ? การปลดพันธนาการที่น่ารำคาญ การทวงคืนอิสรภาพกลับคืนมาสู่อ้อมกอดของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
ทำไม... ความว่างเปล่าถึงได้กัดกินหัวใจเขาจนแทบจะแหลกสลายเช่นนี้?
"ท่านประธานครับ..." เลขานุการหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน สีหน้าไม่สู้ดีนัก "ทางทีมสืบสวนที่เราส่งไปตามประกบคุณรินรดา รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดมาแล้วครับ"
อคินทร์หันขวับกลับมาทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหวังที่เขาเองก็พยายามปฏิเสธมาตลอด "เธออยู่ที่ไหน? แล้ว... ลูกลันตาล่ะ ปลอดภัยดีไหม?"
เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงภาพถ่ายปาหัวข้อรายงานให้ผู้เป็นนายดู พร้อมกับกล่าวเสียงสั่น
"คุณรินรดาไม่ได้พักอยู่ที่คอนโดเดิมครับ... แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันว่า ช่วงบ่ายวันนี้ เธอเดินทางไปที่ 'โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านสุขุมวิท' และใช้เวลาอยู่ในแผนกสูตินรีเวชเกือบสองชั่วโมงเต็มครับท่าน..."
อคินทร์ชะביกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดประมวลผลคำว่า *สูตินรีเวช* ซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เข้าใจ
สูตินรีเวชอย่างนั้นหรือ? รินรดาไปทำอะไรที่แผนกนั้น... ในวันที่เธอกำลังจะหย่าขาดจากเขา?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 2
ความลับที่ซ่อนใต้หัวใจ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!