เสียงกระดาษเนื้อดีเสียดสีกันเบา ๆ ยามที่มันถูกเลื่อนข้ามผ่านพื้นผิวมหัศจั้งก์ของโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีราคาแพง มันเป็นเสียงที่แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน แต่กลับหนักหน่วงรากับเสียงอสุนีบาตที่ผ่ากลางใจคนฟังในยามวิกาล
อคินทร์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังแสดงกราฟตัวเลขของบริษัท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ เขายังคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนี้คือวันที่เท่าไหร่ของเดือน และยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันคือ "วันอะไร" ในปฏิทินส่วนตัวของเขา
"นี่คืออะไร ริน" น้ำเสียงของท่านประธานหนุ่มเจือความเย็นชาและรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษแผ่นนั้นผ่าน ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจจะอ่านหัวข้อตัวอักษรที่พิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
"อ่านดูสิคะ... อ่า, ขอโทษทีค่ะ ดิฉันลืมตัวไปหน่อย" รินรดาหัวoเราะในลำคอเบา ๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนน่ากลัว รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากบางไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่บัดนี้แห้งผากไร้ร่องรอยของหยาดน้ำตา "ต้องพูดว่า 'อ่านดูสิครับ คุณอคินทร์' ถึงจะถูกกฎของบ้านเรา... อ้อ ไม่สิ บ้านหลังนี้ไม่มีกฎอะไรแบบนั้นอีกแล้วนี่คะ"
อคินทร์เงยหน้าขึ้นเต็มตา ความหงุดหงิดในแวบแรกแปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียว เขารู้จักภรรยาของตนเองดี รินรดาไม่เคยกล้าต่อSักต่อคำ ไม่เคยจิกกัด หรือแม้แต่ส่งสายตาเยдяาะเย้ยเช่นนี้ให้เขาตลอดสามปีที่แต่งงานกัน เธอคือผู้หญิงที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เป็นเงาจาง ๆ ที่คอยดูแลบ้านและลูกสาววัยสองขวบในมุมมืดของชีวิตเขามาโดยตลอด
แต่ในค่ำคืนนี้... หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขากลับดูแปลกตา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต เสื้อผ้าไม่ได้เป็นชุดคลุมนอนเนื้อนุ่มย้วยเหมือนทุกวัน แต่เป็นสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่สะท้อนความเฉียบคมและความพร้อมที่จะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ
นิ้วเรียวยาวของอคินทร์เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ สายตาดุดันกวาดอ่านตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง และคราวนี้... หัวใจของท่านประธานหนุ่มกระตุกวูบ
*หนังสือสัญญาหย่า*
ถ้อยคำทางกฎหมายที่ถูกร่างขึ้นอย่างรัดกุมปรากฏเด่นหรี่อยู่เบื้องสายตา ไม่มีข้อเรียกร้องเรื่องทรัพย์สินมหาศาล ไม่มีแม้แต่การเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรที่น่ารำคาญ มีเพียงลายเซ็นที่ถูกบรรจงเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทของรินรดาอยู่ที่มุมด้านขวาเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงช่องว่างฝั่งตรงข้าม... ช่องสำหรับสามีทางกฎหมาย
"คุณเสียสติไปแล้วหรือไง รินรดา" อคินทร์เค้นเสียงหัวoเราะในลำคอ ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยความถือดี "แค่เพราะผมกลับบ้านดึกในคืนนี้... คืนวันครบรอบที่คุณเอาแต่พร่ำเพ้อถึงมัน ถึงกับต้องเล่นละครฉากใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ? กลับขึ้นไปนอนบนห้องซะ แล้วผมจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"
เขาสะบัดหน้ากลับไปสนใจหน้าจอแท็บเล็ตต่อ ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่อารมณ์งอนง้อไร้สาระของผู้หญิงที่เรียกร้องความสนใจ
ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีคำตัดพ้อ ไม่มีแม้แต่การทุบตีระบายอารมณ์อย่างที่เขาคาดการณ์ไว้
รินรดายังคงนั่งอยู่ที่เดิม เธอประสานมือไว้บนตักอย่างสง่างาม แววตาที่มองตรงมายังสามีเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด มันเป็นสายตาที่ทำให้อคินทร์รู้สึกหงุดหงิดจนต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอกลับอย่างไม่สบอารมณ์
"คุณคิดว่าฉันกำลังเรียกร้องความสนใจเหรอคะ, คุณอคินทร์" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเเธอราบเรียบเย็นชาจนน่าขนลุก "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันใช้เวลาสามร้อยหืกสิบห้าวันในแต่ละปีเฝ้ารอคอยความสนใจจากคุณ รอคอยให้สามีคนนี้จำได้ว่าวันนี้เราแต่งงานกันวันไหน รอคอยให้พ่อของลูกชาย... อ้อ, ลูกสาว... จำได้ว่าเขามีครอบครัวที่ต้องกลับมาดูแล"
เธอยกมุมปากขึ้นยิ้ม ยิ้มให้กับความโง่เขลาในอดีตของตนเอง
"แต่วันนี้... นาทีนี้ ฉันตาสว่างแล้วค่ะ ฉันไม่อยากได้ความสนใจจากผู้ชายเห็นแก่ตัวที่จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อเล่นของลูกตัวเองด้วยซ้ำ"
"รินรดา!" อคินทร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ห้องทำงานกว้างขวางสะท้อนเสียงคำรามของเขา "คุณกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้ใส่ผม! ผมเหนื่อยจากการบริหารบริษัทมูลค่าเป็นหมื่นล้าน เพื่อใครล่ะ? เพื่อคุณกับลูกไม่ใช่หรือไง! จะเอาอะไรนักหนา ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย เงินในบัญชีไม่เคยพร่อง อยากได้อะไรก็หาให้หมด แล้วยังมาทำตัวงี่เง่าขอหย่าเพียงเพราะผมกลับบ้านวันครบรอบช้าแค่นี้เนี่ยนะ!"
คำแก้ตัวที่คุ้นชิน คำพูดที่โยนความผิดให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเรียกร้องมากเกินไป... อคินทร์ยังคงใช้ชุดความคิดเดิม ๆ ในการควบคุมโลกของเขา
ทว่า โลกใบนั้นพังทลายลงในประโยคต่อมา
"เงินเหรอคะ? ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายที่คุณพูดถึง..." รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้สองมือทาบลงบนขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาสสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอคินทร์ "คุณรู้ไหมคะว่าตลอดปีที่ผ่านมา บัตรเครดิตที่คุณให้ฉัน มันถูกระงับยอดตั้งแต่วันที่ฉันคลอดน้องลันตาแล้ว... คุณไม่เคยรู้เลยใช่ไหม เพราะคุณไม่เคยตรวจดูบิลค่าใช้จ่ายของฉันเลยสักครั้ง!"
อคินทร์ชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะพยายามรักษาฟอร์มความเย่อหยิ่งไว้ "เหลวไหล... ผมให้เลขขาจัดการเรื่องพวกนี้ตลอด..."
"ใช่ค่ะ เลขาของคุณจัดการได้ดีมาก จัดการตัดงบทุกอย่าง จนกระทั่งฉันต้องเอาเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ไปจำนำ เพื่อซื้อนมและผ้าอ้อมให้ลูกสาวสายเลือดของคุณเอง!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที อคินทร์อ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดที่เตรียมจะโต้เถียงติดอยู่ตรงลำคอ ภาพของภรรยาที่เคยอ่อนหวานและยอมจำนนผุดขึ้นมาในหัว แต่ในยามนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยท่าทีที่ทรงพลังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก
"แต่ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องพวกนั้นมันผ่านไปแล้ว และฉันก็ไม่ได้อยากมานั่งทวงบุญคุณอะไรจากคุณอีกต่อไปแล้ว" รินรดาดึงมือกลับ เธอหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะของเขา วางลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างแม่นยำ "เซ็นซะเถอะค่ะ... ใบหย่าใบนี้ คืออิสรภาพที่คุณไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ฉันเฝ้ารอคอยมันมานานแค่ไหน"
อคินทร์มองปากกาในมือสลับกับใบหน้าของภรรยา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความกลัว... ความกลัวสายหนึ่งกำลังกัดกินขั้วหัวใจของท่านประธานผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
เขาไม่ยอมเซ็น... ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยเธอไป ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา เป็นภรรยาที่ต้องอยู่ใต้เงาของเขาไปตลอดชีวิต
อคินทร์ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้เพื่อดึงเธอกลับเข้าสู่อ้อมกอดแล้วฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้งเสีย แต่ทว่า—
"ก๊อก ๆ"
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องทำงาน ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ โดยแม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณรินคะ... คุณอคิน... ขอโทษที่ต้องรบกวนค่ะ" แม่บ้านละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "คือว่า... น้องลันตาตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้หาคุณแม่ไม่หยุดเลยค่ะ ไข้ขึ้นสูงตัวร้อนจัดมาก แล้วแกก็... แกก็เอาแต่เพ้อเรียกหา 'คุณพ่อ' ตลอดเวลาเลยค่ะ"
รินรดาหน้าถอดสีทันที ความเข้มแข็งและมาดมั่นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดการสนทนาพังทลายลงในพริบตา ความเป็นแม่พุ่งพล่านเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่สนใจอคินทร์อีกต่อไป หมุนตัวและก้าวเดินั่บ ๆ ออกจากห้องทำงานทันทีเพื่อตรงไปยังห้องนอนของลูกสาว
อคินทร์ยืนค้างอยู่กับที่ ร่างกายของเขารู้สึกชาดิกไปหมด สมองประมวลผลคำพูดของแม่บ้านซ้ำไปซ้ำมา *ลูกสาว... ไข้ขึ้น... เพ้อหาพ่อ*
เขารีบก้าวเท้าตามหลังรินรดาออกไปอย่างลืมตัว ขายาวก้าวเร็วจนเกือบจะวิ่ง เพื่อไปยังปีกอีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาแทบจะไม่เคยเดินเข้าไปเยือนในยามวิกาลแบบนี้
เมื่อผลักประตูห้องนอนสีชมพูอ่อนเปิดออก กลิ่นยาเด็กและไอความร้อนลอยปะทะเข้าจมูก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของท่านประธานหนุ่มสะดุดกึก
บนเตียงนอนขนาดใหญ่ ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยสองขวบกำลังนอนขดตัวซุกอยู่ในอ้อมอกของรินรดา ร่างกายของเด็กน้อยแดงก่ำเพราะพิษไข้ ดวงตาคู่น้อยบวมช้ำจากการร้องไห้ และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้านั้น ด้านข้างโครงหน้าที่สะท้อนใต้แสงไฟสลัว ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาราวกับส่องกระจกเงา
รินรดากำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าผากให้ลูกสาวด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดเริ่มรินไหลลงมาอาบแก้ม เธอซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
อคินทร์ยืนนิ่งเป็นหินอยู่ที่หน้าประตู หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกบีบอัดด้วยความรู้สึกผิดมหาศาลที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงช้า ๆ ราวกับคนละเมอ
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ของรินรดาเพื่อเอ่ยปากขอโทษและถามไถ่ รินรดาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนาทึบและคมกริบยิ่งกว่าใบมีด
"ถอยไปค่ะ... อย่ามาแตะลูกฉัน" รินรดาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของเขา "จำไว้ซะคุณอคินทร์... ลูกคนนี้ เป็นของฉันคนเดียว และคุณ... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกตัวเองว่าพ่อของแกด้วยซ้ำ"
ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันจางหายไปในอากาศ เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็สั่นขึ้นอย่างกะทันหัน เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทาอย่างไม่ตั้งใจ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับรูปภาพไฟล์แนบจากเลขาคนสนิทที่ส่งมาในยามวิกาล—
ภาพผลตรวจ DNA ฉบับจริงระหว่างเขากับเด็กหญิงลันตา ที่ปรากฏผลสรุปชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร... แต่อักษรบรรทัดสุดท้ายนั้น กลับทำให้อคินทร์เบิกตากว้างจนแทบถסתออกจากเบ้า เมื่อความลับที่รินรดาซ่อนเร้นมาตลอดสองปี ถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับตัวตนที่แท้จริงของเด็กน้อยในอ้อมแขนเธอ!
---
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ)*
หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 1
ใบหย่าและกลิ่นหอมของอิสรภาพ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!