หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน•ตอนที่ 31

น้องลันตากับคุณอาใจดี

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นหอมกรุ่นของชาออร์แกนิกเกรดพรีเมียมไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษของสำนักงานกฎหมายชื่อดังผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากวาดสายตามองเอกสารข้อตกลงการแบ่งสิทธิ์ดูแลบุตรที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แทบไม่ต่างจากการมองซากปรักหักพังของอดีต เธอยังจำแววตาดูแคลนและคำพูดตัดเยื่อใยในวันที่เธอหอบผ้าผ่อนออกจากคฤหาสน์หลังโตหลังนั้นได้ดี วันนี้ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี กลับส่งทนายความมือหนึ่งมาเจรจราพร้อมกับข้อเสนอที่เขาคิดว่ามันมากพอจะซื้อความรู้สึกผิดในใจได้ "ท่านประธานอคินทร์แสดงเจตจำนงชัดเจนครับคุณรินรดาว่า... ทางเรายินดีมอบค่าเลี้ยงดูบุตรในจำนวนที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดถึงสามเท่า พร้อมโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองให้อีกหนึ่งยูนิต เพื่อแลกกับการที่ท่านประธานจะขอมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดู 'น้องลันตา' อย่างสม่ำเสมอ" ทนายความวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแฝงความกดดันไว้อย่างแนบเนียน รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบเสียจนคู่สนทนาต้องชะงัก "เงินทองและอสังหาริมทรัพย์พวกนั้น คงคิดสินะคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ พอดีติดปาก... คงคิดสินะครับ ว่ามันมีค่าพอกับหยาดน้ำตาและเวลาสองปีที่ฉันต้องดิ้นรอนเลี้ยงลูกตามลำพัง" เธอกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ พร้อมกับวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ฝากกลับไปบอกอคินทร์ด้วยนะครับว่า ศักดิ์ศรีความเป็นแม่ของฉันไม่ได้มีป้ายราคาติดไว้ และถ้าเขาหวังว่าจะใช้เงินฟาดหัวเพื่อซื้อสิทธิ์ความเป็นพ่อในวันที่สายไป เขาก็คงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะสำหรับฉันแล้ว ผู้ชายคนนั้นตายจากชีวิตเราไปนานแล้วครับ" บรรยากาศตึงเครียดถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเคาะประตูก่อนที่บานไม้สีเข้มจะเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง อคินทร์ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบ สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของอดีตภรรยา หญิงสาวผู้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ด้วยซ้ำ หากแต่วันนี้เธอกลับนั่งหลังตรง สง่างาม และฉายแววตาเด็ดเดี่ยวชนิดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมเป็นคนมาเจรจาเรื่องนี้ด้วยตัวเองดีกว่าครับ ทนายคุณออกไปรอข้างนอกก่อน" อคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ทนายความโค้งศีรษะรับคำสั่งแล้วเดินเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่ ห้องทั้งห้องเหลือเพียงคนสองคน อคินทร์หย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม รินรดานิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ประธานหนุ่มจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรอบตัวแทบไม่เคยได้ยินจากปากเขา "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ริน... แต่ผมแค่อยากมีโอกาสได้ชดเชย ได้เห็นรอยยิ้มของลูก ได้ทำหน้าที่ที่ผมเคยละเลยไป" อคินทร์เอ่ยด้วยความอัดอั้น ความเย่อหยิ่งทระياءตนถูกบด ี้จนแหลกละเอียดด้วยสำนึกแห่งความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายเดือน รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ชดเชยงั้นหรือครับ? คุณอคินทร์... คุณยังจำได้ไหมว่าตอนที่ลูกป่วยจนตัวร้อนจัดตอนตีสอง คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อนมผงให้ลูก คุณกำลังดื่มฉลองความสำเร็จในงานเลี้ยงบริษัทใช่ไหมครับ? ความเสียหายที่คุณสร้างขึ้นในใจของฉัน มันไม่ใช่สิ่งที่เงินไม่กี่ร้อยล้านจะซื้อกลับมาได้หดย์หรอกนะครับ" คำพูดแทงใจดำเหล่านั้นทำให้อคินทร์นิ่งอึ้ง เขาพูดไม่ออก ได้แต่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวดที่เขาก่อขึ้นด้วยมือตัวเอง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็สั่นเตือนขึ้น เขากดรับสายด้วยความรำคาญใจ ทว่าเสียงปลายสายกลับทำให้สีหน้าเคร่งขรึมของท่านประธานหนุ่มเปลี่ยนไปทันที "ท่านประธานครับ... คือ... คุณแม่บ้านพาคุณน้องลันตามาที่บริษัทตามที่คุณท่านสั่งไว้ก่อนหน้านี้ครับ แต่ตอนนี้แก... แกไม่ยอมหยุดร้องหาคุณรินรดาเลยครับ แถม... แถมตอนนี้แกกำลังเดินตรงไปที่ห้องทำงานท่านประธานแล้วครับ!" อคินทร์ผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจและเป็นห่วงลูกสาว ทั้งคู่ตัดสินใจพากันเร่งฝีเท้าออกจากห้องรับรองเพื่อกลับไปยังเพนต์เฮ้าส์ส่วนตัวและสำนักงานใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทันที เมื่อมาถึงห้องทำงานกว้างขวางโอ่อ่า อคินทร์ผลักประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูอ่อนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ของเขา ดวงตากลมโตคู่สวยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แก้มป่องสีชมพูขึ้นสีแดงระเรื่อจากการร้องไห้อย่างหนัก แม่บ้านยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่มุมห้องด้วยความทำอะไรไม่ถูก ทันทีที่เสียงเปิดประตูดังขึ้น น้องลันตาหันขวับมามอง ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาดังกว่าเดิมด้วยความตกใจกลัวคนแปลกหน้า "แม่จ๋า... ฮือ... แม่จ๋าขา ลันตาคิดถึงแม่..." เสียงอ้อแอ้ปนสะอื้นไห้ของเด็กน้อยเรียกหัวใจของคนเป็นแม่ให้แทบสลาย รินรดาพุ่งเข้าไปโอบกอดลูกสาวเข้าสู่อกทันที ลันตาซุกใบหน้าเล็กๆ เข้ากับซอกคอของมารดา สองแขนป้อมกอดรัดรอบคอแม่แน่นราวกับกลัวว่าแม่จะหายตัวไปอีก อคินทร์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น เขามองภาพความผูกพันนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความเวิ้งว้างในอกถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่อนโยนและทรงพลังอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้สองแม่ลูกอย่างระมัดระวัง กลัวว่าความเกรี้ยวกราดในอดีตจะทำให้เด็กน้อยหวาดกลัว "ลันตา... ลูกรักของแม่ ไม่ร้องนะครับ คนเก่งของแม่มาอยู่ตรงนี้แล้วครับ" รินรดากอดปลอบโยนลูกน้อยพลางลูบหลังเบาๆ ทว่าในวินาทีนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... น้องลันตาที่ซบอยู่บนไหล่ของมารดา ค่อยๆ เอี้ยวศีรษะหันกลับมามองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตากลมใสแจ๋วที่ยังมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยกะพริบปริบๆ มือเล็กป้อมข้างหนึ่งยื่นออกไปกลางอากาศโดยไม่มีใครบอกกล่าว ราวกับจดจำใบหน้านี้ได้จากความคุ้นเคยบางอย่าง หรือสัญชาตญาณลึกลับที่เชื่อมโยงสายเลือดเข้าหากัน เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อย ปากจิ้มลิ้มขยับพูดคำที่ทำเอาอคินทร์และรินรดาถึงกับช็อกค้างไปพร้อมกัน "คุณอา... ใจดี..." ลันตาเอ่ยเสียงใส ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าจู่โจมหัวใจของคนฟังจนแทบหยุดเต้น อคินทร์ชะงักงัน ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางวันแสกๆ เมื่อมือเล็กๆ ของเด็กน้อยเอื้อมมาคว้าปลายนิ้วของเขาไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ทั้งคราบน้ำตาที่ส่งตรงมาให้เขาอย่างบริสุทธิ์ใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและดื่มด่ำไปกับบททดสอบแห่งหัวใจนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วจบกัน อย่าฝันว่าจะได้ลูกคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%