ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 20

ทำบุญบ้านผี

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"พี่ธันวา! มันจะพุ่งมาแล้ว! ก้มต่ำลงไป ก้มดิ!" กะทิแผดเสียงลั่น กายบางสั่นเทาจนแทบจะมุดเข้าไปในซอกแขนของคนตัวสูงกว่า เสียงหอบหายใจของเธอปนไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด แต่นอกจากจะไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม กะทิยังสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่ไหล่ให้เธอยืนนิ่ง ธันวาไม่ได้ก้ม แต่เขากลับถอดเสื้อคลุมช็อปวิศวะสีเลือดหมูตัวเก่งออก แล้วสะบัดมันคลุมศีรษะกะทิไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวขาขึ้นหน้าไปเผชิญกับ 'สิ่งนั้น' ด้วยสายตานิ่งสนิทราวกับกำลังมองโจทย์ฟิสิกส์ที่แก้ไม่ออก "ไร้สาระ กะทิ" เสียงเรียบเฉยของพี่รหัสจอมตรรกะดังขึ้นท่ามกลางไอเย็นยะเยือกที่พุ่งปะทะ "ผีมันก็แค่พลังงานรูปแบบหนึ่งที่รบกวนคลื่นสมองเรา ถ้าเธอเอาแต่วิ่งหนี ความกลัวนั่นแหละที่จะเปิดช่องให้มันเล่นงาน" "เล่นงานอะไรล่ะพี่! นั่นมันเงาดำหัวขาดนะ! หัวขาดเลยนะเว้ย!" กะทิโผล่หน้าออกมาจากเสื้อคลุมช็อป มองเห็นเงาดำทมิฬขนาดมหึมาหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าธันวาไม่ถึงสองเมตร มันไม่ได้พุ่งชนตามที่คาด แต่กลับส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่เสียดสีกัน กะทิรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายที่พกมาด้วยความสั่นเทา คว้ากำด้ายสายสิญจน์ที่ซื้อมาจากวัดดังและข้าวสารเสกออกมากำไว้แน่น "พี่ธันวา ถอยออกมา! หนูจะทำพิธีแล้ว!" "พิธีอะไรของเธอ?" ธันวาหันมามองด้วยหางตา พร้อมกับคิ้วที่ขมวดจนแทบจะผูกเป็นโบว์ "พิธีไล่ผีฉบับยูทูบเบอร์สายมูที่ยังไม่ได้อ่านคู่มือไง! ยืนนิ่งๆ นะ!" กะทิเริ่มท่องบทสวดที่จำมาจากในเน็ตแบบผิดๆ ถูกๆ มือหนึ่งปาข้าวสารเสกมั่วไปหมด อีกมือก็พยายามพันด้ายสายสิญจน์รอบตัวธันวาจนกลายเป็นเหมือนมัมมี่ฝึกหัด "อิติปิโส... เอ่อ... ปิโสถอยไป! นะโมตัสสะ... นะโมตัสสะ... อย่าเข้ามานะไอ้เงาบ้า! ฉันมีประกันชีวิตนะโว้ย!" กะทิหลับหูหลับตาตะโกนใส่เงาดำ พร้อมกับสาดน้ำมนต์ที่อยู่ในขวดพลาสติกใส่ฝาเกลียวออกไปเต็มแรง *เปรี้ยง!* แทนที่จะเป็นเสียงระเบิดของวิญญาณร้าย กลับกลายเป็นเสียงน้ำมนต์กระเด็นไปโดนคัตเอาต์ไฟที่หลุดออกมาจากผนังจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ ความมืดในห้องถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาในวินาทีนั้นเอง เงาดำที่ว่า... ไม่ใช่ผีร้ายที่ไหน แต่มันคือตู้เสื้อผ้าไม้เก่าที่ล้มลงมาเพราะแรงลมจากช่องหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ต่างหาก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง เหลือเพียงเสียงคัตเอาต์ไฟฟ้าที่ยังส่งเสียงดังครางเบาๆ ธันวามองตู้เสื้อผ้าที่ล้มทับกองข้าวสารของกะทิ ก่อนจะหันมามองกะทิที่ยังคงหลับตาปี๋ มือยังถือขวดน้ำมนต์แน่น "นั่นไง... ตู้เสื้อผ้าล้ม" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความขบขัน "สติปัญญาของคนที่จะจบวิศวะฯ อย่างฉัน กำลังยืนดูรุ่นน้องทำพิธีไล่ผีกับเฟอร์นิเจอร์มือสอง" กะทิลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองตู้เสื้อผ้า แล้วค่อยๆ หันไปมองธันวาที่ตอนนี้พันด้วยด้ายสายสิญจน์จนดูเหมือนดักแด้ที่กำลังจะกลายเป็นผีเสื้อ (หรือผีบ้า) มากกว่าวิศวกรหนุ่มสุดเนี้ยบ "กะทิ... เธอกำลังทำลายภาพลักษณ์วิศวะของฉันด้วยสายสิญจน์ป้าข้างบ้านหรือเปล่า?" "หนู... หนูตกใจนี่นา! ก็พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้!" กะทิหน้าแดงก่ำ พยายามแก้ด้ายสายสิญจน์ออกจากแขนธันวาด้วยความลนลาน แต่ยิ่งแก้ก็ยิ่งพันกันยุ่งเหยิง "ไม่ต้องแก้" ธันวาก้มลงมาจนใบหน้าห่างกันไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ จากเสื้อช็อปของเขาทำให้กะทิหยุดหายใจไปชั่วขณะ "ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันมั่นใจว่าเธอจะไม่วิ่งหนีไปไหนถ้ามี 'ผีจริง' โผล่มาอีก" "พี่ธันวา..." กะทิเรียกชื่อเขาเบาๆ ใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน "ว่า?" "พี่... พี่ชอบหนูหรือเปล่าคะ?" กะทิหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน ธันวานิ่งไป สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของกะทิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิม จนกะทิสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ข้างหู "ถ้าบอกว่าชอบ... จะเลิกกลัวผี หรือจะเลิกทำพิธีบ้าๆ พวกนี้ไหม?" ธันวาหยิบโทรศัพท์ของกะทิที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา นิ้วเรียวยาวของเขากดเข้าไปในแอปแชต ก่อนจะพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว กะทิพยายามจะแย่งคืนแต่เขากลับยกมือสูงขึ้น "พี่ธันวา! พี่ทำอะไร!" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของกะทิเด้งขึ้นมา เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูทันที หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสิ่งที่เขาพิมพ์ไว้ในแชตกลุ่มรายการที่กำลังไลฟ์สดอยู่ ซึ่งคนดูนับหมื่นคนกำลังจ้องมองหน้าจอนี้อยู่ด้วยความตกตะลึง [ธันวา]: 'ที่เห็นอยู่นี่คือนางเอกของไลฟ์วันนี้ และเป็นว่าที่เจ้าของใจของผมด้วย ใครที่คิดจะมาจีบกะทิ... ให้ไปหาพิธีไล่ผีมาแก้คุณไสยจากผมก่อนนะครับ' กะทิเบิกตากว้าง มือสั่นเทาจนแทบทำมือถือร่วง เธอมองไปที่ธันวาที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ในขณะที่แชตในหน้าจอไลฟ์สดกำลังรันด้วยความเร็วแสง ทั้งอีโมจิรูปหัวใจ รูปผี และข้อความแซวรัวไม่ยั้ง แต่ทว่า... ในจังหวะที่กะทิจะอ้าปากโวยวาย แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะคัตเอาต์พัง แต่มันเป็นความมืดที่เย็นเยียบและหนาแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก และเสียงกระซิบเบาๆ ก็ดังขึ้นที่ข้างหูของกะทิ... ไม่ใช่เสียงของธันวา แต่มันคือเสียงผู้หญิงที่ฟังดูโหยหวนและคุ้นเคยอย่างประหลาด *"ขอบใจนะ... ที่เอาด้ายสายสิญจน์มาให้ถึงที่..."* กะทิรู้สึกได้ถึงมือเย็นเฉียบที่แตะลงบนไหล่ของเธอจากด้านหลัง พร้อมกับที่ธันวาคว้ามือเธอแน่น แต่คราวนี้... มือของธันวาที่เธอกำลังจับอยู่ กลับเริ่มเย็นจัดขึ้นเรื่อยๆ จนน่าขนลุก! "พี่ธันวา... ทำไมมือพี่เย็นแบบนี้... แล้วพี่กอดหนูอยู่หรือเปล่า... ในเมื่อ... ในเมื่อพี่อยู่ข้างหน้าหนู?" หวังว่ารี้ดที่น่ารักของ "เสียงกระซิบยามดึก" จะไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%