ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 21

ธันวาเปลี่ยนไป

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ถ้ามึงยังไม่หยุดเขย่าแขนกู ไอ้กะทิ กล้องที่มึงถืออยู่นี่แหละจะกลายเป็นอาวุธสังหาร ไม่ใช่เพราะผี แต่มันจะหัวฟาดพื้นตายเพราะความรำคาญกูเนี่ยแหละ!" เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังลอดไรฟัน ในขณะที่เขากระชากกะทิให้หลบเข้าหลังเสาปูนเก่าคร่ำคร่าของโรงพยาบาลร้างแห่งนี้ แสงไฟฉายจากกล้องมือถือของกะทิกำลังสั่นไหวไปมาจนภาพบนหน้าจอไลฟ์สดแทบจะกลายเป็นงานศิลปะแนวนามธรรม "พี่ธันวา! หนูไม่ได้เขย่าเพราะอยากกวนประสาท แต่มือมันสั่นคุมไม่อยู่! พี่ไม่เห็นเหรอ เมื่อกี้ตรงมุมตึกนั่นน่ะ... มันมีเงาดำๆ ขยับได้นะ! พี่บอกว่าวิทยาศาสตร์อธิบายได้ใช่ไหม? งั้นอธิบายซิว่าแรงดึงดูดโลกตัวไหนมันขยับเป็นรูปคนแล้วโบกมือให้หนูแบบนั้นน่ะ!" กะทิโวยวายเสียงสั่น ปากคอสั่นฟันกระทบกันจนแทบจะกลายเป็นเพลงจังหวะสามช่า ธันวานิ่งไป สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่ความมืดตามที่กะทิชี้ แต่เขากำลังมองใบหน้าซีดเผือดที่พยายามจะหันไปดู แต่ก็ไม่กล้าหันไปมองของหญิงสาวข้างกาย มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นแทนการตอบโต้ด้วยตรรกะแบบที่เขาเคยทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา "กูมองไม่เห็นเงาที่มึงบอก" ธันวาพูดช้าๆ นิ่งจนผิดสังเกต "แต่กูเห็นควันธูป... กลิ่นมันแรงมาก กะทิ มึงได้กลิ่นไหม?" กะทิชะงัก ลืมความกลัวไปชั่วขณะแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ "กลิ่นธูป? ไหนล่ะ? หนูไม่ได้กลิ่นอะไรเลย นอกจากกลิ่นอับของที่นี่..." "นั่นแหละปัญหา" ธันวาขมวดคิ้วแน่น แววตานักวิศวกรที่เคยหยิ่งผยองในเหตุผลเริ่มสั่นคลอน "เพราะกูไม่ได้พกธูปมา และตรงนี้ไม่มีใครจุดธูป แต่กลิ่นมันลอยมาแตะจมูกกูชัดเจนเหมือนคนเอามาจ่อหน้า แล้วที่สำคัญ... เสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังเรามาตั้งแต่ออกมาจากห้องผ่าตัดนั่นน่ะ ตอนนี้มันหยุดอยู่ข้างหลังเราแล้วนะ" กะทิแทบหยุดหายใจ เธอค่อยๆ หมุนกล้องกลับมาที่ตัวเอง ก่อนจะใช้สายตาเหลือบมองไปที่หน้าจอมือถือซึ่งมีคอมเมนต์วิ่งขึ้นรัวๆ *‘เฮ้ย! พี่ธันวาข้างหลังพี่มีอะไรสีขาวๆ!’* *‘กะทิ หันหลังกลับไปดูเร็ว! นั่นไม่ใช่เงาคนแล้ว!’* ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งในโรงพยาบาลร้างแห่งนี้หยุดนิ่งเพื่อรอดูการตัดสินใจของคนสองคน กะทิรู้สึกได้ถึงลมเย็นเยียบที่เป่ารดต้นคอ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่มันเย็นจนเหมือนเอาเนื้อวัวสดแช่แข็งมาวางไว้ตรงนั้น "พี่ธันวา..." กะทิเรียกเสียงเบาหวิว มือที่จับชายเสื้อช็อปของเขาไว้แน่นเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ "ถ้าวันนี้หนูไม่รอดไป พี่ต้องบอกแม่หนูนะว่าหนูตายเพราะความซวย ไม่ใช่เพราะหนูโง่มาตามล่าผีเอง..." ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวก้าวออกมาบังร่างกะทิไว้จนมิด เขาคว้ามือถือจากมือเธอมาถือไว้เอง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าข้างหลัง แววตาของเขาไม่ได้สบประมาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับฉายความเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด "เลิกพร่ำเพ้อเรื่องความตายได้แล้ว" ธันวาเอ่ยพลางใช้มืออีกข้างคว้าเอาเครื่องรางถุงผ้าเก่าๆ ที่กะทิห้อยไว้ที่เอวขึ้นมาด้วย "ถ้าวิทยาศาสตร์มันอธิบายสิ่งนี้ไม่ได้ งั้นกูก็จะยอมใช้ 'ความเชื่อ' ที่มึงชอบนักหนานี่แหละจัดการกับมัน... กะทิ หลับตา" "ห๊ะ? จะทำไร..." "บอกให้หลับตาก็หลับตา! อย่าให้กูต้องดุซ้ำ!" กะทิหลับตาปี๋ทันทีด้วยความตกใจ ธันวาหลับตาลงเช่นกัน เขาเริ่มพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังดูไม่เป็นภาษา แต่มันกลับกังวานและหนักแน่นจนบรรยากาศที่กดดันรอบตัวค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความเย็นเยียบมลายหายไป กลิ่นธูปที่เคยคละคลุ้งจางหายไปราวกับถูกลมพัดพาไปในพริบตา เมื่อธันวาลืมตาขึ้น เขาก็พบว่าหน้าจอมือถือที่ยังไลฟ์สดอยู่นั้น ค้างไปนานแล้ว และที่มุมจอนั้น ปรากฏให้เห็นรูปร่างเลือนลางของหญิงสาวชุดขาวที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืด... ไม่ใช่ในฐานะ 'บั๊กของระบบ' แต่มันคือ 'การปรากฏตัว' ที่ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป ธันวาปล่อยลมหายใจออกมายาวเหยียด เขาหันกลับมามองกะทิที่ยังคงหลับตาแน่นด้วยความกลัว มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากเธอเบาๆ อย่างลืมตัว สายตาที่เคยจิกกัดเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามมาก่อน "ลืมตาได้แล้ว... ยัยตัวแสบ" ธันวากระซิบข้างหู "ผีไปแล้ว... และดูเหมือนกูจะเลิกเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปแล้วล่ะ" กะทิลืมตาขึ้นมามองเขา ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจที่คนอย่าง 'ธันวาผู้ยึดมั่นในตรรกะ' ยอมจำนนต่อสิ่งที่มองไม่เห็นได้ง่ายขนาดนี้ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นความหลอน กลับมีความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งคู่ "พี่... พี่เปลี่ยนไปนะ" กะทิพึมพำ พลางพยายามขยับตัวถอยห่างด้วยความเขินที่พุ่งขึ้นมาแทนที่ความกลัว "อืม ก็เปลี่ยน" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่กระชับมือที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น "เพราะถ้ากูยังมัวแต่กอดทฤษฎีควอนตัมไว้ กูคงไม่มีวันรู้หรอกว่าคนข้างๆ กูเนี่ย... จะขวัญอ่อนจนน่าจับมาขังไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนอีกเลยแบบนี้" กะทิหน้าแดงซ่าน กำลังจะอ้าปากเถียง แต่เสียงแจ้งเตือนจากมือถือที่ธันวายังถือค้างไว้ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ข้อความแชตจาก 'แม่กะทิ' เด้งขึ้นมาบนหน้าจอไลฟ์สดที่ยังไม่ได้ปิด [แม่กะทิ: กะทิ... แม่รู้ว่าลูกอยู่ที่นั่น กับพี่ธันวาใช่ไหม? ฝากบอกธันวาด้วยนะว่า 'อย่าลืมดูข้างหลัง' เพราะคนที่ตามพวกหนูมา ไม่ใช่ผีธรรมดา แต่เป็นเจ้าที่ที่เขารอให้คนมาทำพิธีขอขมาอยู่นานแล้ว] กะทิอ่านข้อความแล้วหน้าถอดสี "พี่ธันวา... แม่หนูบอกว่า..." ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังขึ้นจากความมืดข้างหลังพวกเขาพร้อมกับแรงดึงที่กระชากแขนกะทิอย่างแรง ธันวาเบิกตากว้าง เขาคว้าตัวกะทิมากอดไว้แน่นในจังหวะที่พื้นปูนใต้เท้าของเขาทั้งคู่เริ่มยุบตัวลงไปดั่งหลุมดำ! ความรู้สึกใจฟูเมื่อครู่หายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความหวาดระแวงสุดขีดเมื่อเงาดำมืดมิดสองร่างค่อยๆ ก้าวออกมาจากซอกผนังที่ยุบตัวลง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่พวกเขาเพิ่งไลฟ์สดทิ้งไปเมื่อห้านาทีก่อน! "พวกคุณ... ลืมอะไรไว้หรือเปล่าคะ?" รี้ดที่น่ารักของ "เสียงกระซิบยามดึก" อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ เพราะบทต่อไปคือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่ากลัวกว่าผี... นั่นคือความลับที่ธันวาพยายามปิดบังมาตลอด!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%