"กรี๊ดดด! ธันวา! มือใครวะ! มือใครมาจับขาฉัน!"
เสียงแหลมสูงของกะทิแผดลั่นทะลุความเงียบสงัดของโรงเรียนร้างหลังเขาจนนกแสกที่เกาะอยู่บนโครงหลังคาผุพังแตกฮือบินหนีกันอลหม่าน หน้าจอไลฟ์สดในมือถือสั่นไหวรุนแรงจนผู้ชมทางบ้านนับหมื่นชีวิตต่างพิมพ์คอมเมนต์ไหลทะลักเข้ามาเป็นสายน้ำด้วยความตื่นเต้นระทึกขวัญ
แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ธันวาผู้ประกาศตัวว่าเป็นหนุ่มวิศวะสายตรรกะและไม่เชื่อเรื่องงดงาย กลับไม่ได้สนใจคอมเมนต์พวกนั้นเลยสักนิด...
"เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สดุดขาตัวเองล่ะสิไม่ว่า ยัยตัวแสบ" ธันวาเอ็ดเสียงต่ำ แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะยังคงตีสีหน้านิ่งสนิทเพื่อรักษาฟอร์ม แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นเต็มขมับกลับทรยศความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง
ย้อนกลับไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้... ธันวารู้สึกได้ชัดเจนถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่เป่ารดต้นคอของเขา ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขายังคงโอบไหล่กะทิเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอสะดุดล้ม แต่ทว่า... สัมผัสจาก 'มืออีกข้างหนึ่ง' ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งกำลังค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ลูบไล้ผ่านข้อเท้าของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ และจงใจ!
"นี่ไม่ใช่สะดุดนะ! ฉันไม่ได้ตาฝาด! นายไม่เห็นเหรอว่าพื้นตรงนั้นมัน... อื้อ!"
กะทิยังไม่ทันได้โวยวายจบ ธันวาก็คว้ามือเรียวเล็กของเธอมาจับไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบที่กระชับมั่นนั้นอบอุ่นและร้อนผ่าว ตัดกับความเย็นเยือกของบรรยากาศรอบตัวได้อย่างน่าประหลาด สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ภาพหลอน และไม่ใช่กล้องอำกันเล่นๆ แน่นอน เพราะอุณหภูมิรอบตัวพวกเขาลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"วิ่ง"
คำสั้นๆ คำเดียวหลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวา ก่อนที่เขาจะออกแรงกระชากข้อมือเล็กให้ก้าวตามอย่างไม่คิดชีวิต ไฟฉายคาดหัวของทั้งคู่สาดส่องไปตามทางเดินยาวเหยียดของตึกเรียนเก่าที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและกลิ่นอัปชื้น เสียงฝีเท้าของคนสองคนวิ่งกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องไปทั่ว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ 'เสียงฝีเท้าที่สาม' ที่กำลังวิ่งไล่หลังตามมาติดๆ โดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว!
*(แชตสด)*
*@GhostBuster99: เฮ้ยยย เสียงฝีเท้าใครวะ มาสามคนได้ไง!*
*@MooKati_Fanclub: พี่ธันวาน้องกะทิระวังค่ะ! ข้างหลังตามมาแล้ว!*
*@สายมูตัวแม่: กูบอกแล้วว่าที่นี่ของแรง! เอาผ้ายันต์สาดใส่เลยเร็วกว่า!*
*@NongKati_Official: แงงงง กลัวแล้ว ทำไมต้องมาไลฟ์ที่นี่เพื่อใช้หนี้กยศ.ด้วยเนี่ยยย*
"ธันวา! ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว! แฮกๆ... ขาฉันจะพันกันอยู่แล้วนะ!" กะทิหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางตอนนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวผสมความเหนื่อยล้า มืออีกข้างยังคงถือโทรศัพท์ไลฟ์สดค้างไว้แบบไม่รู้ตัว
ธันวาเหลือบมองคนข้างกายที่เริ่มจะหมดแรง เขากัดฟันกรอด ตัดสินใจหักเลี้ยวหลบเข้าไปในห้องพักครูเก่าที่ประตูไม้ผุพังใกล้ที่สุด ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าไปหลบมุมด้านในแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ บรรยากาศภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอมือถือที่ส่องสะท้อนใบหน้าตื่นตระหนกของทั้งสองคน
"แฮก... นาย... นายพาฉันมาหลบมุมอับทำไมเนี่ย เกิดมันตามมาทันเราก็ตายห่ากันพอดีสิ!" กะทิต่อว่าเสียงสั่นเครือ พยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวผี... หรือเป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายที่ยืนบังร่างเธออยู่ตอนนี้มันใกล้จนเกินไปกันแน่
ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขายกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เงียบ สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องกระจกบานเกล็ดที่แตกหักของประตูห้อง ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน
ข้างนอกห้องนั้น... เสียงฝีเท้าที่เคยวิ่งไล่กวดมาอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้กลับหยุดลงแล้ว
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงลากรองเท้าผ้าใบเก่าๆ เดินวนเวียนอยู่หน้าประตูห้องพักครู ราวกับมันกำลังดมกลิ่นหาเหยื่อที่ซ่อนอยู่ กลิ่นสาบสางและกลิ่นอับของดินชื้นแฉะโชยลอดรอยแตกของประตูเข้ามาจนกะทิต้องใช้มือปิดจมูก ตัวสั่นเทาด้วยความสะพรึงกลัว
ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งสูงถึงขีดสุด ธันวาขยับตัวเข้ามาประชิดกะทิมากขึ้นจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง มือหนาข้างหนึ่งยันกำแพงไว้เพื่อบล็อกพื้นที่ไม่ให้เธอขยับหนี ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาจับมือถือในมือของกะทิเพื่อปรับมุมกล้องไม่ให้หลุดเฟรม แต่จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขากลับเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มของเธอไปอย่างเฉียดฉิว!
กะทิชะงักกึก ลืมความกลัวผีไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนลามไปถึงใบหู เธอมองสบตาธันวาในระยะประชิด แววตาของเขาที่มักจะกวนประสาทและดุเธออยู่เสมอบัดนี้กลับฉายแววความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งอย่างปิดไม่มิด
"ธันวา..." กะทิกระซิบเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบាลงอย่างประหลาด หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเจอผีหลอกเสียอีก
"ถ้าคืนนี้เราอดตายแล้วไม่ได้กลับออกไป... ฉันมีอะไรจะบอกเธอว่ะกะทิ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บนพวงแก้มของเธอ ท่ามกลางบรรยากาศขนหัวลุก แต่วินาทีนี้โลกทั้งใบของกะทิกลับหยุดหมุนไปเสียดื้อๆ
*(แชตสด)*
*@MooKati_Fanclub: อะไรรรร ยังไงซิแม่!*
*@GhostBuster99: ผีไม่กลัวละ กูเขินแทน*
*@สายมูตัวแม่: สารภาพรักกลางดงผีดิบเหรอเนี่ย พีคมากแม่!*
*@NongKati_Official: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!*
แต่ก่อนที่กะทิทันจะได้หัวใจวายตายเพราะคำสารภาพที่รอคอย...
*แอ๊ดดดดดด—!*
ประตูด้านหลังห้องพักครูที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างโปร่งแสงสีขาวโพลนในชุดนักเรียนยุคโบราณ ที่เส้นผมยาวสยายปิดบังใบหน้า และส่งเสียงหัวเราะคิกคักแหลมเล็กบาดแก้วหู ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ!
ธันวาแววตาเปลี่ยนเป็นดุดันในเสี้ยววินาที เขาดึงกะทิเข้าหากอดแนบอกทันทีด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ก่อนที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะเผลอกดส่งข้อความเสียงสั้นๆ ที่พิมพ์ค้างไว้ในแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวระหว่างเขากับกะทิออกไปโดยไม่ทันระวังตัว—
*“ฉันชอบเธอนะยัยตัวแสบ เลิกดื้อแล้วเป็นแฟนกันซะที”*
เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นหราบนหน้าจอมือถือของกะทิที่ยังคงเปิดไลฟ์สดให้ผู้ชมหลายหมื่นคนได้ยินชัดเจนเต็มสองหู!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหลอนและฟินไปด้วยกันนะคะ
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 4
โรงเรียนร้างหลังเขา
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!