“ถอยไป ธันวา! แกเป็นตัวอะไร... ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะสวดมนต์บทกรณียเมตตาสูตรใส่หน้าแกให้วิญญาณกระเจิงเลย!”
กะทิแผดเสียงลั่นห้องเก็บของเก่าใต้ตึกคณะวิศวะฯ มือที่สั่นเทาราวกับเจ้าเข้าทรงกำยันต์ห้าแถวไว้แน่นจนข้อมือขึ้นรอยแดง ดวงตากลมโตปิดสนิทไม่กล้าลืมมองสิ่งที่กำลังยืนหายใจรดต้นคอเธออยู่ทางด้านหลัง
“กรณียเมตตาสูตรนี่แผ่เมตตานะกะทิ ไม่ใช่คาถาขับไล่... แล้วเลิกเอาไอ้แผ่นกระดาษยับๆ นั่นมาจิ้มพุงฉันสักที มันจั๊กจี้”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูติดจะรำคาญใจทำเอาคนตัวเล็กชะงักกึก กะทิลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันขวับไปมองบุคคลที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางของเก่าอยู่ข้างหลัง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเต็มไปด้วยความนิ่งเฉยของ ‘ธันวา’ กำลังยู่ลงเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต
“พี่ธันวา! บ้าหรือเปล่าเนี่ย!” กะทิโวยวายพร้อมกับเขวี้ยงยันต์ในมือทิ้งลงพื้นอย่างเสียอาการ “ใครใช้ให้มาเงียบๆ แล้วกระซิบแบบนั้นคะ! หัวใจฉันจะวายตายอยู่แล้วนะ ถ้าฉันช็อกตายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบค่าเทอมที่เหลือให้ฉันฮะ!”
ธันวาก้มลงเก็บยันต์แผ่นนั้นขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วยื่นคืนให้เจ้าของด้วยสายตาเรียบเฉย “ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร ถึงได้มานั่งไลฟ์สดสั่นพั่บๆ อยู่ในห้องเก็บของที่คนเขาเลิกใช้งานไปสิบปีแล้ว แล้วอีกอย่าง... วิทยาศาสตร์บอกว่าผีไม่มีจริง มีแต่คนขี้กลัวที่คิดไปเองทั้งนั้น”
“วิทยาศาสตร์ไม่ได้ช่วยให้หายกลัวนะคะพี่! แล้วถ้าพี่ไม่เชื่อ พี่จะตามมาดูทำไมล่ะ” กะทิย้อนกลับพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ความอายเริ่มเข้ามาแทนที่ความกลัวเมื่อเห็นว่ายอดคนดูในไลฟ์สดพุ่งทะลุหลักพันไปแล้วพร้อมคอมเมนต์แซวความสัมพันธ์ของพวกเธอ
“ฉันไม่ได้ตามมา” ธันวาขยับแว่นสายตา ก้าวเข้ามาใกล้จนกะทิต้องถอยกรูดไปชนโต๊ะเก่าๆ “แค่เห็นว่ารุ่นน้องรหัสตัวเองกำลังจะทำเรื่องโง่ๆ ที่อาจจะทำให้คณะเราโดนด่าว่าทำไมไม่ดูแลกัน ก็เลยต้องมาสแกนดูหน่อยว่าที่บอกว่าล่าผีเนี่ย... มันมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง หรือแค่นั่งตะโกนเรียกผีไปวันๆ”
“นี่! ฉันล่าผีเพื่อหาเงินเรียนนะคะ ไม่ได้ทำเพื่อความบันเทิง!” กะทิเถียงเสียงแข็ง แต่อีกใจหนึ่งกลับแอบหวั่นไหวกับสายตาที่ธันวามองมา มันดูเหมือนเขาไม่ได้แค่มาด่า แต่กำลัง 'ห่วง' ในแบบฉบับคนปากแข็ง
“งั้นดีเลย” ธันวาเอื้อมมือไปแย่งกล้องมิลเลอร์เลสจากมือกะทิมาถือไว้เองด้วยความคล่องแคล่ว “ในเมื่อเธอมันมือสั่นจนภาพเบลอ แถมยังเรียกผีไม่เป็นเรื่องเป็นราว ถ้าอยากได้ยอดโดเนทเพิ่ม... ก็จ้างคนที่มีตรรกะดีๆ อย่างฉันไปคุมงานสิ”
กะทิอ้าปากค้าง “พี่หมายความว่า...”
“ก็หมายความว่าฉันจะเป็นตากล้องให้” ธันวายักไหล่ ทำหน้าตายเหมือนพูดเรื่องสภาพอากาศ “แต่มีข้อแม้ว่า... ห้ามเอาผงแป้งมาโรยพื้น ห้ามเอาธูปมาจุดให้ควันขโมง และถ้าฉันเจอ ‘ผี’ ที่เธออ้างเนี่ย ฉันจะจับมันมาทดสอบทางฟิสิกส์ให้ดูว่ามันคือภาพลวงตาหรือแค่ฝุ่นในอากาศ ดีลไหม?”
กะทิจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มเปลี่ยนไปจากความกลัวผี กลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เต้นรัวแรงกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าธันวาตั้งใจจะมายืนเคียงข้างกันในที่มืดๆ แบบนี้
“ดีลค่ะ” กะทิรับคำเสียงอุบอิบ “แต่ถ้าเจอผีจริงๆ แล้วพี่กรี๊ดแตกนะ ฉันจะอัดวิดีโอประจานลงโซเชียลให้ทั่วเลย!”
“หึ” ธันวาแค่นหัวเราะ ก่อนจะหมุนกล้องกลับมาที่ใบหน้าของกะทิ “งั้นก็เริ่มเลยสิ จะยืนอึ้งทำไม... แฟนคลับเธอรอดูอยู่”
ไลฟ์สดดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความสยองขวัญกลายเป็นความวุ่นวายที่น่าเอ็นดู ธันวาทำหน้าที่ตากล้องได้เป๊ะมาก เขาคอยใช้ไฟฉายส่องในมุมที่กะทิหวาดกลัว และทุกครั้งที่เสียงกิ่งไม้กระทบหน้าต่างดังขึ้น ธันวาก็จะขยับตัวมาบังร่างกะทิไว้โดยอัตโนมัติ แม้ปากจะบ่นว่า ‘ไม่มีอะไรหรอก ยัยขี้ขลาด’ แต่สัมผัสจากมือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่นนั้น มันบอกความหมายที่ต่างออกไป
จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงจุดที่ลึกที่สุดของอาคารเก่า... ห้องเก็บเอกสารที่ถูกปิดตาย
*ตึง!*
เสียงของหนักตกลงพื้นดังสนั่นอยู่หลังบานประตู กะทิสะดุ้งสุดตัวจนเผลอคว้าชายเสื้อธันวาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
“พี่ธันวา... นั่นมัน... เสียงคนเดินชัดๆ เลยนะ!” กะทิกระซิบเสียงสั่น
ธันวาไม่ได้ตอบ เขาหรี่ตาลงมองบานประตูไม้ที่เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงโดยไม่มีลมพัด มือที่ถือกล้องอยู่เริ่มแน่นขึ้น แต่เขาไม่ได้ถอยหลัง กลับก้าวไปข้างหน้าเพื่อขวางกะทิไว้เต็มตัว “กะทิ... อยู่ข้างหลังฉัน อย่าขยับไปไหน”
“พี่จะทำอะไร!”
ธันวาเอื้อมมือไปจับกลอนประตูเหล็กสนิมเขรอะ “ฉันก็แค่อยากรู้... ว่าไอ้สิ่งที่ทำให้เธอต้องมานั่งสั่นอยู่ในห้องเก็บของเนี่ย มันจะมีความกล้าพอที่จะโผล่หัวมาให้คนสายวิทย์อย่างฉันเห็นไหม”
เขากระชากประตูเปิดออกเต็มแรง ทันใดนั้น ไฟในกล้องที่ธันวาถืออยู่ก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกริ๊ดของกะทิที่ยังไม่ทันได้หลุดออกจากลำคอ เพราะมือของธันวากระชากเธอเข้าไปกอดไว้แน่นในความมืดสนิท
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุก เสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกไม่ได้มาจากมุมห้อง แต่มันดังขึ้นที่ข้างหูของธันวา... เสียงที่ทำเอาคนปากแข็งอย่างเขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
*“เธอเอาตากล้องมาด้วยเหรอ... น่ากินจัง...”*
ธันวารู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นจัดที่เป่ารดต้นคอ ขณะที่มือของเขาซึ่งกอดกะทิอยู่นั้น สัมผัสได้ว่ามี 'มืออีกมือหนึ่ง' ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาจับที่ข้อเท้าของเขาจากใต้พื้นดิน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกะทิและพี่ธันวานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยค่ะ! - เสียงกระซิบยามดึก
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 3
ดีลล่าผีที่ไม่มีสัญญา
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!