ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 2

พี่รหัสสายวิทย์ vs น้องรหัสสายมู

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกว่าอย่าหันไง ยัยตัวแสบ!" เสียงทุ้มห้าวของพี่รหัสตัวดีดังลอดไรฟัน พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างของดิฉันเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปนกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าจมูกท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บพัสดุร้าง แต่นาทีนั้น... ต่อให้เขาจะตัวหอมแค่ไหน ดิฉันก็ไม่มีอารมณ์มาพิศวาสหรอกค่ะ เพราะภาพสะท้อนในกระจกเงาบานเก่าคร่ำครึเมื่อกี้ มันยังติดตาตรึงใจจนขนหัวลุกชันไปหมดแล้ว! "ฮ… ฮือออ ธันวา! แกเห็นใช่ไหมเมื้อกี้!" ดิฉันสะบัดหน้าหนีจากกระจกบานนั้นทันที มือเล็กๆ กำชายเสื้อยืดสีดำของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ ตัวสั่นเทายังกะลูกนกตกน้ำ ปากก็ละล่ำละลักฟ้องเรื่องประหลาดที่เพิ่งเห็น "เงา… เงาข้างหลังแกมันยิ้มอ่ะ! ยิ้มแบบปากจะฉีกถึงใบหูเลยนะเว้ย! ฮือออ ฉันไม่อยู่แล้ว! ปล่อยนะ ฉันจะวิ่งออกไปทางประตู!" "เลอะเทอะน่ากะทิ!" ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา มือหนาข้างหนึ่งคว้าข้อมือดิฉันไว้แน่น ไม่ยอมให้วิ่งหนีไปไหนตามประสงค์ "เงานงเงาอะไรของเธอกันวะ นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ยัยยูทูบเบอร์ตกอับ! ห้องนี้มันอับทึบ แสงหักเหผ่านกระจกเงาเก่าๆ มันก็ทำให้เกิดภาพหลอนทางสายตาได้ทั้งนั้นแหละ... เฮ้ย! หยุดเขย่าแขนฉันสักทีเสื้อจะขาดอยู่แล้วเนี่ย!" "หลอนบ้านแกสยะ! แสงหักเหอะไรจะยิ้มแยกเขี้ยวใส่ฉันขนาดนั้นวะ!" ดิฉันแว้ดใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น ลืมตัวไปสนิทว่ากำลังอยู่ในระหว่างไลฟ์สดและมีผู้ชมหลายพันคนกำลังคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว "ตรรกะบ้าบออะไรของนายฮะ! วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ก็อย่ามาโบ้ยว่าเป็นภาพหลอนสิฟะ! แกหันไปดูเองเลยนะ! ถ้าคิดว่าฉันตาฝาดน่ะ!" ดิฉันพยายามดึงมือเขาให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับกระจกบานเดิม แต่ธันวากลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มตอกเขื่อน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย... ช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง! ปากร้ายใจแข็งยิ่งกว่าหินผา แถมยังชอบทำตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้รู้แจ้งในดินแดนอาถรรพ์อยู่เรื่อย "ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง..." ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ พลางใช้มืออีกข้างดันกรอบแว่นขึ้นเบาๆ ท่าทางสุขุมเยือกเย็นจนน่าโมโห "เธอนี่นะ... เป็นเด็กสายนิเทศศาสตร์ปะวะ ทำไมจินตนาการบรรเจิดยิ่งกว่าเด็กเขียนบทละครผีอีก หรือว่าเครื่องรางที่พกพะรุงพะรังรอบคอเนี่ย มันไปกดทับสมองส่วนตรรกะจนฝ่อหมดแล้ว" "นี่นายว่าฉันโง่เหรอ!" ดิฉันแยกเขี้ยวใส่ ยืดตัวขึ้นยืนเท้าเอวเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "ถึงฉันจะเป็นเด็กฟิล์ม แต่เซนส์เรื่องผีฉันแม่นยิ่งกว่าเรดาร์กรมอุตุฯ อีกนะยะ! บอกไว้ก่อนเลยว่าไอ้ห้องนี้... มันมีเจ้าที่แรงมาก! กล้องไลฟ์สดฉันค้างไปรอบหนึ่งแล้วนะแกเห็นมั้ย!" พลางพูด ดิฉันก็ชูสมาร์ทโฟนในมือที่หน้าจอกำลังขึ้นสัญลักษณ์หมุนติ้วๆ ให้เขาดูเป็นหลักฐาน ธันวาเหลือบตามองหน้าจอเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แบบที่ฟังแล้วอยากจะเอาส้นสูงฟาดหน้าผากสักทีสองที "อินเทอร์เน็ตในตึกเก่าๆ สัญญาณมันก็หลุดง่ายเป็นธรรมดาป่ะวะ มัวแต่โทษผีสางเทวดา ระวังเถอะ... จะโดนเจ้าหนี้ตามมาทòiคอเร็วกว่าโดนผีลากไปกินซะอีก" "ไอ้พี่ธันวา! ปากเสียที่สุด!" ดิฉันแทบกรี๊ดแตก ทุบกำปั้นลงบนอกเขาแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าคืนนี้ฉันไม่รอดออกไปใช้หนี้ กยศ. นะ นายต้องเป็นคนรับผิดชอบชีวิตฉันเข้าใจมั้ย!" "หึ... รับผิดชอบ?" ธันวาเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มไหวระริกคล้ายกำลังสนุกสนานที่ได้แกล้งให้ดิฉันสติแตก "พูดแบบนี้หมายความว่าไง... จะให้ฉันขอเธอแต่งงานใช้หนี้แทนเหรอ ยัยเตี้ย?" ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันจนดิฉันต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น บ้าจริง... ผู้ชายคนนี้ชอบหยอดอะไรไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย! ทั้งๆ ที่บรรยากาศรอบตัวตอนนี้วังเวงชวนอเจียนจะตายห่าน แต่เขากลับมีอารมณ์มาแซวเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ "แต่งบ้าแต่งบออะไรเล่า! ใครจะไปอยากได้วิศวกรปากหมาเป็นสามีฟะ!" ดิฉันแหวกลบเกลื่อนความเขินที่ตีรวนขึ้นมาในอก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องเก็บพัสดุเพื่อเปลี่ยนเรื่อง "ช่างเถอะ! ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว รีบๆ รื้อหาของตามที่รุ่นพี่วานมาให้จบๆ ไปซะทีเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับ... ไอ้ตัวที่ยืนซ้อนหลังแกเมื่อกี้อีกนานหรอกนะ" พูดจบ ดิฉันก็ก้าวฉับๆ ไปยังลังกระดาษเก่าๆ ที่วางเรียงรายอยู่มุมห้อง มือเรียวพยายามแกะเชือกฟางที่มัดไว้อย่างทุลักทุเล ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนรีบร้อน อยากจะออกไปจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี่เต็มทีแล้ว ธันวาเองก็ยอมเดินตามมาช่วยแต่โดยดี แม้ปากจะยังบ่นพึมพำไม่เลิกราเรื่องความงมงายของดิฉันก็ตาม แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องกระทบกับกองเอกสารเก่าและเศษฝุ่นที่ลอยเค្វ้งคว้างในอากาศ บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน... เสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของธันวาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ช่วยบรรเทาความกลัวในอกของดิฉันลงไปได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงเขาจะปากร้ายและชอบขัดคอ แต่ยอมรับเถอะค่ะว่า... การมีผู้ชายตัวโตๆ ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังแบบนี้ มันก็อุ่นใจกว่าต้องมาเดินลุยดงผีคนเดียวเป็นไหนๆ *แกร๊ก...* เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากมุมมืดสุดของห้อง... เสียงคล้ายกับเล็บยาวๆ กำลังขูดข่วนไปกับผนังปูนช้าๆ ชวนให้ขนลุกซู่ ดิฉันชะงักกึก มือที่กำลังรื้อลังกระดาษแข็งค้างกลางอากาศ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลังจนต้องรีบคว้าแขนเสื้อของธันวาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ "ธันวา..." ดิฉันกระซิบเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวจับจิต "เสียง... เสียงนั่น... นายได้ยินมั้ย..." ธันวาไม่ตอบคำถาม เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาบังหน้าดิฉันไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณปกป้อง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกิบเพ่งมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า "ใครวะ..." ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน พลางยกไฟฉายในมือขึ้นส่องตรงไปยังต้นตอของเสียง ลำแสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งทะลวงความมืด เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก— ที่มุมห้องนั้น... บนเก้าอี้ไม้เก่าตัวเดิมที่ควรจะว่างเปล่า... บัดนี้มีร่างของใครบางคนกำลังนั่งก้มหน้าคุดคู้ เส้นผมยาวสลวยรกรุงรังปรกคลุมใบหน้าจนมองไม่เห็นผิวพรรณ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ... มือข้างหนึ่งของร่างนั้นกำลังยื่นยาวผิดมนุษย์มนาออกมา... กำลังเขียนตัวอักษรบางอย่างลงบนผนังปูนด้วย... ด้วยคราบสีแดงสดคล้ายหยาดเลือด! ดิฉันอ้าปากค้าง กรีดร้องไม่ออกแม้แต่ครึ่งเสียง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แต่ก่อนที่ก้นจะกระแทกพื้นดิน ธันวาก็คว้าเอวบางของดิฉันไว้ได้ทัน แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกแนบชิดกัน "กะทิ... อย่ามอง!" เสียงทุ้มของธันวาพร่าสั่นอย่างผิดปกติ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวรดอยู่ข้างใบหู แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ดิฉันหัวใจเต้นรัวแรงจนแทบระเบิด... เพราะในวินาทีที่ร่างบนเก้าอี้ตัวนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงบาดแก้วหู... หน้าจอมือถือที่วางอยู่บนกล่องกระดาษใกล้ตัว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง พร้อมกับข้อความแชตกลุ่มของคณะที่เด้งขึ้นมากลางไลฟ์สด—ส่งมาจากบัญชีผู้ใช้ของ **'ธันวา'** ทั้งๆ ที่มือถือของเขายังอยู่ในมือของเจ้าตัว... *[ธันวา]: "ข้างหลังเธอน่ะ... มันไม่ใช่ฉันนะกะทิ"* ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเผชิญความหลอนไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%