ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 9

หนีผีแบบมีลีลา

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"วิ่งสི་คะคุณขา! ถ้ายังมัวแต่ยืนเท้าเอวทำท่าพิธีกรรายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่ตรงนี้ วิญญาณป้าแม่บ้านตึกนาฏศิลป์เขาจะมาสิงร่างเราเป็นเครื่องเซ่นสังเวยมื้อเที่ยงอยู่แล้วนะคะ!" เสียงแหลมปนหอบสะท้านของกะทิดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นปูนซีเมนต์ของสนามฟุตบอลโรงเรียนดังตึกลักๆ ยูทูบเบอร์สาวหน้าตาตื่นตระหนก มือข้างหนึ่งกำสายสิญจน์มัดหัวกระเทียมไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมืออีกข้างก็ฉุดกระชากลากถูร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะให้พ้นจากเขตอาคมของศาลพระภูมิเก่าหลังตึกเรียน ธันวาไม่ได้ขัดขืน แม้สีหน้าจะยังคงความเรียบเฉยตามสไตล์คนปากแข็ง แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับคอยกวาดตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง ขาทั้งสองข้างก้าวตามแรงดึงของรุ่นน้องสาวอย่างรู้จังหวะ แม้ในใจเขาจะท่องจำสูตรฟิสิกส์และกฎแรงโน้มถ่วงเพื่อหักล้างสิ่งลี้ลับที่เพิ่งไล่กวดพวกเขามาเมื่อครู่ แต่ฝ่ามือหนาที่กุมมือเล็กของกะทิไว้แน่นจนเหงื่อซึม ก็เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าความกลัวไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคนคนนั้นจะเป็นเด็กวิศวะสายแข็งหรือไม่ "ปล่อยค่ะ! มือฉันจะหลุดอยู่แล้วนะยะไอ้พี่ธันวา! นี่คุณลากหรือคุณจะฆ่าฉันให้ตายคาสนามบอลกันแน่คะเนี่ย!" กะทิแว้دใส่ทันทีที่พ้นเขตรั้วเหล็กของโรงเรียนออกมาได้ ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมแรง ใบหน้าหวานเหงื่อกาฬไหลซึมจนผมปรกหน้าผาก แต่สายตาก็ยังไม่วายหันไปมองข้างหลังด้วยความหวาดระแวง "ใครลากใครก่อนครับคุณน้องกะทิ เมื่อกี้ใครกันที่ร้องกรี๊ดเสียงหลงจนนกพิราบแถวสนามหลวงยังต้องตกใจบินหนี แล้วพอผีโผล่มาก็กระโดดเกาะหลังฉันราวกับว่าฉันเป็นต้นมะพร้าว" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม พร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองอย่างใจเย็น ทั้งที่เนื้อตัวเขาก็เปื้อนคราบฝุ่นปูนไม่แพ้กัน "ก็มันตกใจนี่คะ! ใครจะไปคิดว่าวิญญาณป้าแม่บ้านแกจะวิ่งเร็วกว่านักกีฬาโรงเรียนแถมยังหน้าขาววอกยิ่งกว่าทาแป้งเด็กจอห์นสันอีกเล่า! แล้วคุณล่ะ... ปากบอกว่าไม่เชื่อเรื่องผีๆ สางๆ แต่ทำไมตอนที่แกพุ่งเข้ามา มือคุณถึงได้ผลักฉันไปไว้ข้างหลังซะมิดเชียวล่ะคะ หืม?" กะทิหรี่ตามองพลอยยิ้มมุมปากอย่างจับผิด อาการเขินอายเมื่อครู่ถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีหาเรื่องตามประสาคู่กัด ธันวาชะงักไปนิดหนึ่ง แววตาไหววูบชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเป็นเรียบเฉยดังเดิม เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแก้เก้อ "เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอโดนผีลากไป ฉันจะไม่มีคนช่วยถือกล้องไลฟ์สดต่อต่างหากละ... ไร้สาระน่า กลับห้องพักได้แล้ว ดึกป่านนี้แล้วนะ" "ปากแข็งซะให้พอเถอะค่ะพ่อคุณ คนเขินเขาก็มักจะพูดแบบนี้แหละ" กะทิเบะปากใส่เบาๆ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวแปลกๆ ยามที่นึกถึงสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายที่กุมไว้ตลอดทางวิ่งหนีตายเมื่อครู่นี้ บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะวังเวงน่ากลัว กลับกลายเป็นความเงียบสงบยามดึกที่มีเพียงเสียงจิ้งจีดเรไรรอบข้าง และกลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อเชิ้ตของร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้เกินความจำเป็น ทั้งคู่เดินลัดเลาะมาตามถนนซอยแคบๆ มุ่งหน้ากลับหอพักนักศึกษาที่อยู่ถัดไปอีกสองบล็อก แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางกะพริบติดๆ ดับๆ ตามอายุไข ทอดเงาร่างสองร่างให้ทาบทับกันไปบนพื้นถนน บรรยากาศความน่ากลัวจากโรงเรียนร้างเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในความเงียบ กะทิแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของธันวาที่เดินทอดน่องอย่างสบายใจ แว่นตาของเขา สะท้อนแสงไฟสีส้มอ่อน ดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดในยามวิกาลแบบนี้ ยอมรับก็ได้... ถึงเขาจะปากเสีย กวนประสาท และชอบทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วอยู่บ่อยครั้ง แต่เวลาคับขัน ผู้ชายคนนี้พึ่งพาได้เสมอ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของยูทูบเบอร์สาวสายมูเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่..." เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมากะทันหัน ทำให้กะทิสะดุ้งโหยง เกือบจะควักยันต์ห้าแถวออกมาแปะหน้าผากเขาอีกรอบ "อะ... อะไรอีกคะ! จะมาไม้ไหนเนี่ย หรือว่าเห็นผีตามมาอีกตัวแล้ว!" กะทิโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า ธันวาหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเธอตรงๆ ดวงตาคมคายคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ จนกะทิรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด มือบางที่ถืออุปกรณ์ไลฟ์สดเริ่มชื้นเหงื่ออีกครั้งไม่ใช่เพราะความกลัวผี แต่เป็นเพราะบรรยากาศและสายตาคู่กวนที่ตอนนี้กลับจริงจังขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา "เปล่า... แค่จะบอกว่า..." ธันวาเว้นวรรคจังหวะการพูด ทอดสายตาลงมองพื้นชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่ชอบกวนประสาท "ถ้าคราวหน้าจะไปล่าผีที่ไหนอีก ช่วยเลือกสถานที่ที่มันมีร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ หน่อยนะ... ฉันขี้เกียจวิ่งหนีผีแล้วหิวน้ำ" กะทิอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดของเขาอยู่สามวิฯ ก่อนจะกรี๊ดออกมาด้วยความหมั่นไส้ "ไอ้พี่ธันวาบ้า! นึกว่าจะพูดอะไรซึ้งๆ ที่แท้ก็ห่วงปากท้องตัวเองนี่เอง!" เธอเงื้อมือขึ้นจะทุบไหล่หนาแก้แค้น แต่ธันวากลับหัวเราะร่าแล้ววิ่งหนีนำหน้าไปก่อน ทิ้งให้กะทิต้องวิ่งไล่ตามหลังพร้อมกับเสียงบ่นกระปอดกระแปอดตามประสา ท่ามกลางค่ำคืนที่อบอุ่นและหัวใจที่เต้นรัวกว่าเดิม แต่ทว่า... ในจังหวะที่กะทิตะโกนไล่หลังธันวานั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดของตรอกซอกซอยเปลี่ยวข้างทาง เป็นเสียงลากเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคย... เสียงเดียวกับที่เพิ่งวิ่งไล่พวกเขาออกมาจากโรงเรียนร้างเมื่อครู่! ธันวาชะงักฝีเท้าแล้วหันขวับกลับมามอง กะทิที่วิ่งตามมาเบรกแทบไม่ทัน เธอชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขาก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาร่างโปร่งแสงรางเลือนของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากเงาดำของตึกร้างฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังลอยมาตามลม... *“...พวกเธอ... ลืมของสำคัญไว้ที่ห้องนาฏศิลป์หรือเปล่าคะ...”* ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%