ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 10

ความลับในกล้องวิดีโอ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“บอกแล้วไงคะว่าตรงนั้นไม่มีอะไรนอกจากฝุ่นกับหยากไย่ พี่ธันวานี่หูฝาดตาฟางไปกันใหญ่แล้ว!” เสียงโวยวายของกะทิดังลั่นห้องตัดต่อขนาดกะทัดรัด แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ยุ่งเหยิงไปด้วยความหงุดหงิด เธอทิ้งตัวลงกระแทกกับเก้าอี้เบาะหนังจนมันหมุนเคว้งไปรอบหนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตาค้อนขวิดใส่ร่างสูงของชายหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ธันวาไม่ได้ตอบโต้ในทันที นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววขี้เล่นเหมือนทุกที บรรยากาศรอบตัวของพี่รหัสสายมูผู้ยึดมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์ตอนนี้ช่างเงียบเชียบและจริงจังจนน่าประหลาด “พี่ไม่ได้ตาฝาด กะทิ...” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังฉายภาพจากกล้องวิดีโอตัวจิ๋วที่พวกเขาใช้ถ่ายทำภารกิจล่าผีในคืนก่อน “ลองย้อนกลับไปดูวินาทีที่ศูนย์จุดสี่สิบห้าสิ... ตรงมุมขวาของห้องใต้หลังคานั่นน่ะ” กะทิกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความเย็นวาบแล่นปราดขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า สมองเจ้ากรรมเริ่มจินตนาการไปไกลถึงเงาดำทะมัดทะแมงที่อาจจะโผล่พรวดออกมาจากหน้าจอ เธอขยับถอยหลังหนีหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยสัญชาตญาณ ปากก็ยังทำเป็นแข็งขืน “ฮ... หูย มุกตลกแป้กอะไรอีกล่ะคะเนี่ย ดึกดื่นแบบนี้กะทิไม่เล่นด้วยหรอกนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว รีบตัดต่อให้เสร็จๆ ไปเถอะค่ะ จะได้นอน” “กะทิ ตั้งใจดู” ธันวาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้เธอขยับหนี ฝ่ามือใหญ่ที่กุมอยู่ถ่ายทอดความอุ่นร้อนเข้ามาจนกะทิสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่ใช่เพราะความกลัวผีจากในคลิป แต่เป็นเพราะสัมผัสใกล้ชิดที่ไอความร้อนจากตัวเขาลอยมาแตะผิวแก้มนี่ต่างหาก ธันวากดปุ่ม spacebar บนคีย์บอร์ด ภาพเคลื่อนไหวในโปรแกรมตัดต่อถูกหยุดชั่วขณะที่วินาทีนั้นพอดี นิ้วเรียวชี้ไปยังมุมมืดทึบของห้องบนหน้าจอ “เห็นเงาสีดำนั่นไหม... มันไม่ใช่ฝุ่น ไม่ใช่แสงสะท้อนจากเลนส์ และไม่ใช่เงาของฉันกับเธอแน่นอน” กะทิเบนสายตากลับมามองหน้าจออย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอกลั้นหายใจ เพ่งเล็งไปยังจุดที่เขาบอก ภาพวิดีโอนั้นถูกซูมเข้าไปจนเห็นเม็ดพิกเซลแตกหนาตา และในความมืดสลัวตรงมุมห้องนั้น... มีบางสิ่งกำลังขยับ เงาสีดำทึบคล้ายร่างของคนกำลังยืนแนบชิดกับผนังไม้เก่าๆ สันหลังของกะทิลุกชันวาบ ขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่างเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น เงาดำนั้นไม่ได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ แต่มันกำลัง ‘ก้มหน้า’ ลงมา... และใบหน้าเลือนรางในความมืดนั้นกำลังหันตรงมาทางเลนส์กล้อง ดวงตาสองข้างกลกลวงโบ๋สะท้อนแสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์ไลฟ์สดราวกับกำลังจ้องมองทะลุจอคอมพิวเตอร์ออกมาหาคนทั้งคู่! “กรี๊ดดดด!” กะทิหลับตาปี๋หวีดร้องลั่นห้อง สองมือเล็กยกขึ้นปัดป้องอากาศรอบตัวพัลวัน ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนจะโผเข้าซุกซ่อนใบหน้าตื่นตระหนกไว้กับแผงอกกว้างของคนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดทันทีอย่างไร้กระบวนท่า ธันวาหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเอ็นดูลึกๆ แต่แขนแกร่งก็รีบยกขึ้นโอบรอบเอวบางไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ดึงร่างสั่นเทาของรุ่นน้องตัวแสบเข้ามาแนบชิดเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณ มือใหญ่วางลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างปลอบประโลม “ไหนบอกว่าแน่ไงคะ ยัยตัวแสบ ปากบอกไม่กลัว แต่พอเจอเข้าหน่อยทำไมถึงวิ่งมาซุกอกพี่เร็วจังล่ะหึ” เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดเส้นผม ทำให้กะทิที่กำลังซ่อนหน้าอยู่รู้สึกร้อนผ่าวไปถึงใบหู กะทิเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเสียเปรียบสุดๆ ทั้งท่าทางที่แนบชิดสนิทสนมเกินเลยคำว่า ‘พี่รหัส’ และกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวธันวาที่ลอยเข้าจมูกจนพาลจะทำให้สติหลุด แต่จะให้ทำยังไงได้เล่า ก็ในเมื่อไอ้เงาบ้าในจอนั่นมันน่ากลัวซะขนาดนั้น แถมอ้อมแขนของคนตรงนี้ก็... อุ่นเกินกว่าจะยอมผละออกง่ายๆ ซะด้วยสี่ “ใคร... ใครซุกกันคะ!” กะทิเงยหน้าขึ้นเถียงเสียงสั่น ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงพวงแก้ม ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนคนตัวสูงที่กำลังโน้มใบหน้าลงมามองเธอด้วยสายตาพราวระยับ “ปล่อยเลยนะ! กะทิแค่... แค่จะเช็คว่าพี่ธันวาโดนผีอำหรือเปล่าต่างหากเล่า!” “อ๋อเหรอครับ...” ธันวาลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กะทินหมั่นไส้นักหนา “งั้นแปลว่าที่กอดเอวพี่แน่นเป็นปลิงแบบนี้ ก็เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สินะคะ” “หลงตัวเองที่สุด!” กะทิผลักอกแกร่งออกเบาๆ (แต่เจ้ากรรม แรงเธอน้อยนิดเหลือเกินจนอีกฝ่ายแทบไม่ขยับ) ก่อนจะทำท่าฮึดฮัดแล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ เก็บเก้าอี้ที่ล้มขึ้นมาตั้งตามเดิม พยายามซ่อนพิรุธและความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้า “ว่าแต่... ไอ้เงาในคลิปนั่นมันคืออะไรกันแน่คะพี่ธันวา? ในเมื่อบ้านหลังนั้นเราสำรวจกันทุกซอกทุกมุมแล้ว มันไม่มีใครอยู่เลยสักคนไม่ใช่เหรอ?” คำถามของกะทิทำให้รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของธันวาเลือนหายไป กลายร่างเป็นความเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที เขากลับมานั่งไขว่ห้างหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์กดเล่นไฟล์วิดีโอนั้นซ้ำอีกรอบอย่างใช้ความคิด “นั่นแหละคือปัญหา...” ธันวาพึมพำเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่เงาดำบนหน้าจอ “ตอนที่เราเดินสำรวจบ้านหลังนั้น ฉันเช็คเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนและเครื่องมือวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตลอดเวลา... และไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนร้องเตือนเลยสักครั้ง” “หมายความว่า...” กะทิกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของธันวาไว้โดยไม่รู้ตัว ความกลัวเริ่มเข้ามาเกาะกุมจิตใจอีกครั้งเมื่อสมองประมวลผลตามคำพูดของคนตรงหน้า “มันไม่ได้มีตัวตนในแบบที่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ตรวจจับได้เหรอคะ?” “ไม่ใช่แค่นั้น...” ธันวาหันมาสบตากับกะทิ แววตาคมกริบฉายแววระแวงอย่างเห็นได้ชัด “สังเกตดีๆ สิ... เงาดำนั่นมันไม่ได้มองมาที่กล้อง แต่มันกำลังมองมาที่ ‘รอยสักยันต์’ ที่ข้อมือของเธอต่างหากล่ะ กะทิ” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวในห้องตัดต่อก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีกระแสลมหนาวพัดผ่านเข้ามาจากหน้าต่างที่ปิดสนิท เสียงก๊อกแก๊กแปลกประหลาดดังขึ้นแว่วๆ จากระเบียงด้านนอก... และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งตัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าก็ดับวูบลงพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ! ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%