"ถ้าไอ้ผีตัวเมื่อกี้มันกล้าโผล่มาอีกนะ ฉันจะเอาปืนฉีดน้ำมนต์อัดพริกไทยดำยิงกรอกปากมันจริงๆ ด้วย!"
เสียงโวยวายของกะทิดังลั่นห้องโถงเก่าของตึกคณะสถาปัตย์ร้าง ร่างเล็กในชุดฮู้ดสีดำกำลังสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ มือข้างหนึ่งกำวัตถุมงคลแน่นจนนิ้วมือซีดขาว ไม่ว่าจะเป็นตะกรุดสารพัดสำนัก ผ้ายันต์แดงเถือก หรือแม้แต่ท้าวเวสสุวรรณองค์จิ๋วที่ห้อยคออยู่สั่นกระพือตามจังหวะการหายใจเข้าออกที่ถี่กระชั้น
ธันวาที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยอยู่ไม่ไกล ปรายตามองรุ่นน้องตัวแสบด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากนิดๆ ตามนิสัยชอบกวนประสาท แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามือหนาข้างที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตนั้นกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เมื่อครู่... ตอนที่เงาดำมหึมาพุ่งทะยานเข้ามาจากมุมมืด กะทิแหกปากกรี๊ดเสียยิ่งกว่าโดนน้ำร้อนลวก พร้อมกับควักอะไรบางอย่างออกมาปาใส่หน้าผีตนนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ผลลัพธ์คือเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่น ก่อนที่เงาดำนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีเทาจางหายไปในพริบตา
วิทยาศาสตร์สอนให้ธันวาเชื่อในเหตุและผล เชื่อในฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา แต่สิ่งที่เขาเพิ่งเห็นกับตาเมื่อครู่มันอยู่นอกเหนือสมการทางคณิตศาสตร์ใดๆ ในโลก
"นี่..." ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตาคมกริบกลับจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะทะลุปรุโปร่ง "เธอเอาอะไรปาใส่มันวะ กะทิ?"
กะทิสะดุ้งโหยง หันขวับมามองรุ่นพี่หนุ่มหน้าดุด้วยแววตาระแวดระวัง เธอกระชับเป้พะรุงพะรังเข้าหาตัว ปากก็เถียงเสียงสั่น "ก็... ก็ของดีสิคะ! ถามได้ หน้าตาอย่างฉัน จะเอาอะไรไปสู้ผี นอกจากพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูล!"
"พระเครื่องบ้านเธอใส่ซองพลาสติกกันน้ำแถมแปะสติกเกอร์รูปแมวอ้วนกวักมือเรียกทรัพย์เนี่ยนะ?" ธันวาเดินเข้ามาประชิดตัวทีละก้าว ขายาวๆ ทำให้เขาย่อตัวลงมามองหน้าเธอในระยะประชิด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าตายด้านอยู่เสมอกำลังฉายแววสงสัยระคนทึ่ง "ฉันตาไม่ฝาดหรอกน่า กลิ่นมันแปลกๆ... เหมือนสะตอผัดกะ피ผสมกับผงกะหรี่ ชัวร์ยิ่งกว่าข้อสอบแคลคูลัสอีก"
"ย่ะ! นี่มันผงพุทธคุณสูตรโบราณผสานวิชาอาคมขั้นสูงต่างหากเล่า!" กะทิแกล้งทำเป็นเชิดหน้าเถียงกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจเต้นรำทำเพลงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อไหร่ผู้ชายคนนี้จะเลิกจ้องเธอด้วยสายตาเหมือนนักวิทยาศาสตร์กำลังผ่ากบสักทีนะ สายตาแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึก... ร้อนผ่าวที่ใบหน้าแปลกๆ
"เครื่องรางของเธอมันมีกี่สูตรวะเนี่ย ตอนปีหนึ่งบอกพกเหรียญบาทแก้ชง พอปีสองบอกพกตะปูสังฆวานร ตอนนี้มีพกผงพุทธคุณกลิ่นเครื่องแกงใต้ด้วยเหรอ?" ธันวาหรี่ตามองพลางยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้ากระเป๋าเป้ของเธอมาตรวจค้นตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น
"เฮ้ย! อย่ามาจับนะพี่!" กะทิร้องลั่น กระโดดหลบเป็นพัลวันจนข้อเท้าไปสะดุดเข้ากับกองเศษปูน ร่างเล็กเสียหลักหงายหลังล้มลงไปในทิศทางที่ไม่มีที่พยุง!
ธันวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเร็วเหนือแสงของเด็กวิศวะทำงานเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรุ่นน้องแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มลงไปกองกับพื้นปูนฝุ่นตลบ โดยมีธันวานอนคร่อมทับอยู่ด้านบน ส่วนกะทิตาโตค้างตกใจอยู่ในอ้อมแขนของเขา
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงฉับพลัน มีเพียงเสียงหัวใจของสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันในความมืด กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้า ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการเดินสำรวจตึกร้าง ลอยเข้ามาชวนให้สมองของกะทิขาวโพลนไปหมด
ดวงตาคมกริบของธันวาจ้องมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ไล่เรื่อยขึ้นมายังดวงตากลมโตที่สั่นระริกราวกับลูกกวางหลงทาง
"นี่..." เสียงทุ้มต่ำของธันวากระซิบแผ่วเบาชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงก่ำของเธอ "ตกลงว่าเธอมีของดีจริง หรือว่ามีดีแค่ปากกันแน่ หื้ม... ยัยตัวแสบ?"
กะทิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือแค่คืบเดียว เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากแผงอกกว้างที่แนบชิด ความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอต้องหลบตาหนี
"ปล่อยเลยนะพี่! ตัวหนักชะมัด จะทับฉันตายอยู่แล้ว!" กะทิแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความเขินจัด พร้อมกับใช้มือดันไหล่หนาออกสุดแรง
ธันวายอมลุกขึ้นยืนแต่โดยดี แต่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา มุมปากยังคงมีรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ทำให้กะทิอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวหนีไปให้พ้นๆ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากแซวต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงลากโซ่โลหะดังลากยาวมาจากโถงทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า ก็ทำให้บรรยากาศโรแมนติกชวนเขินอายเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา!
เงาดำร่างสูงใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังพวกเขาทั้งคู่ เสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดดังสะท้อนก้องตึกร้าง
ธันวาหน้าถอดสี ร่างสูงขยับตัวมากางแขนบังรุ่นน้องตัวเล็กไว้ข้างหลังทันทีตามสัญชาตญาณการปกป้อง แม้ในใจจะเริ่มตระหนักแล้วว่าโลกนี้อาจมีอะไรที่เกินกว่าตรรกะจะอธิบายได้จริงๆ
"กะทิ..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเครียด "เอาไอ้ผงพุทธคุณกลิ่นเครื่องแกงของเธอนั่นออกมาซิ... เร็วเข้า!"
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 8
เครื่องรางของกะทิทำงาน
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!