“พี่ธันวา... เลิกเล่นแบบนี้ได้ไหมคะ กะทิไม่ขำนะ!”
เสียงของกะทิดังสะท้อนไปมาอยู่ในโถงทางเดินกว้างของคฤหาสน์ร้าง ความมืดมิดรอบกายดูเหมือนจะข้นคลั่กกว่าปกติ มันไม่ใช่แค่ความมืดธรรมดา แต่มันคือความมืดที่ดูเหมือนมี ‘ดวงตา’ นับร้อยกำลังจ้องมองเธออยู่
ธันวายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวน้อยๆ ราวกับกำลังสะกดกลั้นความรู้สึกอะไรบางอย่างไว้ เขาไม่หันกลับมามองเธอ ทั้งที่ปกติแค่เธอขยับตัวแรงๆ เขาก็จะหันมาดุด้วยสายตาคมกริบแล้วว่าให้เลิกทำตัวเป็นภาระสักที
“พี่ธันวา?” กะทิขยับเข้าไปใกล้ มือไม้สั่นเทาจนเครื่องรางที่พกไว้ในกระเป๋ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง “พี่ไม่ได้หมายความว่าไงคะ ที่บอกว่าไม่ได้หมายความตามนั้นน่ะ... พี่กำลังจะบอกว่าที่ด่ากะทิว่าซื่อบื้อตลอดเวลาเนี่ย พี่โกหกเหรอ หรือว่าจริงๆ แล้วพี่แอบ...”
กะทิหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อเห็นธันวาค่อยๆ เอียงคอไปด้านข้างในองศาที่ผิดมนุษย์มนาเกินไป
“กะทิ...” เสียงของเขาไม่ได้นุ่มนวลอย่างเมื่อครู่ แต่มันแหบพร่าและเย็นเยียบ เหมือนมีเศษแก้วบาดลึกอยู่ในลำคอ “ความรัก... มันก็แค่ปฏิกิริยาเคมีในสมองไม่ใช่เหรอ?”
“พี่... พี่พูดอะไรน่ะ?” กะทิถอยหลังกรูด หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ธันวาคนเดิม คนที่ปากร้ายแต่คอยดึงเธอไปหลบหลังทุกครั้งที่มีเสียงแปลกๆ ดังขึ้น
แชตกลุ่มไลฟ์สดที่เธอเปิดค้างไว้ในมือสั่นไม่หยุด คอมเมนต์ไหลรัวจนอ่านไม่ทัน
*‘เห้ย! พี่ธันวาหันหน้ามาหน่อย!’*
*‘กะทิ วิ่ง! นั่นไม่ใช่พี่ธันวาแล้ว!’*
*‘เฮลโหล พี่เขาดูแปลกๆ ไปปะ ทำไมคอเอียงแบบนั้นวะ’*
กะทิรีบยัดมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ หยิบยันต์เก้าดาราออกมาจากกระเป๋าแล้วกำไว้แน่นจนเหงื่อชุ่มมือ “พี่ธันวา ถ้าพี่จะเล่นตลกแบบนี้ กะทิขอบอกเลยว่ามันไม่ตลก! ถ้าพี่ไม่หันมา กะทิจะสาปแช่งพี่จริงๆ ด้วย!”
“สาปแช่งเหรอ...” ร่างนั้นหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ
กะทิหลับตาปี๋ เตรียมจะสวดมนต์บทที่ท่องจำขึ้นใจ แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตรงหน้าเธอ... ว่างเปล่า
ไม่มีธันวา ไม่มีใครเลย!
บรรยากาศในโถงทางเดินเปลี่ยนไปทันที ความเย็นยะเยือกเสียดแทงผิวหนังราวกับเข็มพันเล่มทิ่มแทง เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังขึ้นจากข้างหูซ้าย ก่อนจะตามมาด้วยลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผิวแก้ม
“ถ้าอยากรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง... ทำไมไม่ลองถามดูดีๆ ล่ะคะ?”
กะทิสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ธันวา แต่เป็นเงาดำมืดรูปร่างคล้ายผู้ชายที่ยืนซ้อนทับอยู่กับผนัง มันกำลังยื่นนิ้วยาวเรียวมาแตะที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ ราวกับจะบอกให้เงียบเสียง
“อย่า... อย่ามายุ่งกับกะทินะ!” เธอตะโกนลั่น คว้าเอาขวดน้ำมนต์ในกระเป๋าปาใส่เงาตรงหน้าทันที
แต่น้ำมนต์กลับทะลุผ่านเงามืดนั้นไปกระแทกกับผนังดังเพล้ง! เงาดำนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหายวับไปราวกับควันไฟ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดใจยิ่งกว่าเดิม
กะทิหอบหายใจถี่ เธอรีบควานหามือถือขึ้นมาเปิดแชตส่วนตัวกับธันวา
*กะทิ: พี่ธันวา! พี่อยู่ไหน! เลิกเล่นบ้าๆ สักทีได้ไหม กะทิกลัวนะ!*
*(ขึ้นว่า Read แล้ว)*
หัวใจของกะทิกระตุกวาบ เมื่อเห็นสถานะการอ่าน แต่ไม่มีการพิมพ์ตอบกลับมา มีเพียงข้อความที่ถูกส่งกลับมาเป็นลิงก์ตำแหน่งที่ตั้ง... ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
*ธันวา: อย่าหันหลังกลับไป...*
*ธันวา: กะทิ... พี่อยู่หลังเธอ*
กะทิชะงักงัน เธอรู้สึกถึงสัมผัสหนักๆ ที่วางลงบนไหล่ทั้งสองข้าง มือที่เย็นจัดราวกับน้ำแข็งค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาโอบรอบคอของเธออย่างแผ่วเบา แต่ทว่า... สัมผัสนั้นกลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
เธอกลั้นหายใจ เตรียมจะร้องลั่น แต่เสียงกระซิบที่คุ้นหูที่สุดก็ดังขึ้นที่ข้างหูขวา... ชัดเจนจนหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่ไม่ได้หมายความตามที่พูด...”
กะทิค่อยๆ เหลือบสายตาไปทางด้านข้าง เห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าของคนพูดที่คมสันและคุ้นตาในความมืด แต่เมื่อเขายิ้ม... แววตาของเขากลับกลายเป็นสีดำสนิทไร้ซึ่งตาดำ
และเขาก็ไม่ใช่ธันวาที่เธอรู้จัก!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันน่าขนลุกปนเขินอายไปกับกะทิและพี่รหัสตัวดีนะคะ! - เสียงกระซิบยามดึก
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 17
เสียงกระซิบข้างหู
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!