"หยุดเดินเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้พี่ธันวา!"
เสียงตวาดแหวด้วยความเหลืออดของกะทิดังแข่งกับเสียงหรีดหริวเรไรในความมืดของเขตป่าช้าเก่าหลังคณะ ร่างเล็กในชุดฮู้ดกันหนาวตัวโคร่งสะพายเป้ตุงไปด้วยเครื่องรางของขลังหยุดกึก รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนย่ำกระแทกพื้นดินเสียงดัง *ปั่ก* เพื่อแสดงออกถึงความหงุดหงิดขั้นสุด สองมือเล็กเท้าสะเอว พยายามเชิดหน้าขึ้นสู้ความมืดและสายตาคมกริบของคนที่เดินตามต้อยๆ เหมือนเงาตามตัวมาตลอดทาง
ธันวาหยุดเดินตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดไปรเวททะมัดทะแมงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต อีกข้างถือไฟฉายคาดหัวส่องกราดไปรอบบริเวณ บรรยากาศรอบตัวพวกเขาทั้งวังเวง ทั้งอับชื้น และมีกลิ่นธูปจางๆ ลอยมาตามลม แต่สีหน้าของว่าที่วิศวกรหนุ่มกลับเรียบเฉยเสียจนน่าหมั่นไส้ ราวกับกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าติดแอร์ ไม่ใช่การมาเดินไลฟ์สดล่าผีในสถานที่ที่คนมีสติเขาไม่มากันตอนเที่ยงคืน
"อะไรอีกยัยกะทิ กลัวจนสมองกลับรึไง ถึงได้ยืนเท้าสะเอวทำท่าเหมือนแม่ค้าปลาทูตลาดสดแบบนั้น" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ปากหยักหยันยิ้มมุมปากนิดๆ ชวนให้คนมองอยากจะกระโดดเตะก้านคอสักทีสองที
"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ!" กะทิก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูง นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น ดวงตากลมโตภายใต้แสงไฟฉายสั่นระริกด้วยความโกรธปนหวาดผวา "ฉันถามจริงๆ เถอะ... ทำไมถึงต้องมากับพี่?"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปจากใบหน้าคมคาย ดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะความเหนื่อยและอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ถามแปลกๆ นี่มันเขตมหาวิทยาลัย ทางสาธารณะ ใครจะเดินมาตรงไหนก็ได้ ทำไม? กลัวฉันมาแย่งซีนเธอรึไง ยัยยูทูบเบอร์ไก่กา"
"อย่ามาเฉไช!" กะทิกระแทกเสียงใส่ "อย่ามาทำเป็นไขสืบ! ทางสาธารณะบ้านป้าพี่สิคะ มืดตื๊อขนาดนี้ ทางเข้าก็มีป้ายเตือนตัวเบ้อิ๋วว่า 'เขตหวงห้าม อันตราย' แถมตอนที่ฉันนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมา พี่ก็ดันโผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ บอกว่าจะมา 'ตรวจงานโปรเจกต์' แถวนี้... โปรเจกต์วิศวะอะไรวะคะมาขุดหาซากวิญญาณตอนเที่ยงคืนครึ่ง!"
รัวคำถามใส่เสร็จ กะทิก็หอบหายใจตัวโยน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ หล่อนจ้องหน้าพี่รหัสตัวดีเขม็ง รอคอยคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่คาดว่าคงจะหลุดออกมาจากปากคมๆ นั้นอีกตามเคย
แต่ธันวาไม่ตอบทันที ชายหนุ่มเงียบไป บรรยากาศรอบตัวรอบกายพวกเขายิ่งเงียบสงัดลงไปอีก มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้ไผ่เสียดสีกันดัง *แกรกกราก* ชวนให้ขนหัวลุกชัน กะทิมองเห็นสายตาของธันวาที่ทอดมองมาที่หล่อน... สายตาที่ไม่ได้กวนประสาท ไม่ได้เยาะเย้ยถากถางเหมือนทุกที แต่มันเป็นสายตาที่ลึกซึ้ง เกินกว่าที่ผู้ชายปากจัดคนหนึ่งจะมอบให้รุ่นน้องร่วมสายรหัสที่ชอบทำตัวน่ารำคาญ
"ถ้าบอกว่า... เป็นห่วง จะเชื่อไหมล่ะ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของกะทิ ท่ามกลางความมืดมิดของป่าช้าเก่า
กะทิถึงกับอ้าปากค้าง สมองที่ประมวลผลเรื่องลี้ลับและยอดวิวในไลฟ์สดมาตลอดทั้งคืนพลันชัตดาวน์ลงชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวเพราะความกลัวผีเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะการเต้นอย่างกะทันหันจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้าง ทั้งๆ ที่ลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิว
"ฮ... ห๊ะ? พี่ว่าอะไรนะ เมื่อกี้ลมมันดัง ฟังไม่ถนัด" กะทิแกล้งทำเป็นหูทวนลม มือเล็กโบกพัดไล่ความร้อนที่เห่อขึ้นหน้าอย่างลนลาน ทั้งที่ในใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระ조กออกมาร้องไห้ ปากก็พยายามเถียงกลบเกลื่อนความเขิน "อย่ามาหยอดมุกเสี่ยวๆ แถวนี้นะคะพี่ธันวา ผีไม่หลอกแต่ระวังฉันจะหลอนประสาทพี่ตายก่อน!"
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแพ้ให้กับความปากแข็งของยายตัวเล็กตรงหน้า ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวกะทิอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กกว่าต้องผถอยหลังกรูดไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง มือหนายื่นออกไปจับฮู้ดเสื้อกันหนาวของกะทิแล้วดึงรั้งเข้ามาใกล้ตัวอย่างถือวิสาสะ
"เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย!" กะทิอุทานลั่น ยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มือหนากลับนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบของธันวาจ้องมองตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า ห่างจากพวกเขาไปไม่ถึงสิบเมตร
"เงียบ..." ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบต่ำชิดริมหู ร่างกายอบอุ่นของเขาที่ทาบทับเข้ามาช่วยบังลมหนาวให้ แต่กลับสร้างความสั่นสะท้านให้หัวใจของกะทิยิ่งกว่าเดิม "อย่าเพิ่งโวยวาย... มองไปตรงพุ่มไม้ข้างศาลาร้างนั่นสิ"
กะทิกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ เบนสายตาตามปลายนิ้วแกร่งที่ชี้ไปยังศาลาร้างผุพัง ท่ามกลางความมืดมิดและแสงไฟฉายที่สาดส่องไปไม่ถึง ร่างของใครบางคน... หรือ *บางสิ่ง*... กำลังยืนหันหลังให้อยู่ตรงนั้น เส้นผมยาวสลวยระต้นคอขยับไหวทั้งที่ไม่มีลมพัด และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมืออีกข้างของกะทิที่ยังเปิดไลฟ์สดค้างไว้ ยอดคนดูพุ่งทะยานจากหลักพันเป็นหลักแสนในเวลาชั่วพริบตา พร้อมกับคอมเมนต์วิ่งรัวเป็นพายุไฟสีแดงฉาน
*[ระบบเตือนภัยฉุกเฉินจากทางบ้าน: กะทิ ระวัง! ข้างหลังพี่ธันวาไม่ใช่คน!]*
กะทิตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่ออ่านคอมเมนต์นั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้หล่อนเงยหน้าขึ้นมองคนข้างๆ ทันที ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า กลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ
ธันวาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อวินาทีที่แล้ว... กำลังส่งยิ้มเย็นเยียบให้หล่อน รอยยิ้มที่กว้างเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูซ้าย... ทั้งที่ใบหน้าของเขาอยู่ห่างออกไปเป็นเมตร!
"บอกแล้ว... ว่าฉันไม่ได้มาแค่เป็นห่วงเธอหรอกนะ... กะทิ..."
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 14
ทำไมต้องมากับพี่?
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!