"ถ้าพี่ยังเดินกวนประสาทใส่หน;อีกก้าวเดียว กะทิจะเอาผ้ายันต์หลวงพ่อปานแปะหน้าผากพี่จริงๆ ด้วยนะคะ!"
เสียงหอบหายใจรดรินปนความหงุดหงิดดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของตึกร้างคณะสถาปัตย์เก่า กะทิยืนเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความกลัวผสมความโมโหจนแก้มป่อง ขณะที่คนถูกขู่... พี่ธันวา พี่รหัสสายมู (แต่เกลียดความงมงายเข้ากระดูกดำ) กลับยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทที่เธอเห็นแล้วอยากจะกระโดดเตะก้านคอให้หายหมั่นไส้สักที
"แปะเลยสิครับ... อ๊ะ ขอโทษที พี่ติดปากพูดคำว่าครับ ยัยตัวแสบ" ธันวาจงใจเว้นวรรคแล้วลากเสียงกวนใส่ พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออีกหนึ่งก้าวอย่างจงใจ "เอาเลย กะทิอยากแปะตรงไหนลองดู พี่ไม่หลบหรอก... แต่อย่าลืมนะว่าเมื่อกี้ใครเพิ่งจะหลับตาปี๋แล้วคว้าชายเสื้อพี่ซะแน่นจนกระดุมเกือบหลุด"
"ฮึ่ย! ใครเขากลัวกันเล่า! กะทิแค่... แค่สะดุดก้อนหินต่างหากล่ะคะ!" กะทิเสียงสูงปรี๊ด รีบผละถอยหลังกรูด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะบรรยากาศหลอนๆ ของวิญญาณเร่ร่อนในตึกร้างนี่หรอกนะคะ แต่เป็นเพราะแววตาพราวระยับของนายวิศวะปากร้ายคนนี้นี่แหละที่ทำให้ใจเธอมันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ
ให้ตายเถอะ ตั้งแต่มาทำช่องไลฟ์สดล่าผีด้วยกันเพื่อใช้หนี้กยศ. นี่เธอกลายเป็นคนเสียอาการต่อหน้าเขาบ่อยเกินไปแล้วนะคะ!
ไฟฉายแรงสูงในมือธันวาฉายกวาดไปรอบห้องโถงกว้างที่มีฝุ่นหนาเตอะ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดและเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมคราม กะทิตาสว่างวาบเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ขยับไหวอยู่หลังเสาต้นริมสุด เธอหวีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งของธันวาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนซุกเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างไร้สติ
"ธันวา! ผ...ผี! นั่นไงคะ มันอยู่ตรงนั้น!"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งค้าง ปลายจมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยมาจากกลุ่มผมดกหนาของคนที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอน ความรู้สึกขี้เล่นและท่าทีกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ
มือหนาที่ถือไฟฉายอยู่ค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบไหล่บางของกะทิไว้โดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวยาวลูบแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเบาๆ อย่างปลอบโยน สายตาคมกริบมองไปยังเงาปริศนาหลังเสา ก่อนจะพบว่าเป็นเพียงแค่กองผ้าใบเก่าของเหล่านักศึกษาคณะสถาปัตย์ที่กองทิ้งไว้เท่านั้น
"ไม่มีอะไร... แค่กองผ้าขี้ริ้วครับคุณน้องกะทิ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าทุกครั้งจนกะทิถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความกลัวผี... แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินไปจนหัวใจเจ้ากรรมมันเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
กะทิเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่าที่เขาแกล้งให้เธอตกใจ แต่จังหวะนั้นเอง ใบหน้าของทั้งคู่ก็อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในความมืด ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างใน แววตาของธันวาเวลานี้... มันไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาสติสตางค์ของยูทูบเบอร์สาวสายมูเตลูหลุดลอยไปไกล
"เอ่อ... ปล่อยได้แล้วมั้งคะ" กะทิกระซิบเสียงสั่น หลบสายตาวับวามคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"ไม่อยากปล่อย..." ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังจนกะทิถึงกับชะงัก "ตัวเล็กแค่นี้... ทำไมชอบทำตัวให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ"
"คะ... ใครให้พี่เป็นห่วงกัน บ้าอำนาจ!" เธอยกมือขึ้นผลักอกเขาเบาๆ แล้วรีบผละตัวออกมาเดินนำลิ่วๆ ไปทางบันไดหนีไฟ ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหู รอยยิ้มเขินอายปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ธันวาอมยิ้มมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีความเขินอายไปอย่างน่าเอ็นดู ความรู้สึกบางอย่างในใจที่เขาเคยพยายามปฏิเสธมาตลอด มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันแรกที่ยัยเด็กนี่เข้ามาวุ่นวายในชีวิต จากความรำคาญ กลายมาเป็นความคุ้นชิน และตอนนี้... มันกำลังเปลี่ยนเป็นความหวงแหนที่มากกว่าคำว่า 'พี่รหัส' ไปเสียแล้ว
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินลงบันไดเพื่อมุ่งหน้าไปยังทางออกชั้นล่าง จู่ๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของกะทิที่กำลังไลฟ์สดอยู่ก็เกิดอาการจอดับวูบสนิท คอมเมนต์นับแสนข้อความหยุดนิ่งค้างไปพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาทั้งที่ไม่มีหน้าต่าง และที่สำคัญที่สุด... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนกำลังเดินตามหลังพวกเขาลงมาทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างเชื่องช้า
กะทิสะดุ้งสุดตัว คว้าแขนธันวาไว้แน่นอีกครั้ง "ธันวา... เสียงใครเดินตามเรามาคะ? เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนใช่ไหม..."
ธันวาหันขวับกลับไปมองความมืดมิดเบื้องหลัง แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว เขาเอื้อมมือดึงกะทิมาหลบไว้ข้างหลังทันที พร้อมกับที่ไฟฉายในมือกระพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะสาดแสงไปกระทบกับร่างของใครบางคนที่ยืนขวางทางออกสุดท้ายเอาไว้ ร่างนั้นส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในGายของทั้งคู่เย็นเฉียบ
"จะรีบไปไหนกันล่ะ... พี่รหัส... น้องรหัส... ไหนๆ ก็มาเยี่ยมห้องกูแล้ว อยู่คุยกันก่อนสipan..."
- เสียงกระซิบยามดึก -
ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 12
จุดเริ่มความหวั่นไหว
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!