ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว•ตอนที่ 26

ใครจะกล้าทิ้งไว้ข้างหลัง

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ถ้าแกก้าวขาออกจากห้องโถงพิธีกรรมนั่นอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาเกลือสาดใส่หน้าแกจริงๆ ด้วยไอ้พี่ธันวา!" เสียงตวาดผ่านคลื่นวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าพกพา ดังแทรกเสียงซ่าของสัญญาณรบกวนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กะทิกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธปนหวาดกลัวจนมือที่ถือไมโครโฟนไร้สายสั่นเทา หน้าจอไลฟ์สดในมือถือของเธอยังคงรันตัวเลขคนดูที่ทะลุหลักแสน แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจแชตที่วิ่งผ่านรัวเหมือนหิมะตกอีกแล้ว เมื่อเป้าหมายในจอภาพวงจรปิดตัวจิ๋ว—ร่างโปร่งแสงของเจ้ากรรมนายเวรโบราณกำลังคืบคลานเข้าประชิดมุมอับที่ธันวาหลบอยู่ ตึกร้างคณะสถาปัตย์เก่าแก่ยามตีสองครึ่งในคืนเดือนมืด ไม่เคยเงียบงันและน่าสะพรึงกลัวเท่านี้มาก่อน กะทิถูกขังอยู่หลังประตูเหล็กดัดขึ้นสนิมที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกโดยฝีมือของวิศวกรหนุ่มจอมรั้น ที่ยืนกรานด้วยตรรกะพิลึกๆ ว่า *'เด็กสายมูกลัวผีอย่างเธอควรอยู่ข้างนอกเพื่อคุมระบบสัญญาณ ส่วนงานบูชายักษ์หรือเคลียร์พื้นที่หน้างาน ปล่อยให้คนไม่มีเซ้นsอย่างพี่จัดการเอง'* —ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่หนังบู๊ฮอลลีวูดนะยะ นี่มันผีไทยโบราณที่หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากเมรุวัดร้าง! "พูดมากน่ากะทิ... เสียงแกแสบแก้วหูยิ่งกว่าเสียงผีโหยหวนเมื่อกี้อีกนะรู้ตัวไหม" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยตอบกลับมาทางหูฟัง น้ำเสียงของธันวายังคงรักษาความกวนประสาทไว้ได้แม้ในสถานการณ์ที่ลมหายใจเริ่มขาดหช่วง กะทิตาโตด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของพี่รหัสสุดที่รัก (ที่เธออยากจะหยิกให้เนื้อเขียว) เคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางที่ควรจะเป็น แทนที่จะถอยหลังออกไปยังทางออกฉุกเฉิน ธันวากลับสาวเท้าเข้าหาห้องเก็บศาลพระภูมิเก่าที่มีกลิ่นธูปเน่าคละคลุ้งอย่างไม่เกรงกลัว "ไอ้พี่บ้า! พี่จะเดินกลับเข้าไปทำไมวะ! ตรงนั้นมันมุมอับ! มันไม่มีทางหนีนะ!" กะทิกแทบกรี๊ด มือเล็กๆ ทุบประตูเหล็กดังปั้งๆ จนฝุ่นตลบอบอวล "เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! บอกให้เปิดไงเล่า!" "ถ้าฉันเปิด แกก็วิ่งเข้ามาแจ้นให้ผีมันลากหัวไปกินด้วยกันน่ะสิ... เป็นผู้หญิงซะเปล่า ทำไมดื้อด้านแบบนี้นะ" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด เสียงฝีเท้าหยุดลงชั่วครู่ ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกัน กะทิจำเสียงนั้นได้แม่นยำ มันคือเสียงถอดแหวนหัวนะโมและสร้อยพระประจําตัว—ของขลังชิ้นสุดท้ายที่เธอเคยยัดใส่มือเขาตั้งแต่เริ่มไลฟ์ "เฮ้ย! พี่จะทำอะไร... อย่าบอกนะว่า..." "เออ ฉันกำลังจะทำเรื่องไร้สาระตามที่เธอกรอกหูมาทั้งคืนนั่นแหละ" ธันวาหัวנסในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงความเหนื่อยอ่อนแต่เด็ดเดี่ยว "ฟังนะกะทิ ถ้าฉันนับถึงสามแล้วสัญญาณตัด ให้แกวิ่งตรงไปที่รถ เปิดประตูสตาร์ทเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งออกไปห้ามหันหลังกลับเด็ดขาด... เข้าใจไหม?" "ไม่! ไม่เอา! ถ้าไม่มีพี่ ฉันขับรถไม่เป็นนะเว้ย! อีกอย่างใครจะยอมทิ้งพี่ไว้ที่นี่คนเดียวเล่า!" กะทิมือสั่นระทิก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้ม ความกลัวผีสางที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความกลัวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า—ความกลัวที่จะสูญเสียคนปากร้ายคนนี้ไปตลอดกาล ในจอภาพมืดสลัวที่เชื่อมต่อกับกล้องติดเสื้อของธันวา ภาพที่ปรากฏทำเอาหัวใจกะทิร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างเงาดำทะมืดสูงใหญ่เกินมนุษย์ ค่อยๆ ยืดขยายตัวแนบไปกับผนังปูนเปื่อยยุ่ย ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่เลนส์กล้อง รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นฟันซี่แหลมคม ขณะที่ธันวายืนขวางอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งกางแขนออกเล็กน้อยราวกับจะปกป้องสิ่งสำคัญที่อยู่ฟากหนึ่งของกำแพง—ปกป้องเธอ "หนึ่ง..." เสียงนับเลขของธันวาเริ่มขึ้น ทุ้มนุ่มและมั่นคง ไร้ซึ่งความสั่นเครือ "ไอ้พี่ธันวา! พี่หยุดเดี๋ยนี้นะ! พี่ไม่มีสิทธิ์มาทำเท่ตอนนี้!" กะทิกู่ร้องสุดเสียง มือพยายามงัดบานประตูเหล็กจนเล็บฉีกและมีเลือดซึมออกมา แต่กลอนสนิมหนาเตอะนั้นราวกับถูกเชื่อมติดด้วยอาคม เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก "สอง..." "พี่ฟังฉันก่อนสิ! ไอ้บ้า! ไอ้คนเฮงซวย! พี่บอกว่าฉันดื้อ แล้วพี่ล่ะวะ เป็นบ้าอะไรถึงชอบทำตัวเป็นฮีโร่ตกอับอยู่เรื่อย!" กะทิตะโกนด่าทั้งน้ำตา รอยยิ้มหยันที่เธอชอบใช้เถียงกับเขาหายวับไป เหลือเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังตระหนักว่าโลกใบนี้กำลังจะพรากคนที่เธอรักที่สุดไป "สาม..." *ฉึบ!* ภาพในจอมือถือดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงกริ๊ดโหยหวนบาดแก้วหูที่ดังทะลุผนังปูนฉาบ เสียงข้าวของกระจัดกระจายและเสียงคำรามต่ำๆ ของบางสิ่งที่ไม่อาจนิยามได้ดังสนั่นหวั่นไหว "ไม่นนนนนนนน!" กะทิกรีดร้องสุดเสียงราวกับคนเสียสติ แรงเฮือกสุดท้ายระเบิดออกมาจากร่างเล็ก เธอถอยหลังไปสามก้าว สูดหายใจเข้าลึกสุดปอด แล้วพุ่งชนบานประตูเหล็กด้วยหัวไหล่เต็มแรง! *โครม!* เสียงเหล็กหลุดจากบล็อกปูนดังสนั่น ฝุ่นตลบฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง กะทิไม่สนใจความเจ็บปวดที่หัวไหล่และรอยแผลถลอกตามแขน เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งฝ่าความมืดตรงดิ่งไปยังห้องเก็บศาลพระภูมิโดยมีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือสั่นไหวคอยนำทาง "พี่ธันวา! ไอ้พี่ธันวาอยู่ไหน!" เสียงตะโกนแหบพร่า กะทิกวาดไฟฉายไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปไหม้เกรียมลอยอบอวลจนน่าคลื่นไส้ ใจกลางห้อง—ร่างสูงของธันวานอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวชุ่มไปด้วยคราบของเหลวสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่า และที่น่ากลัวที่สุดคือ ไม่มีร่องรอยของเงาดำประหลาดนั้นหลงเหลืออยู่เลย "พี่... พี่ธันวา ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" กะทิพุ่งเข้าไปคุกเข่าข้างๆ ร่างนั้น มือเล็กๆ พลิกตัวเขาหงายขึ้นอย่างทุลักทุเล ใบหน้าคมคายซีดเผือด ริมฝีปากเขียวช้ำ แต่ยังมีลมหายใจแผ่วเบารดรินอยู่ที่ซอกคอ ธันวาลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาดุดันตามธรรมชาติอ่อนแสงลงเหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากที่กะทิเห็นแล้วอยากจะทั้งตีทั้งกอดในเวลาเดียวกัน "ยาย... ยายตัวแสบ..." เสียงแหบแห้งกระซิบแผ่วเบา "บอกให้ออกไป... ทำไมไม่เชื่อฟังบ้างเลยวะ..." "ใครจะไปทิ้งพี่ไว้ข้างหลังเล่าไอ้คนบ้า!" กะทิตะคอกใส่หน้าเขาทั้งน้ำตาที่ยังไหลพรู มือสั่นเทาเอื้อมไปประคองศีรษะเขาขึ้นมาวางบนตักของตัวเอง "ถ้าพี่ตายนะ ฉันจะเอาศพพี่ไปประจานประธานวิศวะให้ดูเลยคอยดูสิ!" ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและกวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา ชายหนุ่มขยับมือช้าๆ แตะที่ข้อมือเล็กที่สั่นเทาของเธอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของกะทิ ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับพูดประโยคที่ทำให้ลมหายใจของกะทิสะดุดกึก "ถ้าฉันรอดไปได้... เลิกเรียกฉันว่าไอ้พี่ธันวาได้ไหม... เปลี่ยนมาเรียก... ที่รัก... แทนดีกว่าไหมล่ะ..." กะทิเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีท่ามกลางบรรยากาศวังเวง ทว่าก่อนที่เธอจะได้อ้าปากด่าหรือเขินใส่ มือใหญ่ของธันวาที่กำอะไรบางอย่างไว้แน่นตั้งแต่แรก ก็แบออกเผยให้เห็นวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่เปื้อนเลือดสีดำ—มันคือล็อกเก็ตทองเหลืองโบราณที่ควรจะอยู่คอของเงาดำตนนั้น แต่ตอนนี้มันกลับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับรอยยิ้มของธันวาที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดที่ย้อนกลับมากลืนกินพวกเขาทั้งคู่... และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหูของกะทิ *"...เจอตัวแล้ว..."* -------------------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมส่งใจและลุ้นระทึกไปกับความป่วนปนหลอนของคู่เราในตอนนี้ แล้วมาติดตามบทสรุปความสัมพันธ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้ต่อกันในตอนหน้าด้วยนะคะ! — **เสียงกระซิบยามดึก**
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไลฟ์สดล่าผีกับพี่รหัสสายมูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%