พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 9

แกล้งรักหรือเผลอใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังแทรกความเงียบงันในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกพร้อมกับร่างโปร่งของเหนือฟ้าที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีฉับไว เอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีอย่างแรงจนเกิดเสียงทึบเบาๆ "รายงานสรุปโครงการของไตรมาสนี้ครับ ท่านประธาน... หวังว่าจะละเอียดพอจนไม่ต้องให้ผมมายืนอธิบายซ้ำซากอีกนะ" เหนือฟ้าจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'ซ้ำซาก' พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยความประชดประชันเต็มพิกัด ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย พยายามอย่างยิ่งที่จะกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ยังคงผิดจังหวะตั้งแต่เหตุการณ์หน้าลิฟต์เมื่อวาน คีรินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ช้าและนิ่งสนิท ดวงคมปลาบกวาดตามองหน้าลูกน้องตัวแสบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดสูทเข้ารูปสีเข้มยิ่งขับให้เหนือฟ้าดูโดดเด่นสะดุดตา จนชายหนุ่มเผลขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว "วางไว้ตรงนั้นแหละครับ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกดดันบางอย่าง "แล้วก็ช่วยยืนให้มันห่างจากโต๊ะผมอีกสักสองเมตรด้วย เหนือฟ้า... คุณกำลังทำให้อากาศในห้องนี้มันหายใจลำบาก" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน "อ้อเหรอครับ? แปลกจังนะครับ ทั้งที่ห้องนี้ติดแอร์ระบบ Inverter ตัวท็อปแท้ๆ แต่ทำไมท่านประธานถึงยังรู้สึกอึดอัด... หรือว่าเป็นเพราะตัวผม หรือว่าเป็นเพราะความจริงที่ว่า คุณกำลังพยายามหลบตาผมกันแน่ครับ?" คำพูดท้าทายนั้นทำให้คีรินต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เหนือฟ้ายืนอยู่ ความสูงที่เหนือกว่าทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นในพริบตา คีรินโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ห่างจากเหนือฟ้าเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวพัดเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "หลบตา?" คีรินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำรreissuingความอันตราย "คุณเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนครับ เหนือฟ้า? คิดว่าตัวเองสำคัญขนาดที่ผมต้องหลบตาเลยเหรอ" เหนือฟ้าชะงักไปนิดเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่ข้างแก้ม แต่รอยยิ้มท้าทายบนริมฝีปากยังคงอยู่ เขาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบนั้นตรงๆ "ถ้าไม่หลบ แล้วทำไมเมื่อวานถึงได้... เอ่อ..." เหนือฟ้าเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องที่อีกฝ่ายเกือบจะจูบเขาหน้าลิฟต์ แต่ก็เบรกตัวเองไว้ได้ทัน ปรับเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว "ทำไมถึงได้รีบเดินหนีราวกับหนีผีล่ะครับ" "ผมไม่ได้หนี" คีรินตอบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "ผมแค่ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับคนดื้อรั้น... โดยเฉพาะกับคนที่ชอบทำตัวน่าสงสัย" "น่าสงสัยตรงไหนครับ ผมทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกบรรทัด!" เหนือฟ้าเถียงกลับทันควัน ดวงตาเป็นประกายความดื้อรั้นที่คีรินเห็นทีไรก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะปราบพยศเสียให้เข็ด "โปร่งใสเหรอครับ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดจนเหนือฟ้าต้องเผลอขยับถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ "แล้วรอยยิ้มเมื่อกี้ล่ะหมายความว่ายังไง... ยิ้มเยาะเย้ยผมเหรอครับ หืม?" "ผมเปล่ายิ้มเยาะสักหน่อย ผมแค่... อุ๊บ!" ประโยคถัดมาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคีรินฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายเสียหลักขยับเข้าไปประชิดตัวแบบไร้ช่องว่าง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปวางทับขอบโต๊ะด้านหลังของเหนือฟ้า กักขังร่างเพรียวเอาไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวโครมคราม เหนือฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือบางยกขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ตามสัญชาตญาณ "นี่! คุณ... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" "ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เหนือฟ้า" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำจนน่ากลัว "แค่จะพิสูจน์ให้ดูว่า... ผมไม่เคยกลัวอะไรเลย แม้กระทั่งคนปากเก่งอย่างคุณ" "ไอ้..." เหนือฟ้าอ้าปากจะด่า แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนกลับลงไปอีกครั้ง เมื่อสายตาคมกริบของคีรินไม่ได้มองที่ตาของเขา แต่มันเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงอย่างจดจ่อ แววตาคู่พยศนั้นเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ส่อประกายความคลั่งไคล้อย่างชัดเจนจนเหนือฟ้าไม่กล้าสบตาตรงๆ บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงรอบข้าง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างแนบเนียน คีรินโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับสะกดให้เหนือฟ้าตัวแข็งทื่อ ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจต้านทาน นิ้วเรียวของคีรินเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปร็อกหน้าผากของเหนือฟ้าอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาคนปากเก่งถึงกับลืมหายไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตหลุบลงมองริมฝีปากหยักได้รูปที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นดังกระหน่ำราวกับกลองศึก แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกัน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคีรินก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงทันที คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วผละถอยหลังออกห่างจากเหนือฟ้าอย่างเสียดาย เหนือฟ้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ใบหน้าเนียนเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า คีรินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อผู้โทรเข้า ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที นิ้วเรียวกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง "มีอะไรครับรินรดา" ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มทำให้เหนือฟ้าหันขวับกลับมามองทันที ความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาในอก ชelousy หรือความหึงหวงที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยหยันเริ่มออกอาการชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเจ้าตัวแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ "ค่ะ... รินอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างแล้วนะคะคุณคีริน" เสียงหวานหยดของรินรดาดังเล็ดลอดออกมาจากปลายสาย "พอดีรินมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่อยากจะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ หวังว่า... คุณคงจะพอมีเวลาว่างให้รินสักสิบนาทีกะรัตนะคะ" คีรินขมวดคิ้วเข้ม เหลือบสายตาคมกริบกลับมามองเหนือฟ้าที่ยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มสังเกตเห็นประกายไฟในดวงตากลมคู่นั้นที่กำลังจ้องเขม็งมาทางตน ความหวงแหนและอาการหึงแบบหน้าตายที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มฉายชัดขึ้นผ่านร่อง ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "ผมไม่ว่างครับ" คีรินตอบเสียงเรียบ ไร้เยื่อใย "ถ้าเป็นเรื่องงาน ให้ติดต่อผ่านเลขาฯ ของผมตามระบบ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน... ผมไม่มีความจำเป็นต้องพบคุณ" "เดี๋ยวก่อนสิคะคุณคีริน! รินอุตส่าห์มาหาถึงที่นี่..." รินรดาพยายามจะยื้อ แต่คีรินไม่รอให้เธอพูดจบ ชายหนุ่มกดตัดสายทิ้งทันทีอย่างไม่ไยดี ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับทอดมองมาที่เหนือฟ้าด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่าง ราวกับต้องการจะบอกอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้พูดออกไป เหนือฟ้าเสมองไปทางอื่น ทำเป็นกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มพึงพอใจที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปาก ทว่าความสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นได้ไม่นานก็ต้องสะดุดลง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างไม่เกรงใจใคร และก่อนที่คีรินจะทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้รมารยาท ร่างระหงของรินรดาในชุดแฟชั่นจัดเต็มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมายังเหนือฟ้าอย่างเปิดเผย "ขอโทษนะคะที่รินต้องเสียมารยาทเดินขึ้นมาเอง... พอดีลิฟต์มันลงเร็วไปหน่อยน่ะค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน ก่อนจะปรายตามองเหนือฟ้าหัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "อ้าว... คุณเหนือฟ้าก็ยังอยู่เหรอคะเนี่ย นึกว่าหมดเวลาทำงานในหน้าที่ไปนานแล้วซะอีก เห็นยืนคลอเคลียอยู่ใกล้ท่านประธานซะขนาดนั้น" เหนือฟ้าหรี่ตามองคู่ปรับตัวฉกาจ รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษผุดขึ้นที่มุมปากทันที กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์คนปากเก่ง ทว่า... คีรินกลับก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง ร่างสูงใหญ่บังเหนือฟ้าไว้มิดชิด สายตาคมปลาบที่มองรินรดานั้นเย็นชาเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนติดลบ "ใครอนุญาตให้คุณขึ้นมาบนนี้ครับ รินรดา" คีรินเอ่ยเสียงเยียบเย็น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "และที่สำคัญ... คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาไร้มารยาทกับคนของผมแบบนี้" คำว่า *"คนของผม"* หลุดออกมาจากปากของคีรินอย่างหน้าตาเฉย ท่ามกลางความตกตะลึงของรินรดาที่เบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อหู และเหนือฟ้าที่ยืนแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกกับคำประกาศิตที่ไม่มีใครคาดคิด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สเปซโอเดสซีย์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%