เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักกระทบลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ คีรินยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อสูทตัดเข้ารูปกำลังสั่นเทาเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดขี่เอาไว้ ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม
"พูดใหม่อีกทีซิครับ... เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าว คีรินเค้นคำพูดทีละพยางค์ราวกับกลัวว่าตัวเองจะควบคุมสติไม่อยู่
เหนือฟ้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือราคาแพงจนสันหนังสือสั่นไหว แต่ใบหน้าหวานกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่นต่อบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงตรงหน้า เขารู้ดีว่ากำลังเล่นกับไฟ แต่ถ้าไม่ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ไฟกองนี้คงเผาผลาญตัวตนของเขาจนไม่เหลือซาก
"ผมบอกว่า... เราพอแค่นี้เถอะครับคุณคีริน" เหนือฟ้าเน้นย้ำทุกคำ ชัดเจนและหนักแน่น ดวงตากลมโตสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง "ความสัมพันธ์แบบนี้ สถานะที่เราต่างคนต่างรู้ว่ามันคืออะไร... ผมไม่อยากเล่นเกมนี้ต่อแล้วครับ"
"เกม?" คีรินแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยียบเย็นและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความสมบูรณ์แบบ "คุณคิดว่าเรื่องระหว่างเรามันเป็นเกมงั้นเหรอเหนือฟ้า? คุณคิดว่าผมเอาเวลาชีวิต เอาความรู้สึกมาล้อเล่นกับคุณหรือไง"
"ถ้ามันไม่ใช่เกม แล้วมันคืออะไรล่ะครับ?" เหนือฟ้าสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "การเป็นคนที่ต้องรอคอยคุณอยู่ในเงา การต้องทนเห็นข่าวของคุณกับรินรดาตามหน้าสังคม โดยที่ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถาม... คุณเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรครับ? ความรักเหรอ? หรือเป็นแค่การกักขังผมไว้เพื่อความบันเทิงยามว่างของคุณกันแน่!"
ประโยคนั้นทำให้คีรินชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงผละออกจากโต๊ะแล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว เร็วจนเหนือฟ้าไม่ทันตั้งตัว
พรึบ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับด้วยแรงมหาศาล คีรินดึงร่างโปร่งเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายความเครียดแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของเหนือฟ้าเมื่อใบหล่อเหลาก้มลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ
"ปล่อยนะครับคุณคีริน! เจ็บนะ!" เหนือฟ้าพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งขัดขืน แรงบีบก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"เจ็บเหรอ? คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่เจ็บ" คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและมาดประธานผู้เย็นชาพังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความคลั่ง
ระทมที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง "คุณคิดจะเดินออกไปจากชีวิตผมง่ายๆ แบบนี้เหรอเหนือฟ้า? ฝันไปเถอะ! ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องล่ามโซ่คุณไว้ที่นี่ ผมก็จะทำ!"
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." เหนือฟ้ามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่เขารักและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ที่นั่นไม่มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดระแวงและความคลั่งไคล้ที่รุนแรงจนน่ากลัว "คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะยอมจำนนเหรอครับ? คุณคิดผิดแล้วคีริน... ยิ่งคุณบังคับผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเกลียดคุณมากเท่านั้น!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คำว่า 'เกลียด' จากปากของคนตรงหน้าทำให้คีรินนิ่งค้างไป ดวงตาสีเข้มวับไหวรุนแรง มือที่บีบข้อมือบางคลายออกโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าคำพูดนั้นเป็นคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขาอย่างจัง
เหนือฟ้าฉวยโอกาสนั้นสะบัดข้อมือออกสุดแรง รีบก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบและตื่นตระหนก เขามองดูประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่บัดนี้ยืนนิ่งงัน ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบ
แต่บรรยากาศตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกระลอกก็ต้องถูกขัดจังหวะลง
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ไม่รอให้อذنอนุญาต ประตูบานหรูสีมะฮอกกว้างก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
"คีรินคะ รินโทรหาคุณทำไมไม่รับ... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับร่างเพชรในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน แต่เธอก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ เหนือฟ้าที่ยืนหอบหายใจอยู่มุมห้อง กับคีรินที่หันขวับมามองเธอด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
รินรดากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ไม่มิด แววตาคู่นั้นฉายแววได้ใจอย่างชัดเจน
"ตายจริง... รินรบกวนเวลาส่วนตัวอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย ดูเหมือนว่าพวกคุณกำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่เลย" รินรดาแสร้งยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจจอมปลอม ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้คีรินแล้วเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ "แต่พอดีรินมีเรื่องด่วนจริงๆ ค่ะคุณแม่ส่งรินมาคุยเรื่องงานแต่งของเรา..."
คำว่า 'งานแต่ง' หลุดออกมาจากปากของรินรดาราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางห้องทำงาน
เหนือฟ้าชะงักกังวานในอก หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามองหน้าคีรินที่หน้าเสียไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคมจะหันขวับมาสบตากับเขาด้วยความตื่นตระหนก
คีรินสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของรินรดาอย่างไม่ใยดี ร่างสูงทำท่าจะก้าวเข้ามาหาเหนือฟ้า "เหนือฟ้า... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่..."
"ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ..." เหนือฟ้าส่งยิ้มหยันให้ตัวเอง รอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต ความรู้สึกพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี "ผมเข้าใจทุกอย่างชัดเจนแล้วล่ะครับท่านประธาน"
พูดจบ เหนoresizingก็หันหลังให้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คีรินได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ อีก ก้าวเท้าเดินผ่านหน้าศัตรูตัวฉกาจอย่างรินรดาไปอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวก่อนเหนือฟ้า! อย่าไป!" คีรินตะโกนลั่นห้อง ร่างสูงพุ่งตัวตามไปหมายจะคว้าตัวคนรักไว้
ทว่า... รินรดากลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉาบบนใบหน้าสวยเฉี่ยว
"ปล่อยเขาไปเถอะค่ะคีริน..." รินรดาเอ่ยเสียงหวานเย้ายวน มือเรียวคว้าชายเสื้อสูทของคีรินไว้แน่น "เพราะต่อจากนี้... คุณมีเรื่องสำคัญที่ต้องเคลียร์กับรินมากกว่านะคะ"
คีรินหยุดชะงัก ดวงตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตูที่ปิดสนิท พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดังขึ้นในใจ ร่างสูงกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกหวาดกลัวและเคียดแค้นประเดประดอนเข้ามาในอกจนแทบคลั่ง เมื่อรู้ตัวว่า... เขาอาจจะสูญเสียเหนือฟ้าไปตลอดกาลแล้วจริงๆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ไปด้วยกันนะครับ
"สเปซโอเดสซีย์"
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 10
เมื่อแมวเลิกเชื่อง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!