พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 6

รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะนะคุณเลขา... เพราะของที่แกแย่งมาจากฉัน คีรินมันไม่มีทางเก็บรักษาไว้ได้นานหรอก” ประโยคกรีดแทงจากปากของรินรดายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเหนือฟ้า แม้ว่าร่างระหงในชุดแบรนด์เนมราคาแพงจะเดินลับหายไปจากหน้าลิฟต์โดยสารตัวหลักของบริษัทแล้วก็ตาม ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมความรู้สึกจนชายหนุ่มเผลอกำมือแน่น สติที่เคยสุขุมกลับถูกความไร้เหตุผลของคนเก่าคนแก่เข้ามาปั่นป่วนจนน่ารำคาญ เหนือฟ้าก้าวเท้าเข้าไปในตัวลิฟต์ที่เพิ่งเปิดต้อนรับ กดปิดประตูลวกๆ เพื่อหนีความวุ่นวายเบื้องนอก ทว่าในจังหวะที่บานกระจกใสกำลังจะเคลื่อนตัวประกบเข้าหากัน ร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก็ก้าวแทรกเข้ามาอย่างเฉียบขาด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีทำให้เหนือฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นมอง คีริน... ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ก้าวเข้ามาในพื้นที่แคบๆ นี้โดยไม่เอ่ยคำทักทายใดตามเคย ติ๊ง! เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ตัวลิฟต์จะเริ่มเคลื่อนตัวจากชั้นผู้บริหารลงไปยังชั้นใต้ดิน แต่มันเคลื่อนไปได้เพียงไม่ถึงอึดใจ แรงกระตุกรุนแรงก็เกิดขึ้นฉับพลัน พร้อมกับไฟในห้องโดยสารที่กะพริบถี่ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาจากมุมเพดาน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความอึมครึมและเงียบงันในชั่วพริบตา “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เหนือฟ้าพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ ขยับตัวไปกดปุ่มฉุกเฉินบนแผงควบคุมรัวๆ แต่ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ นอกจากเสียงช็อตเบาๆ ของระบบไฟฟ้า ความเงียบเริ่มกัดกินบรรยากาศภายในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ความใกล้ชิดที่ถูกบีบบังคับด้วยพื้นที่จำกัดทำให้เหนือฟ้าสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคีรินกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท “ระบบสำรองไฟน่าจะขัดข้อง เดี๋ยวคงมีคนมาจัดการ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยของความตื่นตระหนก สมกับเป็นผู้บริหารที่ผ่านสถานการณ์วิกฤตมาโชกโชน “ผมรู้ครับ แต่ปัญหาคือทำไมต้องมาซวยตอนนี้ด้วย วันนี้ผมมีเอกสารด่วนที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนหกโมงเย็นนะครับ” เหนือฟ้าหันไปโต้ตอบด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย ดวงตากลมโตสะท้อนแสงสลัว แฝงแววความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดราวาศอกให้ใคร แม้แต่กับประธานบริษัทของตัวเอง คีรินหันมามองคนข้างกาย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่กำลังยุ่งเหยิงด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มสู้คนของอีกฝ่ายตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่วันนี้... มีบางอย่างในแววตานั้นที่ไหววูบไปยามเมื่อนึกถึงคำพูดของรินรดา “เธอหงุดหงิดเรื่องลิฟต์ค้าง หรือเรื่องที่ได้ยินหน้าลิฟต์กันแน่” คีรินเอ่ยถามตรงๆ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องชะงัก เหนือฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หันมาสบตาคมคลาลเคล้าความท้าทาย “คุณหมายถึงเรื่องที่คุณรินรดามาประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมอย่างนั้นเหรอครับ? หรือหมายถึงคำเตือนที่ว่าคุณ ‘รักษา’ ของพวกนี้ไว้ไม่ได้นาน?” คำพูดนั้นทำให้คีรินขมวดคิ้วมุ่น ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นทีละน้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคนปากเก่งโดยอัตโนมัติ บีบพื้นที่จำกัดให้แคบลงไปอีกจนหลังของเหนือฟ้าเกือบจะแนบชิดไปกับผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์ “ระวังคำพูดหน่อย เหนือฟ้า” คีรินเอ่ยเสียงต่ำ มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกระจกด้านหลังของอีกฝ่าย กักขังร่างเพรียวไว้ในอาณาเขตของตนอย่างเบ็ดเสร็จ “ผมไม่ใช่ข้าวของ และรินรดา... ก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าใครจะอยู่หรือไปในพื้นที่ของผม” “แต่เธอก็เป็นอดีตคู่ควงที่คุณควงออกงานสังคมบ่อยที่สุดไม่ใช่เหรอครับ?” เหนือฟ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดอันตรายนี้ “คนนอกเขาไม่ได้มองว่าผมเป็นเลขาหรอกครับ เขามองว่าผมเป็นแค่... ตัวแทนชั่วคราวที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งมากกว่า” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สถิตอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ คีรินมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้หลังกำแพงความกวนประสาท กำแพงน้ำแข็งในใจของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นเริ่มแตกร้าวลงทีละนิด เมื่อตระหนักได้ว่า... คำพูดถากถางเมื่อครู่เกิดจากความหึงหวงที่อีกฝ่ายพยายามปกปิดมันไว้อย่างแนบเนียน “ตัวแทนงั้นเหรอ?” คีรินทวนคำ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาคมกริบทอดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “ถ้าผมบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่เคยมีใครแทนที่ใครได้เลยล่ะ เหนือฟ้า” เหนือฟ้าชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนฟอร์มจัด ไดอะล็อกคมคายที่มักใช้เชือดเฉือนกันในยามปกติถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมาย ความใกล้ชิดทำให้เขารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับพวงแก้ม และกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ทำให้สติปัญญาอันเฉียบ,คมของเขากระเจิงไปหมด คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น นิ้วเรียวยาวอีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้หัวใจของเหนือฟ้ากระตุกวูบอย่างไร้การควบคุม “คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย” เหนือฟ้าพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอายที่เริ่มลามเลียขึ้นมาบนใบ แต่คีรินกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้กลับมาสบตากันตรงๆ “ผมไม่ได้พูดเล่น” คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความคลั่งรักแบบไม่รู้ตัวทำให้กำแพงในใจของเหนือฟ้าที่ก่อไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า “และเรื่องที่รินรดาพูด... เธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดจะแตะต้อง ‘ของของผม’ ด้วยซ้ำ” คำว่า ‘ของของผม’ ทำเอาเหนือฟ้าหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์กลับมาดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงมาเต็มพื้นที่ บานประตูลิฟต์เคลื่อนตัวเปิดออกอย่างไร้รอยต่อ เผยให้เห็นร่างของบุคคลที่สามที่ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าตกตะลึง “คีรินคะ... คุณอยู่ในนี้จริงๆ ด้วย ฉันนึกว่าคุณติดอยู่ข้างในซะอีก” เสียงหวานใสของรินรดาดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่ในเสี้ยววินาทีที่สำคัญที่สุด ทว่าสิ่งที่ทำให้เหนือฟ้าต้องเบิกตากว้างไม่ใช่การปรากฏตัวของอดีตคู่ควงคนนั้น... แต่เป็นมือหนาของคีรินที่ยังคงโอบกระชับเอวบางของเขาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ถอยห่างออกไปแม้แต่นื้อเดียว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ * - สเปซโอเดสซีย์ -
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%