เสียงก๊อกส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนในห้องแต่งตัววีไอพีดังเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนถึงความกระวนกระวายใจของเจ้าของร่างบางที่ยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เหนือฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวจัดปกเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่คีรินเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้—สูทตัดเย็บพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำที่รับประกันว่าต่อให้เขาพยายามทำตัวกลมกลืนกับอากาศธาตุแค่ไหน ก็ยังคงโดดเด่นสะดุดตาจนน่าหงุดหงิดอยู่ดี
งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าตาทางสังคม แต่มันคือสังเวียนไร้เสียงปืนที่ผู้คนพร้อมจะเหยียบย่ำคนใต้ฝ่าเท้าเพื่อให้ตัวเองดูสูงส่งขึ้น และเขาก็คือ "เครื่องประดับชิ้นใหม่" ที่ท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นจงใจพกมาอวดโฉมในคืนนี้
"ถ้าคุณยังยืนถอนหายใจใส่กระจกอยู่อีกสามที รอยยับบนสูทตัวนั้นอาจจะกลายเป็นถาวรนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหเภดังขึ้นจากด้านหลัง เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองผ่านเงากระจก คีรินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแผ่รังสีความทรงอำนาจออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแคบลงถางตา ร่างสูงในชุดสูททักซิโด้สีมืดสนิทดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกลากเข้ามาอยู่ในเฟรมภาพวาดราคาแพงโดยไม่เต็มใจ
"ผมไม่ได้ถอนหายใจเพราะสูทครับท่านประธาน แต่ผมกำลังคำนวณว่าถ้าผมเดินสะดุดชายกระโปรงใครสักคนจนล้มหัวฟาดพื้น ค่ารักษาพยาบาลบริษัทจะเบิกได้กี่เปอร์เซ็นต์" เหนือฟ้าหันกลับมาตอบด้วยรอยยิ้มพราวระยับ ดวงตาเรียวรีฉายแววท้าทายตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยยอมจำนนต่อสถานการณ์ใด
คีรินชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างโปร่งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในอก แม้เจ้าตัวจะตีหน้าตายใส่เหมือนทุกครั้ง แต่ปลายนิ้วที่ขยับจัดกระดุมข้อมือให้เหนือฟ้านั้นกลับแฝงความจงใจบางอย่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น
"ผมไม่คิดว่าคุณจะต้องกังวลเรื่องล้มหกล้มหรอกนะครับ..." คีรินโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความแหบพร่าเล็กน้อยจนลมหายใจอุ่นๆ ปัดผ่านผิวแก้มเนียน "เพราะตราบใดที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ มือคู่นี้จะไม่มีวันปล่อยให้คุณล้มลงไปเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะเด็ดขาด... เว้นเสียแต่ว่าคุณจะอยากลองซบอดีตคู่ควงของผมเพื่อเรียกร้องความสนใจ"
เหนือฟ้าชะงัก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกจากตัวคีรินทำให้สติกระเจิงไปชั่วขณะ แต่พอนึกถึงชื่อประโยคท้ายที่อีกฝ่ายจงใจโยนหินถามทาง เขาก็สวนกลับทันควันโดยไม่ยอมเสียเปรียบ
"หึงผมเหรอครับ? หรือแค่กลัวว่าความลับเรื่องที่เราติดแหง็กอยู่ด้วยกันมันจะหลุดออกไปขายหน้าสื่อ?"
คีรินไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและอันตรายเป็นบ้า ก่อนจะยื่นข้อศอกข้างหนึ่งให้ "ถึงเวลาลงสนามแล้วครับ คุณเลขานุการจำเป็น... จำไว้ว่าคืนนี้คุณไม่ได้มาในฐานะลูกจ้าง แต่มาในฐานะคนที่ยืนเคียงข้างผม"
บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางระยิบระยับไปด้วยแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลนับร้อยดวง เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยเจรจาธุรกิจของเหล่าไฮโซและนักธุรกิจทรงอิทธิพล ทันทีที่ร่างสูงโปร่งของคีรินก้าวเข้ามาพร้อมกับเหนือฟ้า สายตาหลายสพคู่ก็พากันหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว
รัศมีของคีรินในฐานะประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลนั้นรุนแรงอยู่แล้ว แต่การที่เขามีเหนือฟ้าเดินเคียงคู่เข้ามาด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่ทว่าเฉี่ยวคม ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งคู่ทรงพลังจนละสายตาไม่ได้
"อุ๊ย... ตายจริง คุณคีรินคะ ไม่นึกว่าจะพา 'แขกรับเชิญพิเศษ' มางานนี้ด้วย"
เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจลากเสียงยาวดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบชั่วขณะ รินรดาในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงเดินน่องเรียวยาวเข้ามาประชิดตัวคีรินด้วยความคุ้นเคย สายตาของเธอกวาดมองเหนือฟ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "นึกว่ารับสมัครบอดี้การ์ดเพิ่มเสียอีกค่ะ แต่งตัวแบบนี้... กลมกลืนกับเด็กเสิร์ฟฝั่งโน้นดีเหมือนกันนะคะ"
คำพูดเหน็บแนมที่จงใจลดทอนคุณค่าเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มเพื่อนไฮโซที่ยืนอยู่ด้านหลัง รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ หล่อนคาดหวังจะได้เห็นความอับอายหรือรอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้าของเด็กออฟฟิศไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้
ทว่า เหนือฟ้ากลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความขบขัน รอยยิ้มสุภาพถูกยกขึ้นประดับริมฝีปากอย่างพอดิบพอดี
"ขอบคุณที่ชมเรื่องความกลมกลืนนะครับคุณรดา... พอดีผมเป็นคนปรับตัวเก่ง ไม่เหมือนใครบางคนที่พยายามโดดเด่นจนลืมดูว่า 'กาลเทศะ' เขาแต่งตัวกันยังไง สีแดงเพลิงท่าamongst โทนงานคลาสสิกแบบนี้ นึกว่าหลุดมาจากละครเวทีรอบปฐมทัศน์เสียอีกครับ"
น้ำเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนคมกริบทำเอารินรดาหน้าเสีย สีหน้าพึงพอใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวจนริมฝีปากสั่นระริก "นี่คุณ! กล้าดียังไงมาพูดจาไร้มารยาทกับฉันแบบนี้ คุณคีรินดูสคะ..." หล่อนหันไปฟ้องชายหนุ่มข้างกายด้วยท่าทีออดอเซาะ
คีรินยังคงนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบไม่ได้มองรินรดาเลยแม้แต่น้อย เขากลับเอื้อมมือไปโอบรอบเอวบางของเหนือฟ้าไว้อย่างหลวมๆ ทว่ามั่นคง แรงกดเบาๆ ที่สะโพกส่งสัญญาณเตือนให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาพร้อมจะจัดการทุกอย่างเอง
"รดาครับ" น้ำเสียงของคีรินราบเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใยสิ้นเชิง "คนของผมจะพูดอะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา... แต่ถ้าคุณยังว่างมากจนมีเวลามาวิจารณ์การแต่งตัวของคนอื่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปทบทวนโปรเจกต์ที่บริษัทของคุณกำลังจะเสนอขอร่วมทุนกับเราดีกว่าครับ ว่ามันมีค่าพอที่จะทำให้ผมชายตามองหรือเปล่า"
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ความอับอายพุ่งขึ้นมาจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกหักหน้ากลางวงสังคมด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบขาดของคีริน หล่อนเม้มปากแน่นด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าหนีหายเข้าไปในฝูงชน
ความเงียบปกคลุมรอบตัวชั่วขณะ เหนือฟ้าแอบเหลือบมองคนข้างกายที่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือใหญ่ที่โอบเอวเขาอยู่ยังคงไม่ยอมขยับไปไหน
"ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ" คีรินกระซิบเบาๆ 10 เซนติเมตรจากริมฝีปากของเขา ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ก็ท่านประธานสอนไว้ดีนี่ครับ... ว่าเวลาเจอหมาเห่า เราไม่จำเป็นต้องเห่าตอบ แค่เหยียบหางมันก็พอ" เหนือฟ้าตอบกลับด้วยรอยยิ้มท้าทาย
คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่อบอุ่นและมีเสน่ห์จนเหนือฟ้าเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ปากแบบนี้... คืนนี้คุณรอดยากแน่ เหนือฟ้า"
ทว่า ก่อนที่เหนือฟ้าจะได้สวนคำพูดใดกลับไป แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนที่กรูเข้ามาทางด้านหลังก็สาดสว่างวาบ พร้อมกับเสียงฮือฮาของแขกในงานที่ถอยร่นเปิดทางให้กับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดอีกคนหนึ่งที่เดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง
"คีริน... ในที่สุดแกก็พาเด็กคนนี้ออกงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการสินะ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยรังสีความเป็นศัตรูพุ่งตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้า เหนือฟ้าหันขวับไปมองแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ 'ธน ภัทร' คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญและพี่ชายต่างแม่ของคีรินเอง ดวงตาคมกริบของธนภัทรจับจ้องมาที่เหนือฟ้าด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยแปลกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงติดลบ
"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะนะคุณเลขา... เพราะของที่แกแย่งมาจากฉัน คีรินมันไม่มีทางเก็บรักษาไว้ได้นานหรอก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอนะครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงที่มาพร้อมกับความกดดัน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!