กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ทำให้บรรยากาศเช้านี้ดูราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว คีรินนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานกระจกใส ตัวตนของเขาแผ่รังสีความเย็นชาออกมาหนาเตอะจนแทบจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบจับจ้องอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ต โดยจงใจทำราวกับว่ามนุษย์ที่ยืนกอดอกอยู่หน้าโต๊ะเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ
เหนือฟ้ากวาดตามองท่าทีนิ่งสนิทไร้การตอบสนองนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก ความเงียบระดับโปรที่คีรินตั้งใจใช้เป็นอาวุธลองใจ อาจจะใช้ได้ผลกับพนักงานหรือคู่ค้าทางธุรกิจที่หวาดเกรงอำนาจ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างเขาหรอกครับ
"ถ้ามองนานกว่านี้ หน้าจอแท็บเล็ตราคาแพงของคุณคงทะลุเป็นรูพอดีนะครับ คุณคีริน"
เสียงใสติดกวนประสาทดังขึ้นทำลายความเงียบ เหนือฟ้าย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานโน้มตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้กรอบหน้าคมคาย แต่เจ้าของฉายานายมาเฟียไร้หัวใจก็ยังคงนิ่งเฉย ราวกับภูเขาน้ำแข็งที่ไม่ยอมสะเทือนแม้จะมีเปลวไฟมาจ่อใกล้
คีรินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
"หมดเวลาพักเบรกของคุณแล้ว เหนือฟ้า ถ้าไม่มีงานค้างส่ง ก็กลับไปเคลียร์เอกสารกองโตที่โต๊ะของคุณซะ อย่ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้อย่างไร้ประโยชน์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉียบ ไร้เยื่อใย และจงใจเว้นระยะห่างทางชนชั้นและสถานะอย่างชัดเจน
เป็นกลยุทธ์ที่แยบยลในการผลักไส... ถ้าหากว่าสันดานของเหนือฟ้าเป็นคนยอมจำนนอะนะ
"โอ๊ะ! งานเอกสารน่ะเหรอครับ ผมเคลียร์เสร็จตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วล่ะครับท่านประธาน" เหนือฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะถือวิสาสะหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะของอีกฝ่ายมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ ที่ผิวกระเบื้องเคลือบ "อีกอย่าง... การมาดูหน้าคนใจร้ายแถวนี้ ก็ถือเป็นงานอดิเรกคลายเครียดที่ดีเหมือนกันนะครับ เผื่อผมจะได้ศึกษาไว้ว่า คนที่หัวใจทำด้วยน้ำแข็งเวลาละลาย หน้าตาเขาจะทุเรศขนาดไหน"
คันปากอยากหาเรื่อง... และเหนือฟ้าก็ไม่เคยปล่อยให้ความต้องการของตัวเองต้องรอช้า
คีรินขมวดคิ้วมุ่นเป็นปมลึก ความอดทนที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเริ่มมีรอยร้าว ความเย็นชาที่สร้างขึ้นเพื่อกำแพงป้องกันหัวใจกำลังถูกเจาะรูด้วยคำพูดกวนประสาทของเจ้าแมวพยศตัวนี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย บ่งบอกว่าความหงุดหงิดกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด แต่กระนั้น เจ้าตัวก็ยังเลือกที่จะใช้วิธีเดิม—ความเงียบและการเพิกเฉย
ชายหนุ่มหลุบตาลงมองเอกสารในมือต่อ ราวกับคำพูดเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
"ถ้าพูดจบแล้ว ก็เชิญออกไปได้ครับ ประตูอยู่ทางนั้น" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์สิ้นเชิง
เหนือฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน การถูกเมินเฉยไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้เลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาต่างหาก คนเย็นชา มักจะเปราะบางที่สุดตรงจุดที่คาดไม่ถึง และเขานี่แหละ จะเป็นคนงัดแงะกำแพงน้ำแข็งนี่ด้วยตัวเอง
"ใจร้ายจังนะครับ เมินกันเก่งแบบนี้ ระวังเถอะครับ..." เหนือฟ้าลากเสียงยาวอย่างจงใจ โน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่ายจนคนที่นั่งอยู่ถึงกับชะงัก "เกิดวันไหนผมเบื่อแล้วเลิกกวนประสาทขึ้นมา คุณอาจจะเหงาจนต้องวิ่งตามหาผมก็ได้นะครับ ท่านประธาน"
สิ้นคำพูดท้าทาย เหนื้อฟ้าก็วางแก้วกาแฟลงที่เดิมอย่างเบามือ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษให้หนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับหลังหันอย่างอารมณ์ดี ก้าวขาฉับๆ มุ่งตรงไปยังประตูออกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้สวนกลับแม้แต่ประโยคเดียว
คีรินนั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไปอย่างมั่นอกมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบปลายจมูก สัมผัสอุ่นซ่านจากคำพูดและรอยยิ้มเมื่อครู่ทำเอาหัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปีเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
ให้ตายเถอะ... เด็กนี่มันชักจะกำแหงเกินไปใหญ่แล้ว
ชายหนุ่มขบกรามแน่น มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย็นชาที่พยายามปั้นแต่งไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อตามออกไปสั่งสอนเจ้าตัวแสบให้รู้สำนึกเสียบ้าง แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มเย้ายวนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง รินรดากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของประธานหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"คีรินคะ รินคิดถึงคุณจัง... แวะมาหาแบบนี้ คงไม่รบกวนเวลาทำงานนะคะ?"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากสนามประลองยุทธ์ของคนสองคนกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที คีรินขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจ ขณะที่เหนือฟ้าซึ่งเพิ่งเดินไปถึงหน้าประตูหันกลับมามองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 4
บทเรียนจากคนเย็นชา
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!