พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 3

ย้ายเข้าสู่กรงทอง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเศษสวะอย่างมันมาเป็นเครื่องมือประชดฉันแล้วล่ะก็... คีริน คุณกำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะเผาตึกทั้งหลังของตัวเองนะครับ" เสียงแหลมสูงของรินรดาบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่หยุดลมหายใจของคนฟังไม่ใช่ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น หากแต่เป็นสรรพนามและข้อเท็จจริงที่เพิ่งถูกกระชากออกมากลางอากาศ เหนือฟ้ายืนตัวแข็งทื่อ หัวสมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่ท้ายทอย ร่างเพรียวของอดีตคู่ควงมาเฟียหนุ่มไม่ได้กำลังมองมาที่เขาด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความริษยา อาฆาต และ... ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียนที่เธอเพิ่งพ่นออกมา *เครื่องมือประชด?* เหนือฟ้าหันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังทางเข้าอยู่ ความเงียบที่แผ่ออกมาจากตัวของคีรินในตอนนี้ น่ากลัวกว่าตอนที่อีกฝ่ายระเบิดอารมณ์ใส่เสียอีก บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบติดลบ ไหล่หนาไหวเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "พูดจบหรือยังครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย ทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องสะดุ้ง "ถ้าจบแล้วก็เชิญกลับไปทางเดิม ประตูห้องผมไม่ได้ต้อนรับคนมารยาททรามอย่างคุณ" "อุ๊ย! กลัวจังเลยค่ะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ เธอจงใจก้าวเท้าล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องชุดเพนต์เฮาส์หรู โดยไม่สนใจสายตาคมกราบของเจ้าของห้องเลยสักนิด "คิดว่าซ่อนเด็กเลี้ยงไว้ในกรงทองแล้วจะบินหนีพ้นหรือไงคะคุณคีริน คนอย่างคุณเนี่ยนะ... จะจริงจังกับเด็กฝึกงานปากดีแค่เพราะถูกใจ? อย่ามาหลอกกันเลยดีกว่าค่ะ ของเล่นก็คือของเล่นวันยังค่ำ!" เพล้ง! ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันหลุดจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด แก้วไวน์ราคาแพงในมือของคีรินก็ถูกบีบจนแตกละเอียด คราบไวน์สีแดงฉานไหลอาบลงตามเรียวนิ้วแกร่ง หยดลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงระยับ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าตัวสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด เหนือฟ้ามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งโกรธ ทั้งสับสน และ... เจ็บแปลกๆ ที่มุมหัวใจ คำว่า 'เครื่องมือประชด' และ 'ของเล่น' วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมยืนรอให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นเป็นตัวตลกของใครหน้าไหนทั้งสิ้น "นี่คุณ!" เหนือฟ้าก้าวพรวดเดียวเข้าไปยืนประจันหน้ากับคีริน ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปมองรินรดาที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ "ถ้าพูดจาหมาๆ แบบนี้แล้วยังไม่ยอมไสกหัวออกไป ระวังผมจะสงเคราะห์รอยเท้าประทับบนหน้าสวยๆ ของคุณแทนการไล่นะครับคุณรินรดา" "กรี๊ด! นี่แกกล้าดียังไงมาขู่ฉัน!" รินรดาหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจและโกรธจัดที่ถูกเด็กกะโปโลต่อปากต่อคำ "ผมไม่ได้ขู่ครับ ผมพูดจริง" เหนือฟ้าเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "และก่อนที่คุณจะเที่ยวไปเห่าหอนใส่ใครเขา กรุณาเช็คสมองดูก่อนด้วยว่าตัวเองมีค่าพอให้คุณคีรินเขาชายตาแลหรือเปล่า ถึงได้วิ่งมาเห่าหอบอยู่หน้าห้องเขาแบบนี้ น่าสมเพชนะครับ" "เหนือฟ้า!" คีรินตวาดเสียงกร้าว มือแกร่งที่เปื้อนคราบไวน์คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของคนปากเกทันที แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเหนือฟ้าต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลมโตยังคงจ้องตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "ทำไมครับ? กลัวผมพูดจี้ใจดำคุณหรือไง?" เหนฟ้าเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง "ปล่อยผม! ในเมื่อผมกลายเป็น 'เครื่องมือ' ของคุณตามที่แม่นี่พูดแล้ว งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก ปล่อยผมกลับไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ หรือไม่ก็ปล่อยให้ผมออกไปจากที่นี่ซะ!" คีรินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเหนือฟ้าจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของมาเฟียหนุ่มจนรินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น "คิดเหว่าคุณจะไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ งั้นเหรอครับ..." คีรินก้มลงกระซิบชิดริมหูของคนอวดดี น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "ในเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในกรงของผมด้วยความสมัครใจแล้ว ต่อให้คุณอยากตาย คุณก็ไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนทั้งนั้น!" "คุณมันบ้า!" เหนือฟ้าผลอกอกแกร่งเต็มแรง แต่ร่างสูงกลับมั่นคงราวกับกำแพงหิน "ใช่ ผมมันบ้า..." คีรินแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันใส่อดีตคู่ควงที่ยืนหน้าซีดเผือด "ส่วนเธอยังไม่ไสหัวไปอีกใช่ไหมรินรดา? หรืออยากให้ฉันสงเคราะห์ส่งเธอกลับนรกด้วยวิธีของฉันเอง" รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคือง ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บแปลบ เธอมองหน้าคีรินสลับกับเหนือฟ้าด้วยแววตาอาฆาตมาယ် ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างหัวเสีย เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังสะท้อนไปตามทางเดินยาว จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง ความเงียบงันจึงกลับมาปกคลุมทั่วทั้งเพนต์เฮาส์อีกครั้ง ทว่า... บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เหนือฟ้าถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน แต่ในห้องนี้กลับร้อนระอุราวกับมีกองเพลิงสุมอยู่กลางอก ชายหนุ่มตวัดสายตากลับมามองเจ้าของห้องที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยความไม่พอใจ "พอใจหรือยังครับที่ไล่แขกของคุณไปได้แล้ว?" เหนือฟ้าเชิดหน้าขึ้น กลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอกด้วยท่าทีแข็งกร้าว "ถ้าจบเรื่องละครฉากใหญ่แล้ว ก็กรุณาเปิดประตูให้ผมกลับห้องด้วยครับ ผมไม่อยากเล่นเกมป란ซ้ำซากบ้าบออะไรนี่กับคุณอีก" คีรินไม่ตอบ ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนเหนือฟ้าไม่มีทางหนี มือแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกระจก กักขังร่างเพรียวเอาไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นอายความเป็นอันตรายพุ่งเข้าปะทะจมูก จนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ "เกมเหรอครับ..." คีรินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพ่นออกมาเบาหวิวแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "คุณคิดว่าผมลากคุณมาที่นี่เพื่อเล่นเกมงี่เง่าพวกนั้นจริงๆ งั้นเหรอ เหนือฟ้า?" "แล้วมันคืออะไรล่ะครับ?" เหนือฟ้าสวนกลับทันควัน พยายามสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม "คำก็เครื่องมือ สองคำก็ของเล่น... อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลยครับ คุณก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวที่เอาผมมาเป็นเกราะกำบังจากยายผู้หญิงคนนั้น!" คีรินเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ นิ้วแกร่งยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือกและพยายามจะเบี่ยงหน้าหลบ แต่ถูกมือหนาคว้าปลายคางมนเอาไว้ให้เงยขึ้นสบตา "ผมไม่เคยเอาใครมาเป็นเครื่องมือ..." คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด ทว่าแววตากลับลึกล้ำจนอ่านไม่ออก "และยิ่งไม่ใช่กับคุณ... เหนือฟ้า" "ปล่อยผม..." เสียงของเหนือฟ้าเริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว เมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมฝีปาก "จำไว้ซะนะว่าต่อจากนี้ไป..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา "คุณไม่ใช่แค่เลขาส่วนตัวยามค่ำคืน แต่คุณคือ 'เจ้าของ' กรงทองหลังนี้... และเป็นคนเดียวที่ผมยอมสยบให้" พูดจบ คีรินก็ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของคนดื้อรั้นทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัว เหนือฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงปะทะจากสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตา มือเรียวที่พยายามจะผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันตรายนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูตัวเดิมก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังเตือนสติจากยมโลก! คีรินชะงัก ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างขัดใจ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนสงสัย เขาผละร่างออกจากวงแขนแล้วหันไปมองหน้าจออินเตอร์คอมติดผนังที่แสดงภาพแขกยามวิกาล และเมื่อภาพบนจอปรากฏชัดเจนขึ้น... คีรินถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกตะลึง ส่วนเหนือฟ้าที่ยืนหอบหายใจอยู่ด้านหลัง เมื่อชะโงกหน้าไปมองผ่านไหล่กว้าง ก็ต้องเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิมด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ! *เพราะคนที่ยืนกดกริ่งหน้าห้องอยู่ในเวลานี้... คือสารวัตรหนุ่มเพื่อนสนิทของคีริน ที่กำลังถือแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาที่เชื่อมโยงกับตระกูลของเขามาพอดี!* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%