เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรแรงสูง ดัง *‘ปัง!’* สนั่นห้องทำงานเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดหรูหราจนคนฟังต้องสะดุ้ง แต่ไม่ใช่กับ ‘เหนือฟ้า’ หนุ่มออฟฟิศร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปที่ยังคงยืนกอดอกเชิดหน้าตรง ชsะรอยว่าแรงสั่นสะเทือนจากความโกรธของประธานหนุ่มไร้ซึ่งความหมายใดๆ ในสายตาของเขา
"คุณอธิบายความผิดพลาดในโปรเจกต์นี้มาสิครับ คุณเหนือฟ้า... หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณ มันคิดได้แค่งานระดับอนุบาลแค่นี้"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ‘คีริน’ ประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจชื่อดัง ปากร้าย เย็นชา และเกลียดความผิดพลาดเข้ากระดูกดำ นัยน์ตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกำลังจ้องมองมาที่เขา ราวกับกำลังพิพากษาโทษทหารราบที่เดินเข้าสู่แดนประหาร
เหนือฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่คีรินเคยได้ยินในชีวิตการทำงานมาสามปีเต็ม ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ขยับเนคไทเล็กน้อยก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนขอบโต๊ะกระจก
"งานระดับอนุบาลเหรอครับท่านประธาน? แต่โปรเจกต์ ‘ระดับอนุบาล’ ของผมเนี่ยแหละครับ ที่กำลังจะทำรายได้ให้บริษัทคุณทะยานแตะหลักพันล้านในไตรมาสหน้า... หรือว่าสายตาของคุณมันฝ้าฟางจนมองไม่เห็นตัวเลขกำไร เพราะมัวแต่มองหาข้อผิดพลาดเพื่อจะหาเรื่องผมกันแน่ครับ"
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งคมสันขยับยามที่ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเย็นเยียบ ผู้ชายคนนี้... เหนือฟ้าไม่เคยทำให้เขาผิดหวังในความอวดดีเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่ปะทะคารมกัน หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของประธานหนุ่มมักจะมีรอยร้าวแปลกๆ เสมอ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกหมั่นไส้ที่ก้ำกึ่งกับความคลั่งไคล้อย่างน่าประหลาด ซึ่งคีรินไม่มีวันยอมรับมันออกมาเด็ดขาด
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าบีบอัดบรรยากาศรอบตัวให้แคบลงจนเหนือฟ้าเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อประธานหนุ่มก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดทีละก้าว "แต่คนปากเก่ง มักจะมีจุดจบไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่หรอกนะ"
"ถ้าจุดจบของผมคือการได้เห็นหน้าคุณเต้นเร่าๆ เพราะเถียงผมไม่เป็น ผมก็ยอมครับ" เหนือฟ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ว่ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวคีรินจะเริ่มรุกรานพื้นที่หายใจของเขาจนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปบ้างแล้วก็ตาม เขาถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว เพราะข้างหลังคือประตูทางออกที่ถูกล็อกไว้ด้วยระบบสแกนนิ้วมือ
คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับสันจมูกของคนตรงหน้า ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าเปลวไฟ
"งั้นเรามาลองดูกันไหมล่ะครับ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู จนเหนือฟ้าขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าโปรเจกต์นี้มันไร้ที่ติ งั้นเรามาทำ ‘ดีลลับ’ กันระหว่างคุณกับผม"
"ดีลอะไรของคุณ?" เหนือฟ้าขมวดคิ้ว พยายามถอยร่นตัวหนี แต่เอวบางกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกด้านหลังเสียแล้ว เมื่อคีรินใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวเขาไว้ตรงกลาง ราวกับกรงข้องที่มองไม่เห็น
"ถ้าโปรเจกต์นี้ผ่านการอนุมัติโดยไม่มีข้อแม้จากบอร์ดบริหารในสัปดาห์หน้า... คุณต้องยอมทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง เป็นเวลาสามเดือนเต็ม" คีรินยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า นัยน์ตาสีเทาดุจปีศาจร้ายพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
"แล้วถ้ามันไม่ผ่านล่ะครับ?" เหนือฟ้าถามสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่ยอมแพ้
"ถ้าไม่ผ่าน... คุณก็แค่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีม แล้วมาเป็น ‘เลขาฯ ส่วนตัว’ คอยชงกาแฟและรับคำสั่งผมบนเพนท์เฮาส์ส่วนตัวแห่งนี้ตลอดไป ตลอด 24 ชั่วโมง"
คำพูดนั้นทำเอาเหนือฟ้าชะงักไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยนวมกำมะหยี่ที่เคลือบยาพิษ
"คุณมันบ้าไปแล้วเหรอครับ ประธานคีริน!"
"ผมไม่ได้บ้า..." คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูกลีบเล็ก เสียงกระซิบนั้นทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดสะกดจิต "ผมแค่มั่นใจ... ว่าผมไม่มีวันแพ้คนอวดดีอย่างคุณหรอก เหนือฟ้า"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่เงียบงัดลงทันTที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันอย่างน่าหวาดหวั่น เหนือฟ้าเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน สัญชาตญาณบอกว่านี่คือหลุมพรางที่ลึกล้ำที่สุด แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีกลับร้องตะโกนให้เขากระโจนลงไปในกองไฟนั้น
"ตกลงครับ..." เหนือฟ้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงทั้งหมดกลับคืนมา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากท้าทายกลับไปบ้าง "เตรียมตัวต้อนรับความพ่ายแพ้ของคุณไว้ได้เลยครับ ท่านประธาน"
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับมีใครตั้งเวลาไว้ พร้อมๆ กับที่บานประตูห้องทำงานหรูถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างระหงระงับในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวนใจ
"คีรีคะ... รินคิดถึงคุณจัง... อุ๊ย!"
รินรดา ชะงักกึกเมื่อกวาดสายตาเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและหวงความส่วนตัวยิ่งกว่าไข่ในหิน กำลังยืนคร่อมกักตัวพนักงานหนุ่มหน้าหวานไว้บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีแนบชิดสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง
คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาสีเทาเข้มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกราวกับจะแช่แข็งคนให้กลายเป็นจุลในเสี้ยววินาที
เหนือฟ้าอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ เบี่ยงตัวหลุดจากวงแขนแกร่งของประธานหนุ่มได้อย่างเฉียดฉิว เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ยิ้มหวานหยดให้อดีตคู่ควงของเจ้านายที่กำลังยืนหน้าเสีย แล้วหันมาสบตากับคีรินที่กำลังมองเขาด้วยแววตาระอุร้อน
"ดูเหมือนคุณจะมีแขกคนสำคัญนะฃรับท่านประธาน งั้นผมขอตัวไปทำงาน ‘ระดับอนุบาล’ ของผมก่อนดีกว่า... หวังว่าคุณจะเคลียร์ธุระส่วนตัวเสร็จทันเวลานะครับ"
เหนือฟ้าทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนจะเดินผ่านหน้ารินรดาออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คีรินยืนกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญที่สุด
และก่อนที่เหนือฟ้าจะเอื้อมมือผลักประตูกระจกเพื่อก้าวพ้นห้องนั้นไป เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของคีรินก็ดังไล่หลังขึ้นมาอย่างเฉียบขาด
"อย่าเพิ่งได้ใจไปครับคุณเหนือฟ้า... เพราะเกมนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเอง"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันเร่าร้อนนี้นะครับ!
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 1
ดีลนรกกับประธานปากจัด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!