กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับความเงียบงันในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอุณหภูมิของเครื่องดื่มในแก้วเซรามิก กลับเป็นระยะห่างเพียงคืบระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากัน
คีรินไม่ได้ขยับตัวหนีแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบกวาดมองร่องรอยความดื้อรั้นบนใบหน้าของคนตรงข้าม นัยน์ตาคู่นั้นลึกซึ้งราวกับมหาสมุทรยามราตรีที่ซ่อนคลื่นลมพายุโหมกระหน่ำไว้ภายใน
"คุณยังดื้อตาใสได้เสมอสินะ... เหนือฟ้า"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มันไม่ใช่การต่อว่า แต่เป็นความอ่อนอกอ่อนใจที่เจือปนไปด้วยความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
เหนือฟ้าเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มเย้าแหย่ตามนิสัยเดิม แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบทะลุกระดูกซี่โครงจากแรงกดดันทางอารมณ์ที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา
"ผมไม่ได้ดื้อสักหน่อย แค่พูดความจริง... หรือว่าท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ไม่ชอบฟังความจริงจากปากลูกน้องคนนี้ล่ะครับ"
"ปากเก่ง..." คีรินพึมพำลอดไรฟัน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกก้าว จนแผ่นหลังของเหนือฟ้าเกือบจะแนบชิดกับกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง "รู้ไหมว่าความปากเก่งของคุณเนี่ย... มันทำให้ผมอยากลงโทษด้วยวิธีไหนมากที่สุด"
คำขู่คุกคามที่มาพร้อมกับแววตาพราวระยับทำเอาเหนือฟ้าต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาถอยหลังจนมุม ไหล่ชนเข้ากับกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่มือหนาของอีกฝ่ายยกขึ้นวางทาบบนกระจก กั้นกักเขาไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้หายใจติดขัด ความเย็นของกระจกด้านหลังตัดกับไออุ่นแผดเผาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้าได้อย่างลงตัว เหนือฟ้าเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่นิ้วเรียวของคีรินกลับเอื้อมมาเชยคางมนให้กลับมาสบตากันตรงๆ
"มองหน้าผม... เหนือฟ้า" น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยล้อเล่น "ที่คุณทำเป็นเก่ง ทำเป็นไม่แคร์ ทำเป็นผลักไสผมออกไปตลอดเวลา... รู้บ้างไหมว่ามันทรมานผมแค่ไหน"
ดวงตาของเหนือฟ้าไหววูบไปชั่วขณะ เขาอ้าปากจะเถียงตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อได้เห็นความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่งและมาดขรึมของประธานหนุ่ม
"ผมไม่ใช่คนพูดเก่ง..." คีรินระบายลมหายใจยาว ความกดดันทั้งหมดเปลี่ยนเป็นความเวิ้งว้างลึกล้ำ "คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง... หวงความส่วนตัว เกลียดความวุ่นวาย และไม่เคยสนใจใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ทั้งนั้น จนกระทั่ง..."
นิ้วที่เชยคางเปลี่ยนเป็นสัมผัสแผ่วเบาไล้กรอบแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ตัวตนของคนตรงหน้าจะสลายหายไป
"...จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม เหนือฟ้า" คีรินสบตาเขานิ่ง ประโยคถัดมาถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยแต่มั่นคงอย่างที่สุด "คุณพังกำแพงทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี ทำให้ผมหึงอย่างไร้เหตุผล ทำให้ผมกระวนกระวายใจเวลาที่คุณไปยิ้มให้คนอื่น และทำให้ผมรู้ว่า... โลกทั้งใบของผมมันมีความหมายก็ต่อ1เมื่อมีคุณอยู่ตรงนี้"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นระรัวแข่งกัน เหนือฟ้าอึ้งไปสนิท สมองที่เคยประมวลผลคำพูดโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลน คำบอกรักที่ซ่อนอยู่หลังความเย็นชามาตลอดถูกเปิดเปลือยออกจนหมดสิ้น ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างราบคาบ
"คุณ..." เหนือฟ้ากระซิบเสียงสั่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย..."
"ผมไม่ได้บ้า" คีรินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีไว้เพื่อเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "ผมตั้งสติมานานมากแล้ว... และนี่คือความจริงที่ผมอยากให้คุณฟังให้ชัดเจน"
ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรินริมฝีปากของกันและกัน ความใกล้ชิดนี้ละลายกำแพงทิฐitทั้งหมดที่เหนือฟ้าสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา
"ผมรักคุณ... เหนือฟ้า"
คำสารภาพที่รอคอยถูกเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ทรงพลัง และจริงจังเสียจนหัวใจของคนฟังแทบหยุดเต้น เหนือฟ้าหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความรู้สึกอัดอั้นทั้งมวลได้รับการปลดปล่อยในวินาทีนี้เอง
เหนือฟ้าลืมตาขึ้น สบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและคลั่งรัก ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้า เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่คีรินเคยเห็นมาในชีวิต
"รู้ตัวช้าจิงๆ นะครับ..." เหนือฟ้าหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา มือเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของอีกฝ่าย "รู้ไหมว่าผมต้องทนรำคาญความปากแข็งของคุณมานานแค่ไหน"
คีรินหัวเราะในลำคออย่างโล่งอก ก่อนจะโน้มใบลงมาประทับริมฝีปากนุ่มลงบนกลีบปากของคนปากแข็งอย่างแผ่วเบaและลึกซึ้ง มันเป็นการจูบที่ไม่มีการรุกราน มีเพียงความโหยหา ความรัก และคำสัญญาที่ไร้เสียงแต่สื่อสารถึงกันได้อย่างชัดเจน
รสชาติของกาแฟเข้มข้นเจือจางลงด้วยความหวานล้ำที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจ เหนือฟ้ายอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับสัมผัสนั้น วงแขนเรียวเกี่ยวรั้งลำคอของประธานหนุ่มให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีก เพื่อซึมซับความอบอุ่นที่รอคอยมาเนิ่นนาน
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงสัญญาณเตือนภัยอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนหวานนั้น
*ติ๊ง!*
เสียงกดกริ่งหน้าประตูปิดตายดังขึ้นก้องเพนต์เฮาส์ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วกระชั้นชิดที่บ่งบอกถึงความร้อนรนของผู้มาเยือน
คีรินผละริมฝีปากออกช้าๆ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญเช่นนี้
เหนือฟ้าหอบหายใจเบาๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววสงสัยระคนประหลาดใจเมื่อมองไปยังทิศทางของประตูทางเข้า
หน้าจออินเตอร์คอมข้างผนังติดสว่างขึ้น ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูที่คุ้นตา กำลังยืนส่งยิ้มระรื่นด้วยแววตาเจ้าเล่ห์... รินรดา ยืนอยู่หน้าประตูห้องของพวกเขาในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยดีเสมอมานะครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 34
คำบอกรักที่รอคอย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!