“เข้ามาได้ถูกจังหวะดีนี่ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่หนักอึ้งราวกับตะกั่ว เขาไม่ได้ขยับกายไปไหน แต่ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกลับหรี่ลงจ้องมองร่างโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูที่บิดเบี้ยว เหนือฟ้าขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ พลางกระชับเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยของตัวเองให้เข้าที่
รินรดาไม่ตอบ แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานกลับฉายแววอาฆาต เธอเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลชวนวิงเวียนไม่ได้ทำให้บรรยากาศดีขึ้นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้ความรู้สึกอึดอัดพุ่งสูงขึ้นจนแตะเพดาน
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วคีรินจะหันมามองหรือไง” เหนือฟ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหยามหยัน “วิธีพังประตูเข้ามาแบบนางร้ายละครหลังข่าว... มันเชยไปแล้วนะคุณรินรดา”
“หุบปากไป เหนือฟ้า” รินรดาแผดเสียง พลางจ้องมองคีรินด้วยสายตาตัดพ้อ “คุณโกหกฉันว่ามีประชุมด่วน แต่ที่แท้ก็ขลุกอยู่กับคนประเภทนี้เนี่ยนะ?”
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันให้บรรยากาศรอบข้างดูเล็กลงไปถนัดตา “ฉันจะอยู่กับใคร มันก็เป็นสิทธิของฉัน ส่วนเธอ... นอกจากจะเสียมารยาทแล้ว ยังรุกล้ำความเป็นส่วนตัวเกินขอบเขตที่ฉันอนุญาตให้ไปมากแล้วนะ”
เหนือฟ้ามองแผ่นหลังกว้างของคีรินด้วยความรู้สึกที่สับสน เขายอมรับว่าคำพูดของคีรินเมื่อครู่มันฟังดูเข้าข้างเขา แต่มันจะเป็นความจริง หรือเป็นแค่การแสดงละครเพื่อให้เขาสายใจตายใจกันแน่? ในโลกของมาเฟียที่มีแต่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ใครจะไปรู้ว่าการปกป้องครั้งนี้มีเดิมพันเป็นอะไร
“เชื่อเขาสิ เหนือฟ้า” รินรดาหันมาหาเขา มุมปากเหยียดหยาม “ผู้ชายคนนี้เก่งเรื่องการสร้างภาพจะตายไป วันนี้เขาอาจจะดูปกป้องคุณ แต่ถ้าวันไหนคุณหมดค่า... คุณก็แค่เศษขยะที่ถูกเขาทิ้งไว้ข้างทางเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ”
คำพูดนั้นจี้เข้าที่ใจดำของเหนือฟ้าพอดี เขารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจให้ร่วงหล่น ความหวาดระแวงที่เขาสั่งสมมาตลอดเริ่มก่อตัวเป็นกำแพงสูงชันอีกครั้ง
“ผมไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะเชื่อทุกคำที่เขาพูดหรอกครับ” เหนือฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สายตาของเขาเลื่อนไปสบกับคีรินชั่วครู่ “และผมก็ไม่ได้หวังว่าใครจะมาคอยดูแลไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณ... ต่อให้เขาจะแย่แค่ไหน เขาก็ดีกว่าคนขี้แพ้ที่ต้องเที่ยวตามราวีชาวบ้านเพื่อเรียกร้องความสนใจ”
“แก!” รินรดาง้างมือหมายจะตบ แต่คีรินไวกว่า เขาก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้หญิงสาวหน้าถอดสี
“ไปซะ” คีรินออกคำสั่ง เสียงนั้นนิ่งสนิท แต่ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนลุก “อย่าให้ฉันต้องเรียกบอดี้การ์ดมาลากเธอออกไป มันจะดูไม่ดีถ้าประวัติของเธอต้องมีชื่อติดแบล็กลิสต์ของตระกูลฉัน”
รินรดาสะบัดตัวออกด้วยความโกรธแค้น เธอจ้องมองทั้งคู่สลับกันด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังก้องสะท้อนความตึงเครียดที่ยังไม่จางหาย
ห้องกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง คีรินหันกลับมาหาเหนือฟ้า ทว่าคนตัวเล็กกว่ากลับเดินถอยหลังไปยืนห่างออกไปหลายช่วงตัว
“คุณจะพูดอะไรก็เชิญครับ” เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นก่อนที่คีรินจะได้อ้าปาก “แต่ช่วยอย่าทำให้ผมดูเหมือนคนโง่ที่เชื่อเกมของคุณเลย ผมรู้ว่าที่ทำไปเมื่อกี้มันคือการแสดงเพื่อรักษาเกียรติของมาเฟียที่ชื่อคีริน ไม่ใช่เพราะคุณแคร์ผมจริงๆ”
คีรินชะงัก สายตาที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็นวูบไหวเพียงชั่วครู่ “นั่นคือสิ่งที่เธอคิดเหรอเหนือฟ้า?”
“ผมไม่ใช่นักแสดง ผมอ่านใจใครไม่เก่งหรอกนะ” เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ “แต่ผมรู้วิธีเอาตัวรอด... และวิธีที่ดีที่สุด คือการไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดเมื่อยามที่คุณกำลังกดผมไว้ใต้ฝ่าเท้า”
คีรินก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว เหนือฟ้าถอยหลังจนชนเข้ากับผนังห้องจนได้ คีรินใช้แขนข้างหนึ่งกั้นทางหนีเอาไว้ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อบอุ่น
“ถ้าฉันบอกว่า นี่ไม่ใช่เกม... และฉันกำลังพยายามจะทำลายกำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาเองเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เธอมากกว่านี้ล่ะ” คีรินกระซิบ น้ำเสียงของเขาดูสั่นไหวอย่างที่เหนือฟ้าไม่เคยได้ยินมาก่อน
“กำแพงน่ะ... มันพังไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ” เหนือฟ้าแค่นยิ้ม แต่ดวงตากลับรื้นไปด้วยความเจ็บปวด “พังเพราะคนของคุณ พังเพราะความไม่ไว้ใจของคุณ... และพังเพราะตัวผมเองที่ดันไปหวังอะไรลมๆ แล้งๆ กับคนอย่างคุณ”
คีรินเชยคางคนตรงหน้าขึ้นให้สบตา “งั้นก็พังมันให้หมดเลยสิ... พังทั้งกำแพงของฉัน และกำแพงในใจของเธอ แล้วเรามาดูกันว่าหลังจากไม่มีอะไรกั้นขวางแล้ว เราจะยังเกลียดกันลงอยู่ไหม”
เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เหนือฟ้ากลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความสับสนตีรวนอยู่ในสมอง แต่ทว่าร่างกายกลับทรยศด้วยการไม่ขยับหนี
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นสอดประสานและดูเหมือนกำแพงสุดท้ายกำลังจะพังทลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานประตูที่ห้อยร่องแร่งแทบจะหลุดออกมา
“คุณคีรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่คลังสินค้าแล้วครับ พวกฝ่ายตรงข้ามบุกเข้ามากะทันหัน พวกเราต้านไว้ไม่ไหวแล้วครับ!”
คีรินชะงัก กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาที่สำคัญที่สุดเช่นนี้ เขาหันไปมองประตูห้องที่พังเสียหาย ก่อนจะหันกลับมาสบตาเหนือฟ้าอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความคลั่งรักเป็นความเฉียบขาดของนักรบในเสี้ยววินาที
“อยู่ที่นี่” คีรินกำชับเสียงเข้ม “อย่าออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา... เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต”
เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เหนือฟ้ายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง ในขณะที่หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้น... ไม่ใช่กังวลเรื่องตัวเอง แต่เขากลับรู้สึกกลัว... กลัวว่าคีรินที่เพิ่งจะเผยความในใจออกมา จะต้องเจอกับอะไรที่หนักหนากว่าการปะทะฝีปากในห้องนี้
สเปซโอเดสซีย์หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางครั้งนี้ไปกับผมนะครับ ขอบพระคุณครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 22
กำแพงที่ยังพังไม่หมด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!