แก้วไวน์ทรงสูงในมือของเหนือฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย ตามจังหวะการหัวเราะรơiรื่นของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบที่ยืนประชิดโต๊ะทำงานของเขา
"ผมว่าโปรเจกต์นี้ ถ้าได้คุณเหนือฟ้ามาช่วยดูแลร่วมกัน น่าจะราบรื่นกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ" ปกรณ์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจทิ้งช่วงเว้นระยะให้มีความสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป แถมดวงตาคมคายคู่นั้นยังพราวระยับราวกับกำลังจีบกันจะแจ้งกลางสำนักงาน
เหนือฟ้าหัวเราะในลำคออย่างเป็นกันเอง ดวงตากลมโตโค้งขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ปากบางเอื้อนเอ่ยปฏิเสธอย่างนิ่มนวลแต่ทิ้งช่องว่างให้ชวนค้นหา "คุณปกรณ์นี่ก็ปากหวานตลอดเลยนะครับ ระวังแฟนตัวจริงมาได้ยินเข้า ผมจะซวยเอา"
"ไม่มีแฟนสักหน่อย โสดสนิท... และกำลังมองหาคนรู้ใจอยู่พอดีครับ"
บทสนทนาอันแสนออกรสออกชาติกำลังจะดำเนินต่อไป หากไม่ติดว่าเงาทะมึนของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังของปกรณ์เสียก่อน บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นพลันลดฮวบลงจนติดลบ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาใหม่จนปกรณ์ต้องชะงักและหันกลับไปมองด้วยความฉงน
คีรินยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่คมกริบกลับดูลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าห้วงมหาสมุทรยามพายุโหมกระหน่ำ รังสีความหึงหวงแผ่ออกมาทางรอยหยักตรงหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่ปิดบัง
"ถ้าเวลาในเวลางานมันเหลือเฟือขนาดมายืนหยอดคำหวานใส่พนักงานคนอื่น ผมว่าเอาเวลาไปทบทวนตัวเลขงบประมาณในส่วนของคุณดีกว่าไหมครับ คุณปกรณ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ แต่กลับทรงพลังกดดันจนปกรณ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและหวงพื้นที่ส่วนตัวเป็นที่หนึ่ง ปรายตามองผู้จัดการฝ่ายการตลาดด้วยแววตาที่พร้อมจะเชือดเฉือนให้ขาดใจตายไปข้าง
"เอ่อ... ท่านประธานครับ ผมแค่..." ปกรณ์พยายามจะแก้ตัว
"ผมไม่ได้สั่งให้คุณอธิบาย" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนปกรณ์ต้องรีบโค้งตัวขอตัวแล้วเดินเลี่ยงหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
เหนือฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยังคงยืนค้ำหัวอยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่คมของประธานหนุ่มจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับเสือดาวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อผู้บังอาจไปปันใจให้ตัวอื่น
"ทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารแต่เช้าเลยนะครับท่านประธาน ใครไปเหยียบหางคุณเข้าอีกาล่ะเนี่ย" เหนือฟ้าเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายจนเหนือฟ้าต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้พื้นที่หายใจรอบตัวแคบลงถนัดตา
"เมื่อกี้คุยอะไรกัน ดูท่าทางจะสนุกสนานออกรสออกชาติเสียเหลือเกินนะ" คีรินกัดฟันพูดทีละคำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เพิ่งใช้ส่งยิ้มหวานให้กับไอ้หน้าอ่อนคนเมื่อครู่อย่างไม่สบอารมณ์
"ก็คุยเรื่องงาน... แล้วก็เรื่องส่วนตัวนิดหน่อยครับ พอดีคุณปกรณ์เขาน่ารัก ชวนคุยเก่งแถมยังโสดสนิทด้วย ฟังแล้วก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะครับว่าไหม" เหนือฟ้าจงใจยั่วโมโห แกล้งทำเป็นไหวไหล่ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นระรัวกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้
"น่าสนใจมากงั้นเหรอ?" คีรินโน้มตัวลงต่ำ มือหนาวางทราบลงกับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเหนือฟ้าไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "อยากลองไปคบกับมันดูไหมล่ะ เดี๋ยวผมเซ็นอนุมัติย้ายแผนกให้ทันทีเลยดีไหม"
น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความหึงหวงที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ แต่แววตากลับฟ้องชัดเจนว่าเปลวไฟแห่งความโกรธกำลังแผดเผา
เหนือฟ้าใจกระตุกวูบกับความใกล้ชิด แต่วาจายังคงคมกริบไม่เป็นรอง "ทำไมครับ หึงผมเหรอ?"
"หึง?" คีรินทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันแต่แฝงความคลั่งรัก "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยเหนือฟ้า ผมแค่ไม่อยากให้คนในปกครองของผมไปยืนทำตัวไร้สาระให้ใครเขาดูถูกต่างหาก"
"ปากแข็งชะมัด" เหนือฟ้าสบถเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่ยอมหลบสายตา "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำหน้าเหมือนคนอกหักแบบนี้ทำไมล่ะครับ? หรือว่ากลัวผมจะปันใจไปให้คนอื่นจนไม่มีใครคอยรองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณกันแน่"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คีรินชะงัก ดวงตาคมวับวาวด้วยประกายอารมณ์ที่ซับซ้อน ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงวดไว้ภายใต้ความเย็นชามานานนับแรมเดือนพรั่งพรูขึ้นมาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือหนาเลื่อนขึ้นจับคางมนของอีกฝ่ายให้เงີบขึ้นรับสัมผัส บังคับให้เหนือฟ้าต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้น
"ปากดีนักนะ... ถ้าผมจะลงโทษคนปากเก่งอย่างคุณสักครั้ง คุณคิดว่าผมจะทำอะไรได้บ้างล่ะ เหนือฟ้า" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ความเร่าร้อนที่แฝงมากับสัมผัสทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาทันตาเห็น
เหนือฟ้าหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อดับชนวนความขัดแย้ง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"คีรินคะ! รินมีเรื่องสำคัญจะ..."
เสียงแหลมใสของรินรดาที่ดังแทรกขึ้นมากลางคันทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว คีรินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเย็นชาดังเดิมด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
เหนือฟ้าหันไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงประตู รินรดากำลังกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาริษยาและตกใจ ก่อนที่หญิงสาวจะส่งยิ้มหวานหยดแล้วเดินตรงเข้ามาหาคีรินโดยไม่สนใจสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
"รินติดต่อคุณไม่ได้เลยค่ะ เลยต้องมาหาที่นี่ด้วยตัวเอง พอดีคุณพ่อท่านฝากเอกสารสำคัญ..." รินรดาชูแฟ้มในมือขึ้น ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากของเหนือฟ้าที่กำลังมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความขบขัน
เหนือฟ้าไหวไหล่เบาๆ เตรียมจะลุกขึ้นถอยฉากออกไปปล่อยให้สองคนเคลียร์กันตามประสาคนเคยสนิท แต่ทว่า...
ข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเหนือฟ้าก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จดินเนอร์สุดหรูเมื่อคืนวาน... ระหว่างคีรินกับรินรดา พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากเบอร์ปริศนาว่า
*"ระวังตัวไว้ให้ดี คนที่เธอคิดว่ารัก... เขายังไม่เคยลืมคนเก่า"*
เหนือฟ้าชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตหันกลับไปจ้องมองคีรินที่กำลังยืนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา
สเปซโอเดสซีย์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับปมระทึกขวัญในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 13
เพราะหึงจึงออกลาย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!