พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 12

ศัตรูหัวใจปรากฏตัว

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
แฟ้มเอกสารในมือถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น จนกาแฟในแก้วเซรามิคสีดำสนิทของเหนือฟ้ากระฉอกออกมาเล็กน้อย กลิ่นออฟฟิศยามบ่ายที่ควรจะอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ ถูกทำลายลงด้วยเงาร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ "ฉันคิดว่าคุณจะฉลาดพอที่จะรู้ตัวว่าควรอยู่ตรงไหน" น้ำเสียงแหลมสูงที่พยายามดัดให้ฟังดูนุ่มนวลแต่เจือไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดังขึ้นพร้อมกับที่รินรดากอดอกมองหน้าเขาด้วยสายตาราวกับกำลังมองเศษฝุ่น เหนือฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันหล่อนอยู่สามวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ ปิดฝาปากกาซึมในมืออย่างใจเย็น แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาจะสรรหามาได้ "ถ้าความฉลาดในความหมายของคุณ คือการมายืนกรีดก ร่างกายและส่งเสียงน่ารำคาญในเวลาทำงานของคนอื่น ผมคงต้องขอตัวเลือกความโง่ดีกว่าครับ คุณรินรดรา" เหนือฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบทุกพยางค์ "ว่าแต่... ลืมหยิบบัตรผ่านประตูแขกมาด้วยเหรอครับ ถึงต้องใช้ความพยายามสูงในการเดินมาหาผมถึงโต๊ะทำงานส่วนตัวขนาดนี้" ใบหน้าสวยที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตกระตุกวูบ ดวงตาคมกริบของรินรดาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ หล่อนไม่เคยถูกพนักงานระดับล่างตอกหน้ากลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาแบบนี้มาก่อน ยิ่งคิดว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่คีริน ประธานบริษัทผู้เย็นชาและเข้าถึงยากคนนั้น ถึงกับยอมลดกำแพงลงมาพัวพันด้วย ความอิจฉาริษยาก็ยิ่งแผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว "อย่ามาปากดีให้มากนักนะ เหนือฟ้า!" รินรดาโน้มตัวลงมา ใช้มือเรียวค้ำโต๊ะทำงานของเขาเพื่อลดระยะห่าง "นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกันเชียว? เป็นแค่เด็กเส้นที่เข้ามาเกาะคีรินกินไปวันๆ คิดเหรอว่าผู้ชายอย่างเขาจะจริงจังกับคนไร้ค่าอย่างนาย? เขาเบื่อเมื่อไหร่ นายก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนรองเท้าเก่าๆ เท่านั้นแหละ!" เหนือฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาทีกับคำพูดที่จี้ใจดำ แต่ภายนอกเขายังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ไม่มีประโยชน์ที่จะแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็น โดยเฉพาะศัตรูที่ไม่มีมารยาทคนนี้ "อืม... ฟังดูมีเหตุผลนะครับ" เหนือฟ้าพยักหน้ารับช้าๆ น้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "แต่ต่อให้ผมจะเป็นแค่รองเท้าเก่าในสายตาเขา อย่างน้อยตอนนี้ผมก็เป็นรองเท้าที่อยู่บนชั้นวางในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธาน... ไม่ใช่รองเท้าที่ถูกโยนทิ้งไว้หน้าห้องแบบคุณหรอกครับ" "กรี๊ด! นายนี่มัน...!" รินรดาหมดความอดทน มือเรีย้าง้างขึ้นหมายจะตวัดลงบนใบหน้าเนียนใสของอีกฝ่ายให้หายแค้น หมับ! ทว่า ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาของใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศเสียก่อน แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดจนรินรดาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อหล่อนหันไปมองเจ้าของมือปริศนา ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว คีรินยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มแผ่รังสีความเย็นชาและน่ากลัวออกมาจนอุณหภูมิรอบโต๊ะทำงานลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดสนิทไร้ซึ่งแววตาปรานี ราวกับยมทูตที่เพิ่งก้าวออกมาจากความมืด "คุณกำลังทำอะไร รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา เรียบเฉยแต่น่ากลัวจนทำให้บรรยากาศรอบข้างหยุดนิ่ง "ค... คีรินคะ" รินรดาหน้าซีดเผือด รีบดึงมือตัวเองกลับ น้ำเสียงสั่นเครือทันที "คือว่า... รินแค่... ผู้ชายคนนี้พูดจาไม่ให้เกียรติรินก่อนนะคะ เขา..." "ผมเห็นทุกอย่าง" คีรินตัดบทเสียงเฉียบขาด เขาไม่ได้ชายตามองหญิงสาวแม้แต่น้อย สายตาคู่คมก้าวผ่านร่างของรินรดาไปหยุดนิ่งอยู่ที่เหนือฟ้า ที่ตอนนี้กำลังนั่งไขว่ห้างมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "และห้องทำงานของผม... ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะเข้ามาอาละวาดตามอำเภอใจ" "แต่ว่าเขากำลังหยามรินนะคีริน! คุณจะเข้าข้างเด็กนี่เหรอคะ ทั้งที่เรา..." "เราจบกันไปนานแล้ว รินรดา" คีรินพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและไร้เยื่อใยที่สุด "และถ้าคุณยังไม่อยากให้บริษัทของคุณต้องสูญเสียสัญญาโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดในปีนี้ กรุณาออกไปจากชั้นนี้ซะ... เดี๋ยวนี้" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความอับอายและเคียดแค้นตีรวนขึ้นมาในอก หล่อนหันไปถลึงตาใส่เหนือฟ้าด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นสูงจากไปท่ามกลางความเงียบงันของพนักงานทั้งแผนกที่แอบลุ้นระทึกอยู่ห่างๆ เมื่อร่างของหญิงสาวลับสายตาไป ความตึงเครียดในอากาศก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เหนือฟ้าถอนหายใจยาวเหยียด ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเผชิญหน้ากับประธานหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม "ขอบคุณครับที่ช่วยตัดรำคาญให้" เหนือฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดประชดนิดๆ "แต่ความจริงผมจัดการเองได้ คุณไม่น่าเปลืองแรงเลยนะครับ ท่านประธาน" คีรินไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเหนือฟ้าช้าๆ จนแผ่นหลังของคนตัวบางชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลัง บังคับให้เหนือฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย รัศมีกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ลมหายใจของเหนือฟ้าสะดุดไปเล็กน้อย "ใครบอกว่าผมช่วยคุณเพราะเรื่องงาน" คีรินโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ชิดริมหูจนขนลุกซู่ "ผมแค่ไม่ชอบ... ให้ใครมาแตะต้องของๆ ผมต่างหาก" เหนือฟ้าใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่กับคำว่า 'ของๆ ผม' ที่อีกฝ่ายจงใจเน้นเสียง ประKariตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจนจนน่ากลัว ก่อนที่เหนือฟ้าจะทันได้อ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดคมๆ ตามนิสัย ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากชั้นบนสุดก็เกิดเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของคีรินที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาด้วยความเร่งรีบ "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางห้องควบคุมระบบแจ้งว่า มีบุคคลปริศนากำลังเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลลับของบริษัท และไฟล์เอกสารโครงการสำคัญทั้งหมดกำลังถูกดาวน์โหลดออกไปครับ!" คีรินชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที ความตึงเครียดระลอกใหม่พุ่งทะยานขึ้นมาในพริบตา เหนือฟ้าขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่นในหัว ทว่า... ในวินาทีที่คีรินหันกลับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลขานุการ เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเหนือฟ้าก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นภาพถ่ายของบางสิ่ง... ภาพถ่ายของเอกสารลับสุดยอดที่เพิ่งถูกส่งมาจากเบอร์แปลกปลอม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเหนือฟ้าเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที: *“ของขวัญต้อนรับ... แฟนคุณสินะ น่าสนุกดีนี่”* สเปซโอเดสซีย์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับปมระทึกขวัญในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%