พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 17

ความสุขที่สั้นเกินไป

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกระดาษหนาหนักกระทบผิวโต๊ะกระจกใส ดังสะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว รินรดาไม่ได้มาเพื่อเจรจา และเธอไม่ได้ซ่อนเร้นความสะใจไว้ใต้รอยยิ้มมุมปาก ภาพถ่ายใบบนสุดที่โผล่พ้นปากซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา คือภาพถ่ายโคลสอัปในมุมอับสายตาของลานจอดรถใต้ดิน—ภาพที่เหนือฟ้ากำลังยืนรับรอยยิ้มและสร้อยข้อมือเพชรจากคีรินเมื่อสองวันก่อน "คุณคิดว่าตัวเองยืนอยู่ตรงจุดไหนของเกมนี้เหรอคะ เหนือฟ้า" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยพิษสง เธอยืนกอดอก มองหนุ่มออฟฟิศรุ่นน้องด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง นัยน์ตาคมกริบของเหนือฟ้ากวาดมองภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดในวันที่ความสัมพันธ์กำลังอบอุ่นจนเกือบจะหลอมละลาย เหนือฟ้าไม่ได้ถอยหลังหนี เขายืดตัวตรงขึ้นช้าๆ ปรายตามองรินรดาด้วยรอยยิ้มเยдяที่มุมปาก—รอยยิ้มที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นจากคนที่เพิ่งถูกตลบหลังด้วยข่าวฉาว "ยืนอยู่ในจุดที่ทำให้คุณต้องหอบหลักฐานชั้นต่ำพวกนี้มาฟ้องผมด้วยตัวเองไงครับ คุณรินรดา" เหนือฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงัก "ถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ทำไมคนที่นั่งอยู่ในห้องทำงานนี้ถึงไม่ใช่คีรินล่ะครับ... หรือว่าเขาเบื่อจนไม่อยากแม้แต่จะเสียเวลาฟังคุณอธิบายแล้ว" "ปากดี!" รินรดาหน้าเสียไปวูบหนึ่ง ก่อนจะเค้นหัวเราะออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "คิดว่าเขาจะปกป้องคุณไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไง ผู้ชายอย่างคีริน... เขารักษาชื่อเสียงและตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด ข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าจะทำให้รู้ว่าคนอย่างคุณมันก็แค่เครื่องมือแก้เหงาชั่วคราว!" ปัง! เสียงเปิดประตูห้องทำงานกระแทกผนังดังสนั่น ไม่ใช่เพราะแรงลม แต่เพราะฝ่ามือของเจ้าของห้องที่ผลักมันเข้ามาด้วยความเร็ว ทว่าสีหน้าของคีรินในตอนนี้กลับมืดมนยิ่งกว่าพายุฝน รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันไปมองคนที่เธอเพิ่งเอ่ยถึงด้วยแววตาไหวระริก ทว่าสิ่งที่เธอกลับได้รับ ไม่ใช่ความอ่อนโยน หรือแม้แต่การเหลียวแลจากดวงตาคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในนี้... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นกดต่ำจนน่าขนลุก คีรินก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวราศีของนักล่าที่พร้อมจะขยี้ทุกสิ่งที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น ความกดอากาศรอบตัวทำให้รินรดาต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "คีร์... รินแค่... รินแค่เอาเอกสารนี่มาเตือนคุณค่ะ ว่าตอนนี้คนอื่นเขากำลังพูดถึงเรื่องของคุณกับเด็กนี่กันยังไงบ้าง" รินรดาพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ พยายามยกความหวังดีปลอมๆ ขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง คีรินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซองเอกสารสีน้ำตาล เขาไม่แม้แต่จะเหลือบแลภาพถ่ายพวกนั้น สายตาคมปลาบจับจ้องอยู่ที่รินรดาเพียงคนเดียว มุมปากของเขาหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "เรื่องของฉัน... รินรดา... เธอเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่ามันเป็นเรื่องของคนอื่น" คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว จนเธอต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ "แล้วก็จำใส่สมองเอาไว้ให้ดี ว่าต่อให้ข่าวพวกนี้จะหน้าหนึ่งหรือหน้าสิบล้าน เหนือฟ้าก็ไม่ใช่เครื่องมือแก้เหงา... แต่เขาคือคนเดียวที่ฉันอนุญาตให้ยืนอยู่ข้างฉัน" คำพูดนั้นหนักแน่นและเฉียบขาดราวกับประกาศิต เหนือฟ้าที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ถึงกับหัวใจกระตุกวูบ ความอุ่นวาบสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่กลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ภายนอกเขาจะยังตีสีหน้านิ่งเฉย แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันไว้ข้างลำตัวกลับเริ่มชื้นเหงื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความอับอายและริษยาตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ "คุณหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วสินะคีร์! ระวังเถอะ... สักวันมันจะแว้งกัดคุณจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!" "ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ" เหนือฟ้าแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "แต่เรื่องกระดูกของผมน่ะ... คงไม่ต้องรบกวนให้คุณมาช่วยเก็บหรอกครับ เพราะคนดูแลเขาก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว" คีรินเหลือบสายตากลับมามองคนพูดแวบหนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะหันไปตวัดสายตาดุดันใส่อดีตคู่ควงอีกครั้ง "ออกไปจากห้องของฉัน... และอย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าเธอที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความแค้นเคือง เธอกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก แล้วสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว ประตูห้องปิดลงตามหลังพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมาอีกครั้ง บรรยากาศในห้องตึงเครียดอยู่ครู่ใหญ่ เหนือฟ้าถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปมองวิวนอกกระจกเพื่อซ่อนร่องรอยความหวั่นไหวในแววตา แต่แล้วข้อศอกของเขาก็ถูกรั้งด้วยมือหนาของอีกฝ่าย คีรินดึงตัวเขากลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว "มองหน้าฉัน" เสียงทุ้มสั่งเบาๆ แต่จริงจัง เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตา ปะทะเข้ากับนัยน์ตาคมที่ฉายแววความกังวลซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา "อะไรอีกครับ ประธานคีริน... จะมาดุอะไรผมเรื่องรับของจากคุณอีกรึไง" "เปล่า" คีรินตอบสั้นๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของอีกฝ่ายแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลจนเหนือฟ้าต้องชะงักค้างไป "ฉันแค่กำลังคิดว่า... ฉันควรจะจัดการกับข่าวพวกนั้นยังไงดี เพื่อไม่ให้แมวพยศแถวนี้ต้องมานั่งเครียดอยู่คนเดียว" "ผมไม่ได้เครียดสักหน่อย..." เหนรฟ้าเถียงเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่มองทะลุเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ผมแค่รำคาญ" "งั้นเหรอ..." คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของเหนือฟ้าเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกในอก "ถ้ารำคาญนัก... ทำไมไม่หาอะไรทำลายความรำคาญซะล่ะ" เหนือฟ้ายังไม่ทันได้อ้าปากเถียง คีรินก็ขยับริมฝีปากเข้ามาประชิดริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สัมผัสอุ่นละมุนที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและเรียกร้องทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมของเหนือฟ้าหลุดลอยหายไปชั่วขณะ มือเรียวเผลอยกขึ้นกำเสื้อชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังหวานล้ำและดึงดูดใจจนยากจะถอนตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของเลขานุการส่วนตัวที่หน้าตาตื่นตระหนก "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ตอนนี้แฮกเกอร์นิรนามปล่อยคลิปเสียงสนทนาลับระหว่างคุณกับคุณรินรดาลงในระบบเครือข่ายภายในของบริษัทแล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%