พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 25

พายุที่กำลังก่อตัว

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"อ้าว... ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับ ท่านประธาน... หรือว่าผมมาผิดเวลา?" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มผู้มาใหม่เจือแววเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง รอยยิ้มมุมปากของเขาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีริน เหนือฟ้าชะໍะค้างมือที่กำลังดึงเนคไทออกจากข้อมือของร่างสูง ดวงตาคู่คมตวัดมองผู้มาเยือนทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ปกรณ์... กรรมการบริหารฝ่ายกลยุทธ์ผู้ไม่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับคีรินเลยสักครั้ง และตอนนี้... เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังรินรดา หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงที่ส่งยิ้มหวานหยดมาให้เหนือฟ้าอย่างมีความหมาย ห้องทำงานที่เคยเป็นอาณาจักรส่วนตัวของประธานหนุ่ม บัดนี้กลับคล้ายเวทีประลองยุทธ์ขนาดย่อม กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของคีรินแผ่ขยายปกคลุมจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ทว่าดวงตาคมกริบของเจ้าของห้องกลับไม่ได้มองปกรณ์เลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นกำลังตรึงอยู่กับใบหน้าของเหนือฟ้า นิ่งสนิท ทว่าลุ่มลึกและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา "คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เดินเข้ามาในห้องนี้โดยไม่เคาะประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ ปกรณ์" คีรินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากดดันเสียจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย ปกรณ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่โดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองเหนือฟ้าที่ยังคงยืนค้างอยู่ในระยะประชิดกับคีริน ก่อนจะเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะที่ถูกเปิดค้างไว้ "ผมก็แค่ผ่านมาทำธุระแถวนี้... แล้วบังเอิญได้ยินเรื่องสนุกๆ เข้า" ปกรณ์ปรายตามองรินรดาที่เดินตามเข้ามาสมทบ "อีกอย่าง ผมคิดว่าเรื่องที่ผมกับคุณรินรดากำลังจะนำเสนอ น่าจะทำให้ท่านประธานสนใจมากกว่าเรื่องส่วนตัวพวกนี้เสียอีก" เหนือฟ้าขยับตัวถอยหลังเว้นระยะห่างจากคีรินอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ สมองอันรวดเร็วประมวลผลทันที การปรากฏตัวพร้อมกันของปกรณ์และรินรดาในยามวิกาลเช่นนี้... ไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน รินรดาก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอฉาบด้วยความมั่นใจเกินร้อย มือเรียวบางวางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานของคีริน เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้เนื้อดีดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน "สวัสดีค่ะท่านประธาน... และสวัสดีค่ะคุณเหนือฟ้า" รินรดาทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จงใจเน้นคำว่า 'คุณเหนือฟ้า' เป็นพิเศษ เพื่อตอกย้ำสถานะที่เธอคิดว่าเหนือฟ้าเป็นเพียงคนนอก "หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานสำคัญนะคะ" เหนือฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชระคนทึ่งในความพยายาม "ถ้าสมองของคุณรินรดาใช้คิดเรื่องงานได้ครึ่งหนึ่งของเรื่องเสี้ยมคนอื่น บริษัทคู่แข่งคงเจริญไปถึงดาวอังคารแล้วล่ะครับ น่าเสียดาย... ที่คงได้แค่นั่งมองเขาเติบโต" รินรดาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... สมแล้วที่เป็นเด็กปั้นของท่านประธาน แต่ไม่รู้ว่าปากเก่งๆ แบบนี้ จะยังพูดออกอยู่หรือเปล่า หลังจากได้เห็นสิ่งนี้" เธอดันแฟ้มเอกสารสีดำไปตรงหน้าคีริน ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม แขนยาวข้างหนึ่งท้าวอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ ดวงตาคมกริบปรายตามองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยความรังเกียจราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูล ก่อนจะตวัดกลับมามองรินรดา "คิดว่าเอกสารขยะนี่ จะทำให้ฉันสนใจได้งั้นเหรอ รินรดา" คีรินเอ่ยเสียงเย็น "ไม่ใช่ขยะแน่ค่ะท่านประธาน..." ปกรณ์เป็นคนแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ "แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมทั้งหมด... โครงการ 'บลูโอเชียน' ที่คุณเหนือฟ้าพยายามผลักดันนักหนา แท้จริงแล้วกำลังจะทำให้บริษัทของเราสูญเสียเม็ดเงินลงทุนไปกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะข้อมูลเชิงลึกถูกส่งต่อให้คู่แข่งคนสำคัญอย่าง 'โครนอส กรุ๊ป' ไปเรียบร้อยแล้ว" สิ้นคำพูดของปกรณ์ บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่าเกมนี้สกปรกยิ่งกว่าที่คิด โครงการบลูโอเชียนเป็นโปรเจกต์ลับที่เขาและทีมงานทุ่มเทแรงกายแรงใจมาหลายเดือน ข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัสและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงอย่างแน่นหนา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้รายละเอียดเชิงลึก ดวงตาคมของเหนือฟ้าตวัดมองหน้าปกรณ์สลับกับรินรดาอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด... การที่ปกรณ์รู้เรื่องนี้ แสดงว่าต้องมีหนอนกระดอนอยู่ในทีม หรือไม่ก็... เอกสารชุดนี้ถูกก섬ขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเขาโดยเฉพาะ "ใส่ร้ายกันตื้นเขินสิ้นดี" เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กิริยาท่าทางที่นิ่งสงบกลับยิ่งทำให้ปกรณ์ขมวดคิ้วมุ่น "ข้อมูลโปรเจกต์บลูโอเชียนอยู่ในระบบที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ถ้าจะบอกว่าผมส่งต่อให้คู่แข่ง คุณช่วยแสดงหลักฐาน IP Address หรือร่องรอยการส่งออกที่ชัดเจนกว่ากระดาษปลอมๆ ในแฟ้มนั้นหน่อยสครับ" รินรดาหัวเราะเสียงแหลม "ปากแข็งจริงๆ นะคะคุณเหนือฟ้า... คิดว่าทำลายร่องรอยหมดแล้ว จะไม่มีใครสาวมาถึงตัวหรือไงคะ? ปกรณ์คะ... เปิดหน้าถัดไปให้ท่านประธานดูหน่อยสิคะ ว่าใครคือคนที่ลงชื่ออนุมัติการโอนถ่ายข้อมูลชุดสุดท้าย" ปกรณ์ยิ้มเยาะ เปิดแฟ้มเอกสารพลิกไปยังหน้าเป้าหมาย กระดาษแผ่นนั้นถูกดึงขึ้นมาโชว์หราต่อหน้าคีริน ลายเซ็นที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของเอกสาร... คือชื่อและลายมือของเหนือฟ้าอย่างไม่ผิดเพี้ยน เหนือฟ้ามองลายเซ็นนั้นด้วยแววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ลายเซ็นนั้น... เหมือนของเขาจนแยกไม่ออก แต่เขารู้ดีแก่ใจว่าตนเองไม่เคยเซ็นเอกสารฉบับนี้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด มือหนาของคีรินที่วางอยู่บนโต๊ะก็ขยับขึ้น ชายหนุ่มไม่ได้สนใจกระดาษแผ่นนั้นเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา ปิดมันลงอย่างช้าๆ เสียงกระดาษกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ คีรินเงยหน้าขึ้นสบตากับปกรณ์และรินรดา แววตาคู่นั้นไม่มีความตกใจ เจืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบ "จบหรือยัง?" คีรินเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ปกรณ์ขมวดคิ้ว "ท่านประธาน... นี่คือหลักฐานการทุจริตนะคับ! เหนือฟ้ากำลังทำลายบริษัทของเรา คุณจะนิ่งเฉยแค่เพราะ..." "เพราะฉันเป็นคนอนุมัติให้เหนือฟ้าเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดเอง... มีปัญหาอะไรไหม?" คีรินตัดบทขึ้นดะดือน ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าลูกน้องตัวดีอย่างเหยียดหยาม ปกรณ์และรินรดาถึงกับหน้าถอดสี รินรดาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ทะ... ท่านประธานหมายความว่ายังไงคะ? หรือว่าคุณ..." "แปลกใจเหรอที่ฉันรู้เรื่องทุกอย่าง?" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ข้างกายเหนือฟ้าอย่างปกป้อง ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางของเหนือฟ้าเบาๆ สื่อถึงความเป็นเจ้าของที่เด่นชัด "เกมตื้นๆ ที่พวกเธอร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมา คิดจริงๆ เหรอว่าจะตบตาฉันได้?" เหนือฟ้าแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคีริน หัวใจที่เคยกระตุกวูบเมื่อครู่กลับเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่... ผู้ชายคนนี้ ปกป้องเขาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าเย็นชาและรักษาระยะห่าง "ท่านประธานกำลังปกป้องคนผิดนะคะ!" รินรดาโพล่งออกมาด้วยความสติหลุด แผนการที่วางไว้พังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเจอความเด็ดขาดของคีริน "เอกสารนั่นมีลายเซ็น..." "ลายเซ็นปลอมที่พวกเธอจ้างคนมาปลอมขึ้นมาในเวลาไม่ถึงสัปดาห์เนี่ยนะ?" คีรินแค่นหัวเราะ ดวงตาคมจ้องมองปกรณ์ที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามขมับ "ปกรณ์... นายคิดว่าตำแหน่งกรรมการบริหารของนายมันมั่นคงพอที่จะเล่นเกมการเมืองสกปรกนี่รึเปล่า?" ปกรณ์ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สีหน้าซีดเผือก "ผม... ผมแค่นำข้อมูลที่ได้รับมาตรวจสอบ..." "เก็บเอกสารขยะของพวกนายแล้วไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจจากการไล่ออกเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาพยายามใส่ร้ายป้ายสีและทำลายชื่อเสียงบริษัท" คีรินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานี รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความแค้นเคือง เธอจ้องมองเหนือฟ้าด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะจำใจหันหลังเดินกระแทកส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้ ปกรณ์รีบเก็บแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วสาวเท้าตามออกไปแทบไม่ทัน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้า ร่างสูงของคีรินยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายเหนือฟ้า กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส เหนือฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสิบนาทีเต็ม เขากอดอกแล้วเงยหน้าขึ้นมองประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจ "ทีหลัง... ไม่ต้องออกหน้าช่วยผมก็ได้ครับ ผมจัดการเองได้" คีรินหันมามองคนปากเก่ง ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างยากจะเห็น "ใครว่าฉันช่วยนาย... ฉันแค่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท ไม่ให้อาคารนี้ต้องแปดเปื้อนเพราะคนโง่สองคนนั้นต่างหาก" "ปากแข็ง..." เหนพฟ้าพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวเหนือฟ้าอีกครั้ง จนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง มือหนายื่นออกไปปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของอีกฝ่ายออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิง "แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่ได้ทำเพื่อบริษัทล่ะ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู จนเหนือฟ้าขนลุกซู่ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับปกรณ์เสียอีก "ทะ... ท่านประธาน..." เหนือฟ้าพยายามจะถอยหนี แต่เอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแรงรวบเข้ามาประชิดตัวไว้เสียก่อน ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทันใดนั้น... ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงไป ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งอย่างไร้มารยาท! ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทหรูผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคีรินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท ดวงตาคมกวาดมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอย่างสนิทสนมด้วยความขบขัน "อุ๊ย... ขอโทษทีครับพี่คีริน พอดีผมลืมของ... แต่ดูท่าทางแล้ว ผมคงเข้ามาขัดจังหวะสำคัญอีกตามเคยสินะครับ?" เหนือฟ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน... คราวนี้นรกส่งใครมาขัดจังหวะอีกเนี่ย! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%