เสียงปรบมือในห้องจัดเลี้ยงหรูหราพลันเงียบกริบ ราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงด้วยอำนาจบางอย่าง ความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจเต้นระรัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
รินรดาชะงักค้าง รอยยิ้มพึงพอใจที่ระบายอยู่บนเรียวปากฉาบลิปสติกสีแดงเพลิงแข็งค้างไปในทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู
"คุณคีริน... เมื่อครู่นี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ?" เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย ความมั่นอกมั่นใจที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา เมื่อประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเด็ดขาดที่สุดในวงการธุรกิจ ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธข้อครหาตามมารยาทสังคมอย่างที่ทุกคนคาดคิด
คีรินไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวผู้ยืนหน้าเสียอยู่ข้างกาย เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและสง่างาม ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้าไปประชิดร่างของเหนือฟ้าที่ยืนนิ่งอึ้งไม่แพ้กัน สายตาคมกราบกรานมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่มักจะมีคำพูดเผ็ดร้อนตอบโต้เขากลับมาเสมอในยามปกติ ทว่าเวลานี้ เหนือฟ้ากลับเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
*“คนสำคัญ... ไม่ใช่แค่ดีล”*
ประโยคสั้นๆ ที่ดังก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่คำแก้ตัวเพื่อรักษาหน้า แต่เป็นประกาศิตจากผู้ชายที่คนทั้งฮอลล์ต่างเกรงกลัว ว่าเขากำลังขีดเส้นแบ่งเขตแดนความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนต่อหน้าสื่อมวลชนและเหล่าไฮโซนับร้อยชีวิต
"ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนพอแล้วนะครับ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง "เหนือฟ้าไม่ใช่คู่ค้าทางธุรกิจ ไม่ใช่หมากในเกมผลประโยชน์ และแน่นอนว่า... ไม่ใช่คนที่ใครหน้าไหนจะมีสิทธิ์มาดูถูกเหยียดหยามได้ตามอำเภอใจ"
เหนือฟ้ากลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนน่ารำคาญ ร่างโปร่งพยายามจะขยับถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่แน่นจนเจ็บแต่ก็เด็ดขาดพอที่จะไม่ยอมให้หนีไปไหน
"คุณคีริน... บ้าไปแล้วหรือไง" เหนือฟ้ากระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเรียวรีตวัดมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความประหม่าที่ปิดไม่มิด "รู้ตัวไหมครับว่ากำลังพูดอะไรออกไป สื่ออยู่เต็มห้องนะ!"
"ผมมีสติดีครับ เหนือฟ้า" คีรินก้มหน้าลงกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย ไออุ่นจากลมหายใจของชายหนุ่มปะทะเข้ากับพวงแก้มของเขา ปลุกความรู้สึกวูบวาบที่ยากจะควบคุม "และผมไม่เคยพูดอะไรที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังด้วย"
ทางด้านรินรดา หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ความอัปยศอดสูพุ่งพล่านขึ้นมาจนมือเรียวที่ถือแก้วไวน์สั่นระริก เธอเป็นถึงทายาทตระกูลดังผู้เพียบพร้อม แต่กลับถูกหักหน้ากลางงานใหญ่เพื่อผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่ชาติตระกูลทัดเทียม
"คุณคีรินกำลังหลงเสน่ห์เกมตบตาของเด็กนี่เข้าแล้วจริงๆ หรือคะ?" รินรดาเค้นเสียงหัวeเราะแห้งๆ พยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีที่หล่นเรี่ยราดขึ้นมา "ระวังเถอะค่ะ ของเล่นชิ้นนี้อาจจะแว้งกัดคุณเข้าสักวัน จนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก"
คำพูดเจ็บแสบนั้นเรียกสายตาเย็นเยียบจากคีรินได้ทันที ประธานหนุ่มตวัดนัยน์ตาดุจพญาอินทรีมองคู่ควงเก่าด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น
"ต่อให้เขาจะแว้งกัดผมจริงอย่างที่คุณว่า..." คีรินเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดดันบรรยากาศรอบตัวก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "...ผมก็เต็มใจให้เขากัดจนจมเขี้ยว ดีกว่าต้องทนอยู่กับคนที่ไร้ค่าและน่าเบื่อหน่ายอย่างคุณ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่ รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความเจ็บใจ เธอกวาดสายตาอาฆาตมาที่เหนือฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินหนีหายออกไปจากงานท่ามกลางความสนใจของแขกเหรื่อที่จับตามอง
เมื่อตัวปัญหาเดินลับตาไป ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึดอัดและกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ เหนือฟ้าพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับจากการกุมกาลของอีกฝ่าย แต่คีรินกลับกระชับมือแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ปล่อยได้แล้วครับ งานเลิกแล้ว" เหนือฟ้าเอ่ยเสียงห้วน กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "คุณเล่นละครบทใหญ่เกินไปหน่อยแล้วมั้งครับ ประธานคีริน"
"ใครบอกคุณว่าผมเล่นละคร" คีรินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่จริงจังจนเหนือฟ้าต้องชะงัก นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความจริงจังและประกายบางอย่างที่ทำให้คนมองต้องร้อนรน
"คุณ... พูดจริงเหรอ?" เหนือฟ้าถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวที่มีเมื่อครู่หลุดลุ่ยหายไปทีละน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้น
"ผมไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องของ 'คนสำคัญ' ครับ เหนือฟ้า"
คำพูดนั้นทำเอาเหนือฟ้าใบหน้าร้อนผ่าว ลามไปถึงใบหูขาวสะอาด เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเขินอายที่ไม่อาจควบคุมได้ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันด้วย
คีรินมองท่าทางน่ารักที่พยายามฟอร์มจัดนั้นด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชามานาน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย...
"อ้าว! อยู่กันตรงนี้นี่เอง นึกว่าจะหนีกลับไปสวีทกันสองคนเสียอีก"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของ 'ธนากร' เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนคนสำคัญของคีรินที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดค้างไว้
เหนือฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากอุ้งมือของคีรินทันที ใบหน้าหวานหันไปมองผู้มาใหม่ที่ขัดจังหวะเวลาสำคัญด้วยความรู้สึกทั้งโล่งใจและหงุดหงิดปนเปกัน
คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาคมกริบตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาตที่พร้อมจะแช่แข็งคนพูดให้กลายเป็นจุล หากแต่ธนากรกลับไม่มีทีท่าเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้ามาใกล้ใบหน้าของคีรินพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ซ่อนความจริงจังไว้
"ฉันว่านายต้องรีบดูนี่หน่อยว่ะคีริน..." ธนากรเอ่ยเสียงเครียด รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าทันที "ข่าวฉาวของเหนือฟ้าเมื่อเดือนก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกรอบ... แถมตอนนี้มันไม่ได้เป็นแค่ข่าวลือในโลกออนไลน์แล้ว"
เหนือฟ้าขมวดคิ้วฉับ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่นในหัว
"มีอะไร?" คีรินถามเสียงต่ำ นัยน์ตาดุจพญาอินทรีหันกลับมามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเพื่อนสนิท
ธนากรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานหนุ่มและเหนือฟ้าสลับกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ตอนนี้... ตำรวจกำลังเดินทางมาที่นี่ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยดีเสมอมานะครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 32
วินาทีที่ตัดสินใจ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!