พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 15

สถานะที่มากกว่าลูกจ้าง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
ปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงาน แต่ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อกลับทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงจนน่าหงุดหงิด เหนือฟ้ากัดริมฝีปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ที่จู่โจมอย่างกะทันหันตั้งแต่ช่วงบ่าย เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ลมหายใจที่สูดเข้าไปร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ในทรวงอก ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสองครั้ง ก่อนที่บานไม้สีเข้มจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง คีรินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่กวาดสายตามาเห็นสภาพของลูกจ้างตัวดีที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน ลมหายใจหอบกระชั้นจนไหล่บางไหวสะท้าน "หมดสภาพขนาดนี้ ตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจจากผม หรือแค่อยากตายคาออฟฟิศกันแน่ครับ คุณเหนือฟ้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นตามความเคยชิน ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวซีด เหนือฟ้าฝืนเงยหน้าขึ้น ปรารถนาจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัยเดิม แต่ริมฝีปากแห้งผากกลับเปล่งเสียงออกมาได้เพียงลมหายใจแผ่วเบา "ถ้า... ถ้ากลัวว่าผมจะตายคาออฟฟิศจนเป็นภาระ... คุณคีรินก็ออกไปให้พ้นสิครับ" คีรินไม่ตอบโต้ เขาเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตา ฝ่ามือหนาทาบลงบนหน้าผากมนทันที ความร้อนที่แผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสทำให้คนตัวโตถึงกับชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา กลายเป็นความตึงเครียดที่ฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น "ตัวร้อนขนาดนี้ยังปากดีไม่เปลี่ยนนะครับ" คีรินพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงไม่ได้ดุดันอย่างที่คิด แต่กลับแฝงความหงุดหงิดเจือความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ ก่อนที่เหนือฟ้าจะทันได้อ้าปากเถียง ร่างทั้งร่างก็ลอยหวือขึ้นจากเก้าอี้ด้วยฝีมือของประธานหนุ่มผู้เผด็จการ เหนือฟ้าเผลออุทานด้วยความตกใจ สัญชาตญาณบังคับให้สองมือต้องคว้าหมับเข้าที่ต้นคอแกร่งเพื่อพยุงตัวไม่ให้ร่วงหล่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วแทบหลุดลอย "ปล่อยผมนะ! ผมเดินเองได้ คุณคีริน บ้าจริง..." "ถ้าไม่อยากให้ไข้ขึ้นสมองจนเพ้อเจ้อมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ครับ" คีรินตัดบทเสียงเข้ม อุมาครึ่งอุ้มครึ่งประคองร่างโปร่งเดินตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านในสำนักงานทันที ภายในห้องพักผ่อนกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีขรึม คีรินวางร่างของเหนือฟ้าลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างระมัดระวัง แม้การกระทำจะดูแข็งกระด้างตามนิสัย แต่สัมผัสตอนที่จัดท่านอนให้กลับเบามืออย่างไม่น่าเชื่อ เหนือฟ้านอนหอบหายใจพะغôn เปลือกตาสีมุกปิดสนิทด้วยความอ่อนเพลีย พิษไข้ทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดมลายหายไปสิ้น คีรินยืนมองคนป่วยที่มักจะมีเขี้ยวเล็บคอยจิกกัดเขาอยู่เสมอยามปกติ ยามนี้กลับนอนซมไร้ทางสู้ หัวใจในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความหงุดหงิดที่เห็นคนดื้อรั้นต้องมาเจ็บป่วยทรมานเช่นนี้ ร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำครู่ใหญ่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่ม เขาหย่อนตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียงอย่างเงียบเชิด บรรจงบิดผ้าจนหมาด แล้วค่อยๆ เชิงซับความร้อนตามใบหน้า กรอบแก้มเนียน และลำคอระหงอย่างเบามือ สัมผัสเย็นชื่นที่แตะลงบนผิวเนื้อทำให้เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นมองภาพตรงหน้า ดวงตาคู่คมของคีรินที่มักจะมองมาด้วยความเยชาชาหรือมาดมั่น ยามนี้กลับสะท้อนเงาของเขาไว้ด้วยความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างนี้ทำให้เหนือฟ้าลืมความเจ็บป่วยไปชั่วขณะ ไอร้อนที่แผ่ซ่านบนใบหน้าตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะพิษไข้ หรือเพราะสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาอย่างมีความหมายกันแน่ "มองอะไรครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" เหนือฟ้าเค้นเสียงแหบพร่าเอ่ยแซว เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "มองคนปากแข็งที่ชอบฝืนตัวเองอยู่ครับ" คีรินตอบเสียงนุ่ม แววตาไหวระริก "รู้ตัวไหมครับว่าเวลาคุณป่วยแล้วน่ารำคาญแค่ไหน" "ถ้ารำคาญนัก... ก็เชิญออกไปสครับ ผมไม่ได้ขอให้มาดูแลสักหน่อย" เหนือฟ้าเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พยายามสร้างกำแพงความหยิ่งทะนงขึ้นมาปกป้องความรู้สึกที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักหน่วง แต่นิ้วเรียวแกร่งของคีรินกลับเอื้อมมาจับปลายคางมนไว้ แล้วบังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตาตรงๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้เบาๆ ที่พวงแก้มแดงระเรื่ออย่างถือวิสาสะ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ "ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ นะครับ... เหนือฟ้า" น้ำเสียงของคีรินทุ้มต่ำและพร่าเล่าจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากแห้งผากที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความเผลอไผล "ถ้าคุณยังดื้อไม่ยอมกินยาดีๆ ผมคงต้องใช้วิธีอื่นป้อนยาคุณแทนแล้วล่ะครับ" เหนือฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุอก ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยเคมีอันตรายทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือน เขาไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้ต่อผู้ชายคนนี้ได้ง่ายดายเท่านี้มาก่อนเลย ในจังหวะที่ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ สติที่เหลืออยู่ของเหนือฟ้ากำลังจะยอมจำนนต่อแรงดึงดูดมหาศาลนั้น... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอคำอนุญาต "คีรินคะ รินรดาเอาเอกสารด่วนมาสะ—อุ๊ย!" เสียงแหลมใสของรินรดาชะงักกึกทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังคร่อมร่างและก้มลงใกล้ชิดกับลูกจ้างตัวแสบบนเตียงนอนในห้องส่วนตัว คีรินชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่ฉายประกายสังหารอย่างเด่นชัด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างในห้องให้เป็นจุล สเปซโอเดสซีย์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับแรงปะทะของอารมณ์ในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%