แก้วกาแฟเอสเพรสโซ่ช็อตคู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสไร้รอยนิ้วมือ เย็นชืดจนกลายเป็นหยาดน้ำเกาะพราวข้างแก้ว เช่นเดียวกับอุณหภูมิในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ที่ตอนนี้หนาวยะเยือกเสียจนคนเป็นประธานหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังหายใจเข้าออกด้วยเศษแก้ว
คีรินไม่เคยคิดเลยว่า ความเงียบงันจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
สองสัปดาห์แล้ว… นับตั้งแต่ประโยคบอกลาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของเหนือฟ้าดังขึ้นในห้องรับแขกแห่งนั้น ร่างสูงยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แทบไม่ได้ขยับไปไหนไกลจากเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง เอกสารบนโต๊ะกองพะเนินจนเลขาฯ หน้าห้องไม่กล้าแม้แต่จะเคาะประตูรบกวน แว่นสายตาถูกถอดวางไว้ข้างเอกสารกองโต ดวงตาคมกราบลึกโรยราด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานจนแทบไม่ได้นอน
ทุกมุมของห้องนี้มีเงาร่างของคนปากเก่งคนนั้นวนเวียนอยู่
ตรงโซฟาตัวยาว... ที่เจ้าตัวเคยนั่งไขว่ห้างอ่านรายงานการตลาดพร้อมกับบ่นอุบอูบว่ากาแฟของเขารสชาติเหมือนน้ำล้างจาน
ตรงหน้าต่างบานใหญ่... ที่มักจะยืนกอดอกมองวิวเมืองเบื้องล่างด้วยสายตาท้าทายราวกับเป็นเจ้าของโลกทั้งใบ
แต่ตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว…
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงของรินรดาจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต เธอส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารโครงการร่วมทุนลงบนโต๊ะทำงานของเขา
"คีร์คะ รินเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ็นค่ะ เห็นคุณหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเดิมๆ จนไม่ยอมพักผ่อนเลย รินเป็นห่วงนะคะ" เสียงหวานเอ่ยเย้ายวน พร้อมกับเอื้อมมือเรียวมาแตะลงบนหลังมือหนาที่กำหมัดแน่นอยู่บนโต๊ะ
ทว่า คีรินกลับชักมือหลบราวกับโดนของร้อน ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้แฝงไปด้วยประกายความเกรี้ยวกราดที่ถูกกดทับไว้จนน่ากลัว
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน เย็นชาจนคนฟังสะดุด
"รินก็แค่หวังดี..."
"เก็บความหวังดีปลอมๆ ของเธอแล้วไสหัวออกไปซะ!" คีรินตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนรินรดาผงถอยหลังกรูด รอยยิ้มบนใบหน้าสวยแข็งค้าง
"คุณกำลังเป็นบ้าอะไรนะคีร์! ผู้ชายคนนั้นมันทิ้งคุณไปแล้ว มันเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ ที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ทำไมคุณต้องมานั่งตรอมใจตายซากเพราะคนแบบนั้นด้วย!" รินรดาหมดความอดทน เผลอตะโกนกรีดร้องออกมาด้วยความริษยาที่พุ่งพล่าน
คำพูดนั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ คีรินลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนบรรยากาศในห้องแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับบานประตู
"อย่าบังAาญมาพูดถึงเขาด้วยปากสกปรกของเธออีก" คีรินกดเสียงต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของเธอพินาศคามือฉัน ไสหัวออกไป... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
รินรดาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของคีรินมาก่อน ประธานหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึก บัดนี้กลายเป็นซาตานคลั่งรักที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างเป็นชิ้นๆ เมื่อของรักของหวงถูกแตะต้อง หญิงสาวรีบเปิดประตูแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมามอง
ปัง!
เสียงประตูปิดลงตามด้วยความเงียบงันที่กลับมาครอบงำอีกครั้ง
คีรินทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเครียดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยภาคภูมิใจ บัดนี้พังทลายลงไม่เป็นท่า ชีวิตที่เคยควบคุมได้ทุกตารางนิ้ว กลับไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อไม่มีรอยยิ้มกวนๆ และเสียงเถียงคำไม่ตกฟากของเหนือฟ้าอยู่เคียงข้าง
มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมา เปิดดูภาพถ่ายในอัลบั้มลับที่เขาแอบถ่ายไว้นานแล้ว ภาพของหนุ่มออฟฟิศตัวแสบกำลังทำหน้ามุ้ยใส่กล้องขณะถือแก้วชานมไข่มุก
นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบหน้าจอกระจกเบาๆ ราวกับต้องการสัมผัสตัวจริง
"นายอยู่ไหน... เหนือฟ้า" พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเย่อหยิ่งมาตลอด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบา คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นรินรดาที่ยังไม่เข็ดหลาบ
"ฉันบอกให้ไส..."
ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง ประชุมห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ไม่ได้สัมผัสมานานร่วมเดือนลอยปะทะเข้ากับโสตประสาท พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกวนประสาทที่เขาแสนจะคิดถึง
เหนือฟ้าอยู่ในชุดสูทลำลองเข้ารูป ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยจากการเร่งรีบ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านยาก แต่มีรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจปรากฏอยู่
"เรียกใครว่าไสหัว หือ... ประธานคีริน?"
คีรินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับหัวใจที่หยุดเต้นไปนานนับเดือนกลับมาทำงานกระชากกระชั้นอีกครั้งอย่างรุนแรง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความฟุ้งซ่านของตัวเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยดีเสมอมานะครับ
พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย•ตอนที่ 28
เมื่อความเย็นชาพ่ายแพ้
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายล้อมรักนายมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!