เสียงกลอนประตูกระแทกวงกบดังปัง สะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดโทนสีโมโนโครมจนรินสะดุ้งสุดตัว
ร่างสูงของเมฆก้าวล่วงเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับเชิญ สองมือสอดกระเป๋าเสื้อกั๊ก ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความชุลมุนตรงหน้า ระหว่างเธอที่ยืนชิดระเบียงกับธันวาซึ่งยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทีฮึดฮัดเหมือนเสือติดจั่น
"โอ้โห บรรยากาศอบอวลยิ่งกว่าห้องทดลองเคมีรั่วไหลซะอีก" เมฆลากเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากหยักลึกแบบคนรู้ทัน "ฉันไม่ได้รบกวนเวลาส่วนตัว... หรือเวลาทำงานตาม *สัญญาจ้าง* ของพวกเธออยู่ใช่ไหม"
คำว่า 'สัญญาจ้าง' ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ บีบอัดความรู้สึกของรินให้ดิ่งลงเหวในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะของเมฆไม่ได้สร้างความน่าหมั่นไส้เท่ากับความจริงที่ว่า... ทุกอย่างระหว่างเธอกับธันวา มันเริ่มต้นและดำเนินไปด้วยเอกสารทางกฎหมายฉบับนั้น ไม่ใช่หัวใจ
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเยือกเย็นที่สุด เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางจิตวิทยา
"ถ้าRกวนเวลา คุณเมฆก็ควรหมุนตัวกลับออกไปทางเดิมค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก" เสียงของรินเรียบนิ่ง ทว่าแฝงรังสีความไม่พอใจไว้อย่างชัดเจน
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาคาดโทษที่พร้อมจะเผาพลาญทุกสิ่ง "เมฆ... แกอยากโดนเตะออกนอกห้องโดยไม่ต้องใช้บันไดใช่ไหม"
"ใจเย็นน่าท่านวิศวกรผู้ประเสริฐ ฉันแค่มารับเอกสารโปรเจกต์ ไม่ได้มาดูพวกเธอเล่นละครตบตาชาวบ้าน" เมฆไหวไหล่อย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มสีดำบนโต๊ะทำงานขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ "แหม เซ็นสัญญามาตั้งครึ่งทางแล้ว ท่าทางความสัมพันธ์เชิงบำบัดทางใจนี่จะไปได้สวยนะ ถึงขนาดเกือบจะสิงร่างกันอยู่รอมรอม"
รินรู้สึกเหมือนมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยพุ่งเข้าปักที่กลางอก ความอึดอัดที่สะสมมาหลายวันประเดประดอนขึ้นมาจุกที่ลำคอ สัญญาจ้างบ้าบอนั่น... มันไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันกำลังกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขาเธอไว้กับผู้ชายปากแข็งคนนี้ ทำให้ทุกการกระทำ ทุกความห่วงใย และทุกสัมผัสที่ผ่านมา ถูกตีค่าเป็นเพียง 'หน้าที่' ตามเงื่อนไข
เธอกวาดตามองหน้าธันวาที่ยืนนิ่งเป็นหิน เขาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของเมฆ ความเงียบงันของวิศวกรหนุ่มคือคำตอบที่คมกริบยิ่งกว่ามีดโกน
*เขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกันสินะ*
รินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "นั่นสินะคะ... ดิฉันเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมีสถานะเป็นแค่ 'สินค้า' ในสัญญาจ้างชิ้นนี้ ไม่ได้มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกวิธีหายใจในพื้นที่ของตัวเองด้วยซ้ำ"
ธันวาชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับมามองเธอทันที ความเยือกเย็นก่อนหน้านี้สลายหายไปในพริบตา เมื่อเห็นแววตาไหวระริกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหยิ่งผยองของหญิงสาว
"ริน... เธอไม่ได้หมายความแบบนั้น" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะคุณธันวา?" รินถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ เว้นระยะห่างระหว่างกันให้กลับมาเท่าเดิม ระยะที่ปลอดภัย ระยะที่ไม่มีความคลุมเครือทางอารมณ์ "ทุกอย่างที่เราทำ... มันถูกกำหนดไว้ในตารางเวลา ตั้งแต่เรื่องกินกาแฟ เรื่องจัดระเบียบชีวิต ไปจนถึง... ความรู้สึกที่ต้องแกล้งทำเป็นแคร์กันตามทฤษฎีจิตวิทยาของคุณ มันน่าเบื่อนะคะ รู้ตัวไหม"
คำพูดของเธอคมกริบ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง เมฆที่ยืนถือแฟ้มอยู่ถึงกับหุบยิ้ม บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความตึงเครียดแบบหยอกล้อ กลายเป็นความกดดันที่หนาเตอะจนแทบหายใจไม่ออก
"ริน อย่าพูดจาไร้สาระ" ธันวาขมวดคัดเข้าหากันแน่น น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความหงุดหงิดผสมความร้อนรนที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ "สัญญาบ้าพฤติกรรมนั่น มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น..."
"แต่มันกำลังกักขังเราไว้ค่ะ!" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อที่ปิดไม่มิด "คุณใช้เหตุผล ใช้ทฤษฎี มาควบคุมทุกลมหายใจของฉัน เพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีของคุณไม่ผิด แต่คุณไม่เคยสนใจเลยว่า... คนที่ถูกคุณจับมาทดลองความรู้สึก เขาจะรู้สึกอึดอัดแค่ไหน!"
ความจริงที่ถูกกระชากออกมากลางอากาศทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เมฆกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเข้ามาขัดจังหวะเวลาผิดที่ผิดทาง และความซึนขั้นสุดยอดของเพื่อนสนิทกำลังจะพังพินาศเพราะความปากแข็งของเจ้าตัว
ธันวานิ่งงันไป เขากำ2มือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทฤษฎีจิตวิทยาที่เขาเรียนมานับร้อยตำรา ใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิดกับผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของวิศวกรหนุ่มเต้นระรัวด้วยความกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างงดงาม จะพังทลายลงเพราะคำว่า 'สัญญาจ้าง' ที่เขากุขึ้นมาเองแต่แรก
"ถ้าเธออึดอัดมากนัก..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ทำไมถึงไม่ฉีกมันทิ้งซะตั้งแต่แรก ริน?"
รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก คำถามนั้นเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนความอ่อนแอของเธอออกมา เพราะลึกๆ แล้ว... เธอเองก็กลัวเกินกว่าจะทำลายมันลงเช่นกัน
ก่อนที่รินจะทันได้หาคำพูดใดมาโต้แย้ง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเมฆก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เมฆหยิบขึ้นมาดูหน้าจอแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"ธันวา... เกิดเรื่องแล้ว" เมฆเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาร้อนรน "ระบบความปลอดภัยของโครงการหลักที่ไซต์งาน... ถูกเจาะเข้าระบบแบบไม่ทราบสาเหตุ และตอนนี้ ข้อมูลดิบทั้งหมดกำลังถูกดาวน์โหลดออกไปข้างนอก!"
ธันวาผละสายตาจากรินทันที สัญชาตญาณวิศวกรและผู้บริหารตื่นตัวเต็มพิกัด เขารemoveความหึงหวงและอารมณ์ส่วนตัวทิ้งไปในพริบตา ร่างสูงพุ่งตัวไปที่โต๊ะทำงาน คว้าแท็บเล็ตขึ้นมาปลดล็อกรหัสด้วยความเร็วสูง
รินยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ ความขัดแย้งเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ใหญ่กว่า
แต่ในจังหวะที่ธันวากำลังรัวนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อสกัดกั้นการเจาะระบบ หน้าจอแท็บเล็ตทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน... และข้อความตัวอักษรสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นบนจอโปรเจกต์เตอร์กลางห้อง แทนที่ข้อมูลบริษัท
*ยินดีต้อนรับสู่เกมใหม่... วิศวกรผู้แสนดี*
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองจอภาพด้วยแววตาเย็นยะเยือก ก่อนที่โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเขาจะส่งเสียงกรีดร้องแผดเสียงดังลั่นห้องขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซับซ้อนของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 15
รอยร้าวในความสัมพันธ์ลับ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!